ภูเก็ต: สมรภูมิอสังหาริมทรัพย์แห่งปี 2569 – โอกาสทองสำหรับนักลงทุนที่มองการณ์ไกล
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและวัฏจักรของตลาดมานับไม่ถ้วน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในภูเก็ตในช่วงปลายปี 2568 ต่อเนื่องสู่ปี 2569 นั้น เป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะเผชิญกับความท้าทาย โดยคาดการณ์การเติบโตของ GDP อยู่ที่ 1-2% ซึ่งนับเป็นการเติบโตที่ชะลอตัวที่สุดในรอบสิบปี ท่ามกลางความกังวลใจของภาคธุรกิจส่วนใหญ่ แต่ทว่า “ไข่มุกอันดามัน” อย่างภูเก็ต กลับกลายเป็นดินแดนแห่งโอกาสทองที่กำลังคึกคักอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
ภูเก็ต: มหานครแห่งการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีวันหลับใหล
ในช่วงเวลาที่การเมืองมีความไม่แน่นอน และกำลังซื้อภายในประเทศชะลอตัว การเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะมาถึงในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อาจเป็นสัญญาณที่หลายภาคส่วนเฝ้ารอ แต่สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตนั้น เป็นอีกเรื่องราวหนึ่งโดยสิ้นเชิง จากข้อมูลล่าสุดในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 เพียงช่วงเวลา 3 เดือน มีการประกาศการลงทุนใหม่ในภูเก็ตสูงถึงเกือบหนึ่งแสนล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจอย่างแรงกล้าของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ทั้งทุนท้องถิ่นที่ทรงอิทธิพลและแบรนด์ชั้นนำจากส่วนกลาง ที่ต่างแข่งขันกันเข้ามาเติมเต็มซัพพลายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตอย่างไม่หยุดยั้ง
ทุนท้องถิ่น-ทุนใหญ่: การประชันขันแข่งบนที่ดินศักยภาพ
หัวใจสำคัญที่ทำให้ภูเก็ตยังคงร้อนแรง คือ การมาถึงของโครงการขนาดใหญ่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มทุนท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง ตระกูลวานิช หนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลในภูเก็ต ได้ประกาศการลงทุนมูลค่ามหาศาลถึง 50,000 ล้านบาท ผ่านโครงการ Synthesis Ark Phuket โดยเป็นการปลุกชีพที่ดินผืนงามกว่า 491 ไร่ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่เหมืองดีบุกเก่าและสวนปาล์ม มาพัฒนาเป็นโครงการแบบ Mixed-use ที่ครบวงจร ตั้งอยู่ในทำเลทอง ต.เกาะแก้ว อ.ถลาง ติดถนนเทพกระษัตรี คอนเซ็ปต์ของโครงการนี้เน้นการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนในรูปแบบ “15-Minute Neighborhood” ที่ทุกสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ใกล้แค่เอื้อมภายใน 15 นาที ภายในโครงการประกอบด้วย คอนโดมิเนียม, บ้านจัดสรร, วิลล่าหรู, อาคารสำนักงาน, โรงแรม, เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์, สถาบันการศึกษา, ศูนย์สุขภาพและความงาม, และศูนย์การค้าระดับโลก แผนการดำเนินงานแบ่งเป็น 3 เฟส คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2575 การลงทุนครั้งใหญ่นี้ ไม่เพียงแต่จะยกระดับมาตรฐานการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต แต่ยังเป็นการสร้าง New Destination ที่น่าสนใจสำหรับทั้งนักลงทุนและผู้อยู่อาศัย
ในขณะเดียวกัน แบรนด์อสังหาริมทรัพย์ชั้นนำจากกรุงเทพฯ ก็ไม่น้อยหน้า ต่างทุ่มเททรัพยากรเพื่อเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดในภูเก็ตเช่นกัน
แสนสิริ ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 16 ปีในตลาดภูเก็ต ได้เปิดตัว 2 โครงการใหม่ในเดือนตุลาคม 2568 ได้แก่ “ดีคอนโด โคฟ” คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ มูลค่า 2,100 ล้านบาท จำนวน 862 ยูนิต และ “เศรษฐสิริ เกาะแก้ว รีทรีต” บ้านเดี่ยวหรู มูลค่า 1,700 ล้านบาท จำนวน 110 ยูนิต โดยโครงการบ้านเดี่ยวมีจุดเด่นที่ทำเลตั้งอยู่ใกล้ British International School Phuket และไม่ไกลจากถนนหลัก
