ภูเก็ต: อัญมณีแห่งการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ร้อนแรงต่อเนื่อง สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2569
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวงจรของตลาดที่ขึ้นลงอยู่เสมอ แต่สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตนั้น พิสูจน์ให้เห็นถึงพลวัตอันน่าทึ่ง โดยเฉพาะในช่วงปลายปี 2568 และแนวโน้มที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องในปี 2569 แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยโดยรวมอาจเผชิญความท้าทาย แต่ภูเก็ตยังคงเป็นดาวเด่นที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจากทั้งทุนในประเทศและต่างประเทศ บทความนี้จะเจาะลึกถึงปัจจัยขับเคลื่อน ความเคลื่อนไหวของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ และโอกาสที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน
ภูเก็ต: เมืองหลวงแห่งการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง
เมื่อมองย้อนกลับไปในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2568 การประกาศลงทุนใหม่ในภูเก็ตมีมูลค่ารวมกันเกือบแสนล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ท่ามกลางสภาวะที่กำลังซื้อโดยรวมอาจชะลอตัว แต่ภูเก็ตกลับมีแรงดึงดูดที่แข็งแกร่ง อันเนื่องมาจากสถานะของความเป็น “เดสติเนชั่น” ระดับโลกในภาคการท่องเที่ยว และการเป็นศูนย์กลางอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ นี่คือสัญญาณบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของตลาดที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเฉพาะตัวของเมือง
การแข่งขันที่ดุเดือดของยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์
ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการระเบิดของการลงทุนในภูเก็ต โดยเฉพาะในส่วนของคอนโดมิเนียมและบ้านตากอากาศ หลายโครงการมียอดขายที่น่าพอใจหลังการเปิดตัวไม่นาน บิ๊กเนมในวงการอสังหาริมทรัพย์ต่างดาหน้าเข้ามาเติมซัพพลายในตลาดอย่างไม่หยุดยั้ง
แสนสิริ (Siri) หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของไทย ยังคงตอกย้ำบทบาทผู้นำในภูเก็ต ด้วยการเปิดตัว 2 โครงการใหม่ในช่วงปลายปี 2568 ได้แก่ “ดีคอนโด โคฟ” คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์มูลค่า 2,100 ล้านบาท และ “เศรษฐสิริ เกาะแก้ว รีทรีต” บ้านเดี่ยวระดับลักเซอรี่มูลค่า 1,700 ล้านบาท การลงทุนอย่างต่อเนื่องของแสนสิริ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาวของตลาดภูเก็ต
แอสเซทไวส์ (ASW) ภายใต้การบริหารของ “TITLE” ก็ไม่น้อยหน้า โดยมีพอร์ตการลงทุนในภูเก็ตคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 82% ของพอร์ตรวม บริษัทได้ประกาศแผนพัฒนา 5 โครงการมูลค่ารวม 15,000 ล้านบาท โดยเน้นคอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ทริมทะเล ได้แก่ Coralina Kamala, The TITLE Sierra และ The Balcony Naiyang นอกจากนี้ ASW ยังได้สร้างความฮือฮาด้วยการประกาศร่วมทุนกับกลุ่มโบ๊ทพัฒนาของตระกูลยงสกุล พัฒนาพูลวิลล่าหรูบนเกาะแก้ว มูลค่า 5,700 ล้านบาท การร่วมทุนครั้งนี้เป็นการผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญของ ASW ในตลาดคอนโดมิเนียมและประสบการณ์อันยาวนานของกลุ่มโบ๊ทพัฒนาในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนของภูเก็ต
วานิช กรุ๊ป: สู่โปรเจ็กต์ Mixed-use มูลค่า 5 หมื่นล้าน
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาคือ การลงทุนมหาศาลของ กลุ่มวานิช ตระกูลดังในภูเก็ต ซึ่งได้ปัดฝุ่นแลนด์แบงก์ขนาดใหญ่ 491 ไร่ อดีตเหมืองแร่ดีบุกเก่าและสวนปาล์ม สู่การพัฒนาโครงการ Mixed-use ภายใต้แบรนด์ “Synthesis Ark Phuket” มูลค่า 50,000 ล้านบาท โครงการนี้ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพบนเกาะแก้ว อ.ถลาง โดดเด่นด้วยแนวคิด “15-Minute Neighborhood” ที่ผสานการอยู่อาศัย การทำงาน และการพักผ่อนเข้าไว้ด้วยกัน โดยประกอบด้วยคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร วิลล่าหรู อาคารสำนักงาน โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ สถานศึกษา ศูนย์สุขภาพ และศูนย์การค้า การพัฒนาจะแบ่งเป็น 3 เฟส คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2575 การลงทุนขนาดใหญ่นี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับภูเก็ต แต่ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างบรรยากาศของการใช้ชีวิตที่ครบวงจร
Branded Residence: เทรนด์ใหม่ที่มาแรงในภูเก็ต
เทรนด์ Branded Residence หรือโครงการที่พักอาศัยที่มาพร้อมบริการระดับโรงแรม 5 ดาว กำลังเป็นที่ต้องการอย่างสูงในตลาดภูเก็ต สะท้อนถึงความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มองหาประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับ
พราว เรียล เอสเตท (PROUD) เปิดตัว “The Residences at InterContinental Phuket Resort” โครงการหรูบนหาดกมลา มูลค่า 2,700 ล้านบาท ชูจุดเด่นด้วยการเชื่อมโยงกับโรงแรม InterContinental ที่ได้รับรางวัล Michelin Keys การันตีมาตรฐานการบริการระดับโลก โครงการนี้เสนอทางเลือกของห้องชุด 5 แบบ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมี่ยม
