• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0501056 ความร กท เร มต นจากรถเส ยและโรงแรม part2

admin79 by admin79
January 5, 2026
in Uncategorized
0
D0501056 ความร กท เร มต นจากรถเส ยและโรงแรม part2

ไทยแลนด์: การปรับสมดุลตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ

บทนำ

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างใกล้ชิด ปี 2568 ถือเป็นปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เผชิญกับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ยอดขายที่เคยทะยานสูงกว่า 5 แสนล้านบาทในปี 2561 ได้หดตัวลงอย่างน่าใจหาย จนเหลือประมาณ 2.62 แสนล้านบาท ซึ่งนับเป็นจุดต่ำสุดใหม่ในรอบทศวรรษ ภาพรวมนี้ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของภาคส่วนสำคัญนี้ภายใต้วิกฤตเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับปี 2569 แนวโน้มยังคงมีความท้าทาย ตลาดคาดว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับ 2.6-3 แสนล้านบาท และอาจต่อเนื่องไปอีกหลายปี จนกว่าปัจจัยบวกทางเศรษฐกิจจะเข้ามาขับเคลื่อนให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เติบโตถึงระดับ 5% ซึ่งเป็นสัญญาณการฟื้นตัวที่แท้จริง ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ผู้ประกอบการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์จึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับ “ปีแห่งการปรับสมดุลใหม่” (The Year of New Balance & Complexity & Structural Problem) อย่างชาญฉลาด

บทวิเคราะห์เจาะลึก: พายุเศรษฐกิจและการปรับสมดุลใหม่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์

ปี 2568 ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ปีแห่งพายุเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ” (Year of The Great Perfect Storm) ซึ่งเป็นการรวมตัวของปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 เรากำลังเผชิญกับยุคแห่ง “การปรับสมดุลใหม่” ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของความซับซ้อนและปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทวีความรุนแรงขึ้น

New Balance (สมดุลใหม่): การหดตัวของอุปสงค์และอุปทาน

“สมดุลใหม่” เกิดจากการหดตัวของยอดขายและยอดโอนในตลาดทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ปัจจัยหลักที่ผลักดันภาวะนี้ ได้แก่:

การเติบโตของ GDP ที่ต่ำ: การเติบโตทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 1-2% ไม่สามารถสร้างแรงส่งที่เพียงพอต่อการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากและผูกพันกับการก่อหนี้ระยะยาว
กำลังซื้อที่ถดถอย: ทั้งกำลังซื้อจากผู้บริโภคชาวไทยและชาวต่างชาติถูกบั่นทอนลงอย่างมีนัยสำคัญ จากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง
ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงเกินกำลังซื้อ: ราคาอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะในทำเลเมือง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยว ได้ปรับตัวสูงขึ้นจนเกินกำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ ทำให้คนกลุ่มนี้หันไปพึ่งพาการเช่า หรือมองหาที่อยู่อาศัยมือสองแทน
การขาดโครงสร้างสนับสนุนจากภาครัฐ: การขาดมาตรการสนับสนุนที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพจากภาครัฐ ทำให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นและทิศทางที่ชัดเจนในการลงทุนและตัดสินใจซื้อ

Complexity (ความซับซ้อน): ตลาดที่หลากหลายและอุปสรรคในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย

“Complexity” สะท้อนถึงความซับซ้อนที่เพิ่มมากขึ้นในธุรกิจที่อยู่อาศัย รูปแบบผลิตภัณฑ์มีความหลากหลาย ตั้งแต่คอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ ไปจนถึงรูปแบบกรรมสิทธิ์และการเช่าระยะยาว (30-60 ปี) นอกจากนี้ยังมีช่องว่างราคาที่กว้างมาก ตั้งแต่คอนโดมิเนียมราคาต่ำกว่าล้านบาท ไปจนถึงห้องชุดหรูราคา 500-1,000 ล้านบาท

ความซับซ้อนที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่:

การอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เข้มงวด: สถาบันการเงินมีแนวโน้มที่จะอนุมัติสินเชื่อด้วยความระมัดระวังมากขึ้น ส่งผลให้ยอดปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 50-70% โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมาก แม้จะมีความต้องการซื้อ แต่ก็ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้
ต้นทุนค่าครองชีพที่สูง: ค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า ที่สูงมาก กลายเป็นภาระค่าครองชีพก้อนใหญ่ของผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รอบนอกเมืองและต้องเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง

Structural Problem (ปัญหาเชิงโครงสร้าง): ช่องว่างและข้อจำกัดระยะยาว

“Structural Problem” หมายถึงการขาดโครงสร้างระยะยาวที่เพียงพอต่อการรองรับความต้องการของตลาดในปัจจุบันและอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:

การถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ: ประเทศไทยยังขาดโครงสร้างที่ชัดเจนและเอื้ออำนวยต่อการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติในระยะยาวอย่างถูกกฎหมายและโปร่งใส ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนระยะยาว
กำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ที่ลดลง: การถดถอยของกำลังซื้อในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของบ้านได้ ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

เจาะลึกประเภทอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มราคา: ภาพที่ปรากฏ

เมื่อพิจารณาลงลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์และกลุ่มราคา จะเห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น:

ทาวน์เฮาส์: กลายเป็นสินค้าที่เริ่มไม่เป็นที่ต้องการของตลาดในยุคปัจจุบัน
บ้านเดี่ยว: ยังคงได้รับความสนใจ แต่ก็เริ่มเผชิญกับแรงเสียดทานจากการหายไปของกำลังซื้อชาวต่างชาติ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากนโยบายควบคุมการโอนเงินข้ามประเทศ การปราบปรามทุนเทาและนอมินี หากไม่มีการปรับตัว เช่น การเสนอสัญญาเช่าระยะยาว 60 ปี อาจส่งผลให้ยอดขายบ้านเดี่ยวมีแนวโน้มถดถอยลงอย่างต่อเนื่อง
การเช่าที่อยู่อาศัย: ลูกค้าชาวต่างชาติบางส่วนเริ่มหันมานิยมการเช่ามากขึ้น โดยยอมจ่ายค่าเช่าเดือนละ 3-4 แสนบาท สำหรับบ้านหรือคอนโดมิเนียมราคา 50 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐไทย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต้องการซื้อในตลาด
กลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท: ตลาดนี้ประสบปัญหาอย่างหนัก โดยปีที่ผ่านมามียอดขายติดลบถึง -52% และคาดว่าจะลดลงเหลือเพียง 1 ใน 3 ในปีนี้ เนื่องจากยอดปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 70% แม้ความต้องการซื้อยังมีอยู่ก็ตาม
กลุ่มราคา 7-10 ล้านบาท: เริ่มเห็นสัญญาณไม่ค่อยดี ยอดขายในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีเริ่มชะลอตัวลง ซึ่งแตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจจะเป็นกลุ่มราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท
ห้องชุดราคาสูง (50 ล้านบาทขึ้นไป): ตลาดกลุ่มนี้จะมีการแข่งขันด้านการพัฒนาโครงการที่สูงขึ้น
บ้านมือสอง: แม้จะมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นในภาพรวมของตลาด แต่หากมองลึกเข้าไป จะพบว่าไม่ได้มีการเติบโตอย่างแท้จริง เพียงแต่สัดส่วนใกล้เคียงกับบ้านใหม่ เนื่องจากตลาดบ้านใหม่มีขนาดเล็กลงจากการขาดกำลังซื้อของผู้บริโภค

ข้อเสนอแนะสำหรับภาครัฐ: โรดแมป 8+3 เพื่อขับเคลื่อนอสังหาริมทรัพย์

สมาคมอาคารชุดไทยได้นำเสนอ “โรดแมป 8+3” เพื่อเสนอแนะต่อภาครัฐหลังการเลือกตั้ง โดยแบ่งออกเป็น 8 มาตรการเพื่อวางโครงสร้างระยะยาว และ 3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในปี 2569

8 มาตรการวางโครงสร้างระยะยาว:

มาตรการ LTV (Loan to Value) ระยะยาว: ปรับปรุงมาตรการ LTV ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
การขยายสัญญาเช่าและจัดตั้งกองทุน: ขยายระยะเวลาสัญญาเช่าจาก 30 ปี เป็น 60 ปี พร้อมเสนอให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมจากการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ เพื่อนำมาจัดตั้งเป็นกองทุนสนับสนุนการมีบ้านของผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ซึ่งจะเป็นโครงสร้างที่ถาวร
การจัดระเบียบการพักอาศัยของชาวต่างชาติ: กำหนดกฎหมายอาคารชุดและบ้านจัดสรรให้ชัดเจน โดยให้เสียงของนิติบุคคลของผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติไม่เกินกึ่งหนึ่ง เพื่อป้องกันการควบคุมการออกกฎระเบียบและการบริหารนิติบุคคล
สนับสนุน Mortgage Insurance: รัฐควรสนับสนุนการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านหลังแรกในสัดส่วน 10-20% (เทียบเท่าเงินดาวน์) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ และลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อในตลาดกลาง-ล่าง
การอนุมัติสินเชื่อตามความเสี่ยง: กำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อตามระดับความเสี่ยงของผู้กู้ โดยผู้กู้ความเสี่ยงต่ำคิดดอกเบี้ยต่ำ ผู้กู้ความเสี่ยงสูงคิดดอกเบี้ยสูงกว่า เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ
มาตรการรวมหนี้ (Debt Warehouse): ส่งเสริมการรวมหนี้จากบัตรเครดิต หนี้รถยนต์ และหนี้ที่อยู่อาศัย โดยใช้บ้านเป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบ
ส่งเสริมการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ (Man Made Project): สนับสนุนการลงทุนโครงการขนาดใหญ่เพื่อพัฒนาประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น ศูนย์สุขภาพ (Health Care Center), ศูนย์การศึกษา (Education Hub), สวนสนุกขนาดใหญ่, ศูนย์ประชุมนานาชาติ และศูนย์ความบันเทิงด้านกีฬา โดยเน้นย้ำว่าไม่มีการอนุมัติกาสิโน
การสร้างมูลค่าเพิ่มจากสาธารณูปโภครัฐและภาษี Windfall Tax: สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์โดยการเชื่อมโยงและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สาธารณูปโภครัฐ และเสนอให้มีการจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากภาคเอกชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐ

3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อประคับประคองตลาดในปี 2569:

ต่ออายุมาตรการ LTV: ขยายระยะเวลามาตรการ LTV ออกไปอีก 1 ปี จากกำหนดหมดอายุ 30 มิถุนายน 2569 เป็น 30 มิถุนายน 2570
ขยายเพดานลดค่าโอนและจดจำนอง: ต่ออายุมาตรการลดค่าโอนและจดจำนองออกไปจนถึง 30 มิถุนายน 2570 โดยปรับเพิ่มเพดานมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับสิทธิ์ จากเดิมไม่เกิน 7 ล้านบาท เป็นบ้านทุกระดับราคา
กำกับดูแลการลดดอกเบี้ยของธนาคาร: กำกับดูแลให้ธนาคารลดอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (MRR สำหรับรายย่อย และ MLR สำหรับผู้ประกอบการ) ให้สอดคล้องหรือลดลงเท่ากับการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปี 2569: การบริหารจัดการเพื่อความอยู่รอด

สำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ปี 2569 ยังคงเป็นปีที่ต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง การปรับตัวเป็นสิ่งจำเป็น โดยต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการ 2 ด้านหลัก คือ

ด้านการเงิน (Financial Side):

การบริหารกระแสเงินสด: การบริหารจัดการกระแสเงินสดให้มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการดำเนินธุรกิจ
ความระมัดระวังในการลงทุน: ในภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวและกำลังซื้อถดถอย ผู้ประกอบการควรตั้งการ์ดสูงและมีความระมัดระวังในการลงทุนใหม่ๆ

ด้านการพัฒนาโครงการ (Commercial Side):

ความตื่นตัวและความยืดหยุ่น: ผู้ประกอบการต้องมีความตื่นตัวสูง มีความยืดหยุ่นเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดฝัน โดยเฉพาะปัจจัยในอนาคตที่ยากต่อการคาดการณ์
การเจาะกลุ่มเป้าหมาย: ปรับกลยุทธ์เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในเซ็กเมนต์ที่มีกำลังซื้อเหลืออยู่ ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง

บทสรุป

ปี 2569 ถือเป็นปีแห่งการท้าทายที่สำคัญสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย การปรับสมดุลใหม่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค จำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ต้องอาศัยวิสัยทัศน์ ความเข้าใจในตลาด และการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ

หากท่านกำลังมองหาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ การขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ หรือต้องการสำรวจทางเลือกในการพัฒนาโครงการที่เหมาะสมกับสภาวะตลาดปัจจุบัน โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเรา เราพร้อมที่จะเป็นพันธมิตรที่ช่วยนำพาท่านก้าวผ่านความท้าทายนี้ไปสู่ความสำเร็จ.

Previous Post

D0501055 กแท แพ

Next Post

D0501057 เกมช งตำแหน งท องเล นด วยความระม ดระว part2

Next Post
D0501057 เกมช งตำแหน งท องเล นด วยความระม ดระว part2

D0501057 เกมช งตำแหน งท องเล นด วยความระม ดระว part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.