แอสเซทไวส์ (ASW) ภายใต้การบริหารของ TITLE ได้แสดงจุดยืนที่แข็งแกร่งในการลงทุนในภูเก็ต โดยสัดส่วนการลงทุนในภูเก็ตคิดเป็นถึง 82% ของพอร์ตโฟลิมรวมของบริษัท การประกาศพัฒนา 5 โครงการ มูลค่ารวม 15,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความมุ่งมั่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดตัวคอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ต 3 โครงการใหม่ ได้แก่ Coralina Kamala, The TITLE Sierra, และ The Balcony Naiyang มูลค่ารวม 9,700 ล้านบาท นอกจากนี้ ASW ยังสร้างความฮือฮาด้วยการประกาศ Joint Venture กับกลุ่มโบ๊ทพัฒนาของตระกูลยงสกุล ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต เพื่อพัฒนาโครงการพูลวิลล่าหรูบนเกาะแก้ว มูลค่า 5,700 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ Casa de Monte และ Villa del Luna การร่วมทุนครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังของสองยักษ์ใหญ่ที่น่าจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดวิลล่าหรูในภูเก็ต
PROUD Real Estate ก็ไม่พลาดที่จะเข้ามามีบทบาทในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักเซอรี่ ด้วยการเปิดตัวโครงการ The Residences at InterContinental Phuket Resort มูลค่า 2,700 ล้านบาท บนหาดกมลา โครงการนี้ชูจุดเด่นของการเป็น Branded Residence ที่ผสานการพักผ่อนในระดับ 5 ดาวเข้ากับการอยู่อาศัยได้อย่างลงตัว การันตีด้วยมาตรฐานระดับ 2 Michelin Keys ของโรงแรม InterContinental (IHG) โครงการนี้ประกอบด้วยห้องชุด 111 ยูนิต ในราคาเริ่มต้น 15-100 ล้านบาท สะท้อนถึงการจับกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงที่ต้องการประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ไม่เหมือนใคร
Capstone Asset ร่วมมือกับ Marriott International เปิดตัว Phayathai Phuket Autograph Collection Residences ในย่านบางเทา เป็นโครงการเรสซิเดนซ์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับโรงแรม Autograph Collection จำนวน 408 ยูนิต พร้อมตกแต่งครบครัน โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาสเตอร์แพลนแบบ Mixed-use มูลค่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงโรงแรม 126 ห้อง และพื้นที่รีเทล
Siam Asset (SA) ก็ไม่พลาดที่จะเข้ามาเสริมทัพ ด้วยแผนการลงทุนที่ดิน 2 แปลงในภูเก็ต ย่านบางเทาและหาดกมลา มูลค่ารวม 9,000 ล้านบาท โดยจะเป็นโครงการร่วมทุนกับพาร์ตเนอร์ต่างชาติชั้นนำ การเข้ามาของ SA ครั้งนี้ จะยิ่งเพิ่มความคึกคักให้กับตลาดคอนโดมิเนียมในพื้นที่ดังกล่าว
Branded Residence: เทรนด์ที่กำลังมาแรงในภูเก็ต
ภูเก็ตกำลังก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางของ Branded Residence ในเอเชียอย่างเต็มตัว โครงการที่พักอาศัยระดับพรีเมี่ยมที่มาพร้อมบริการจากโรงแรมระดับ 5 ดาว กำลังเป็นที่ต้องการของนักลงทุนต่างชาติที่มองหาทั้งศักยภาพในการลงทุนและคุณภาพชีวิตที่ดี การลงทุนใน Branded Residence Phuket ไม่เพียงแต่จะมอบผลตอบแทนที่น่าพอใจจากการปล่อยเช่า แต่ยังมอบประสบการณ์การพักผ่อนและการอยู่อาศัยในระดับเวิลด์คลาสอีกด้วย
ตลาดบ้านพักตากอากาศภูเก็ต: ความต้องการที่ไม่มีวันลดลง
แม้ว่าภาพรวมของตลาดคอนโดมิเนียมและบ้านพักตากอากาศในภูเก็ตจะมีการแข่งขันที่สูงขึ้นจากการเพิ่มซัพพลายอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพอย่างมาก จากสถิติในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ 4,648 ยูนิต ใน 18 โครงการ มูลค่ารวม 36,420 ล้านบาท โดยมีทำเลที่แข่งขันกันสูง ได้แก่ บางเทา, กะตะ, กะรน, ราไวย์, และใจกลางเมืองภูเก็ต
สำหรับตลาดบ้านพักตากอากาศ ณ สิ้นไตรมาส 3/68 มีการเปิดขายใหม่ถึง 872 ยูนิต ใน 60 โครงการ มูลค่ารวม 36,726 ล้านบาท โดยทำเลที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือเชิงทะเล (55.90%) ซึ่งได้รับอานิสงส์จากกำลังซื้อของชาวรัสเซียเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ทำเลที่ตั้งอยู่ตามแนวชายหาดและใกล้ชายหาดในอำเภอถลาง เช่น หาดบางเทา, หาดสุรินทร์, หาดลายัน, เชิงทะเล, หาดในทอน, อ่าวฉลอง, หาดราไวย์, หาดกมลา, ป่าตอง ก็ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง
ราคาที่ดินที่สูงขึ้นในทำเลชายหาด ส่งผลให้หลายโครงการขยับเข้าไปตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ห่างจากชายหาดออกไปเล็กน้อย แต่ยังคงให้ความเงียบสงบและบรรยากาศที่เหมาะแก่การอยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับราคา 30-50 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงสุด
กลยุทธ์สู่ความสำเร็จในตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตปี 2569
จากประสบการณ์และข้อมูลเชิงลึก ผมขอเสนอ 5 กลยุทธ์สำคัญสำหรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการประสบความสำเร็จในตลาดภูเก็ตปี 2569:
เลือกทำเลแห่งอนาคต (Strategic Location Selection): มุ่งเน้นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว โดยเฉพาะพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะ หรือบริเวณใกล้เคียงแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกหลัก แต่มีต้นทุนที่ดินที่สมเหตุสมผลกว่าทำเลชายหาดหลัก การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันและเอกลักษณ์ของโครงการได้เป็นอย่างดี
การกำหนดราคาและกลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำ (Precise Pricing and Target Audience): ตลาดที่มีดีมานด์ซื้อสูงสุดอยู่ในช่วงราคา 30-50 ล้านบาทต่อยูนิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงที่มองหาทรัพย์สินเพื่อการลงทุนระยะยาว หรือที่อยู่อาศัยระดับพรีเมี่ยมสำหรับการพักผ่อน การเข้าใจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง จะช่วยให้การกำหนดราคาและการออกแบบผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพสูงสุด
เพิ่มมูลค่าด้วยบริการระดับพรีเมี่ยม (Premium Amenities and Services): การนำเสนอสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการเหนือระดับ เช่น คลับเฮาส์ส่วนตัว, สปามาตรฐานโรงแรม 5 ดาว, ฟิตเนสครบวงจร, ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ, และบริการดูแลผู้พักอาศัยแบบครบวงจร (Property Management & Concierge Service) จะช่วยสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยระดับรีสอร์ต เพิ่มโอกาสในการปล่อยเช่าระยะยาว และสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่มั่นคง
เจาะกลุ่มนักลงทุนและผู้อยู่อาศัยระยะยาว (Focus on Investors and Long-term Residents): กลุ่มนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากรัสเซีย, จีน, และยุโรป ยังคงให้ความสนใจในอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตเพื่อการลงทุนและอยู่อาศัยระยะยาว โมเดลที่น่าสนใจ ได้แก่ การลงทุนแบบการันตีผลตอบแทน (Guaranteed Yield) หรือโครงการที่สามารถดำเนินการปล่อยเช่าได้อย่างถูกกฎหมาย
การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development): การนำแนวคิด Green Building Concept มาใช้ในการออกแบบและก่อสร้าง, การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, การออกแบบอาคารที่ประหยัดพลังงาน, และการบริหารจัดการน้ำและของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดต้นทุนในระยะยาว แต่ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ และดึงดูดกลุ่มลูกค้าพรีเมี่ยมที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม
บทสรุป: ภูเก็ต – โอกาสของคุณอยู่ที่นี่
ปี 2569 ถือเป็นปีทองของตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตอย่างแท้จริง การลงทุนที่ร้อนแรง การแข่งขันที่ดุเดือด และเทรนด์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ล้วนบ่งชี้ถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของเกาะไข่มุกแห่งนี้ หากคุณคือหนึ่งในนักลงทุนที่มองการณ์ไกล ต้องการคว้าโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยม และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ภูเก็ต คือคำตอบของคุณ อย่าพลาดโอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ครั้งสำคัญนี้!