แค๊ปสโตน แอสเสท (Capstone Asset) จับมือกับ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัว “เพย์ลา ภูเก็ต ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น เรสซิเดนซ์ส” (PlaYla Phuket Autograph Collection Residences) ตั้งอยู่ในย่านบางเทา เป็นส่วนหนึ่งของมาสเตอร์แพลน Mixed-use มูลค่า 4,000 ล้านบาท โครงการนี้จะประกอบด้วยเรสซิเดนซ์ที่ตกแต่งพร้อมอยู่ 408 ห้อง และโรงแรม Autograph Collection 126 ห้อง
ไซมิส แอสเสท (SA) ประกาศแผนการลงทุนในภูเก็ต ด้วยการวางมัดจำซื้อที่ดิน 2 แปลง มูลค่ารวม 9,000 ล้านบาท ในย่านบางเทาและหาดกมลา โดยมีแผนจะร่วมทุนกับพันธมิตรจากสหรัฐอเมริกา การขยายตัวของ SA ในภูเก็ตนี้แสดงถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมี่ยม
คอนโดมิเนียมและบ้านตากอากาศภูเก็ต: การปรับตัวเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า แม้ตลาดคอนโดมิเนียมและบ้านตากอากาศในภูเก็ตจะมีการแข่งขันสูง แต่ก็ยังมีโอกาสในการเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง และนักลงทุนที่มองหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนระยะยาว (Investment Demand) และการพักอาศัยระยะยาว (Long-stay Demand)
ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ 18 โครงการ มูลค่ารวม 36,420 ล้านบาท โดยมีทำเลแข่งขันหลักอยู่ที่ย่านบางเทา เชิงทะเล กะตะ กะรน ราไวย์ และใจกลางเมืองภูเก็ต สำหรับปี 2569 คาดว่าซัพพลายคอนโดมิเนียมใหม่อาจปรับตัวลดลงเล็กน้อย แต่ยังคงมีความร้อนแรงต่อเนื่อง
ในส่วนของตลาดบ้านตากอากาศ ณ สิ้นไตรมาส 3/68 มีบ้านเปิดขายใหม่ 60 โครงการ มูลค่ารวม 36,726 ล้านบาท ทำเลที่มีการแข่งขันสูงคือย่านเชิงทะเล (55.90%) และตามแนวชายหาดต่างๆ โดยเฉพาะบ้านพักตากอากาศระดับราคา 30-50 ล้านบาท ได้รับความนิยมสูง แม้ราคาสูง แต่ก็ยังคงเป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มองหาความสงบและความเป็นส่วนตัว
กลยุทธ์สู่ความสำเร็จสำหรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต
นายภัทรชัย ทวีวงศ์ จากคอลลิเออร์ส ประเทศไทย ได้ให้คำแนะนำ 5 กลยุทธ์สำคัญสำหรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต เพื่อรับมือกับการแข่งขันและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน:
การเลือกทำเลที่มีศักยภาพและสร้างมูลค่าเพิ่ม: เน้นพื้นที่ตอนเหนือของเกาะ หรือโซนใกล้แหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกหลัก ซึ่งยังมีต้นทุนที่ดินต่ำกว่าทำเลชายหาดหลัก และสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กลยุทธ์ด้านราคาและการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย: ช่วงราคา 30-50 ล้านบาทต่อยูนิต เป็นช่วงที่มีดีมานด์ซื้อสูงสุด โดยเฉพาะกลุ่มกำลังซื้อสูงที่มองหาทรัพย์สินเพื่อการลงทุนระยะยาว หรือที่พักผ่อนระดับพรีเมี่ยม
การเพิ่มมูลค่าโครงการด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการระดับพรีเมี่ยม: เช่น คลับเฮาส์ส่วนตัว สปา ฟิตเนสครบวงจร ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ และบริการ Property Management & Concierge Service เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยระดับรีสอร์ต
การเน้นกลุ่มลูกค้านักลงทุนและผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยระยะยาว: โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติจากรัสเซีย จีน และยุโรป ที่ยังคงมองหาทรัพย์สินในภูเก็ต การนำเสนอโมเดลการลงทุนแบบ Guaranteed Yield หรือโครงการที่สามารถปล่อยเช่าได้อย่างถูกกฎหมาย จะเป็นที่น่าสนใจ
การวางแผนโครงการภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development): การนำแนวคิด Green Building Concept มาใช้ในการออกแบบและก่อสร้าง การเลือกใช้วัสดุรักษ์สิ่งแวดล้อม การออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน และการบริหารจัดการน้ำและของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และดึงดูดกลุ่มลูกค้าพรีเมี่ยมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
แนวโน้มปี 2569: การเติบโตที่มาพร้อมความท้าทาย
ปี 2569 คาดการณ์ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยการแข่งขันที่สูงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซัพพลายใหม่ในตลาดคอนโดมิเนียมและบ้านตากอากาศอาจมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม โอกาสในการลงทุนยังคงมีอยู่มาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่สามารถเข้าใจตลาด วิเคราะห์แนวโน้ม และปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับความต้องการของตลาดได้อย่างเหมาะสม
บทสรุปและคำแนะนำสำหรับนักลงทุน
ภูเก็ตได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพสูงและมีความยืดหยุ่น แม้จะเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจต่างๆ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียมหรู บ้านตากอากาศ หรือ Branded Residence ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ
หากท่านกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต หรือต้องการคำแนะนำเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต เพื่อการลงทุน หรือเพื่อเป็นบ้านหลังที่สองอันแสนอบอุ่น โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเรา เราพร้อมที่จะนำเสนอข้อมูลเชิงวิเคราะห์ที่ทันสมัยและคำปรึกษาที่ตรงกับความต้องการของท่าน เพื่อร่วมสร้างสรรค์ความสำเร็จในการลงทุนครั้งสำคัญนี้.

