ภูเก็ต: ศูนย์กลางอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก พุ่งแรงรับปี 2569
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพลวัตของตลาดมานับไม่ถ้วน แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในภูเก็ตในช่วงปลายปี 2568 และต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569 นี้ เป็นสิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคของประเทศไทยจะเผชิญกับความท้าทาย คาดการณ์การเติบโต GDP ที่ชะลอตัว แต่จังหวัดภูเก็ตกลับสวนกระแสอย่างน่าทึ่ง กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนอสังหาริมทรัพย์มูลค่ามหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม และคอนโดมิเนียมตากอากาศ
ภูเก็ต: มากกว่าแค่เมืองท่องเที่ยว คือศูนย์กลางการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก
ภูเก็ตได้ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของไทย สู่การเป็นศูนย์กลางอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Branded Residences หรือโครงการที่พักอาศัยระดับลักเซอรี่ที่มาพร้อมบริการระดับโรงแรมห้าดาว การลงทุนในภูเก็ตในช่วงปลายปี 2568 นี้ มีมูลค่ารวมกันเฉียดแสนล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศที่มีต่อศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต
ทุนใหญ่ท้องถิ่นและต่างชาติ: การแข่งขันที่เข้มข้นเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด
ภูเก็ตกำลังเป็นสมรภูมิเดือดของเหล่า บิ๊กเนม ในวงการอสังหาริมทรัพย์ของไทย และ ทุนท้องถิ่น ที่มองเห็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากที่ดินศักยภาพสูง
กลุ่มวานิช: ตระกูลวานิช หนึ่งในตระกูลเก่าแก่ของภูเก็ต ได้นำที่ดินผืนงามกว่า 491 ไร่ ซึ่งเคยเป็นเหมืองแร่ดีบุกเก่าและสวนปาล์ม มาพัฒนาเป็นโครงการ มิกซ์ยูส (Mixed-Use Development) มูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ “Synthesis Ark Phuket” โครงการนี้ตั้งอยู่ในทำเลทอง ต.เกาะแก้ว อ.ถลาง ติดถนนเทพกระษัตรี ออกแบบภายใต้แนวคิด 15-Minute Neighborhood ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเข้าถึงทุกสิ่งได้ภายใน 15 นาที ประกอบด้วย คอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร วิลล่าหรู อาคารสำนักงาน โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ สถาบันการศึกษา ศูนย์สุขภาพและความงาม และศูนย์การค้าระดับโลก วางแผนพัฒนา 3 เฟส คาดแล้วเสร็จปี 2575
แสนสิริ: หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของไทย ได้ลงทุนในตลาดภูเก็ตต่อเนื่องมากว่า 16 ปี ได้เปิดตัว 2 โครงการใหม่ในช่วงปลายปี 2568 ได้แก่ “ดีคอนโด โคฟ” คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ มูลค่า 2,100 ล้านบาท และ “เศรษฐสิริ เกาะแก้ว รีทรีต” บ้านเดี่ยวหรู มูลค่า 1,700 ล้านบาท โครงการบ้านเดี่ยวโดดเด่นด้วยทำเลติด British International School Phuket
แอสเซทไวส์ (ASW): โดยบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE มีพอร์ตการลงทุนในภูเก็ตสูงถึง 82% ของพอร์ตทั้งหมด บริษัทได้ทุ่มงบประมาณ 15,000 ล้านบาท พัฒนา 5 โครงการใหม่ โดยเฉพาะ 3 คอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ทมูลค่ารวม 9,700 ล้านบาท ได้แก่ Coralina Kamala, The TITLE Sierra และ The Balcony Naiyang นอกจากนี้ ASW ยังได้ประกาศร่วมทุนกับกลุ่มโบ๊ทพัฒนาของตระกูลยงสกุล พัฒนาพูลวิลล่าหรูบนเกาะแก้ว มูลค่า 5,700 ล้านบาท
พราว เรียล เอสเตท (PROUD): ได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “The Residences at InterContinental Phuket Resort” โครงการลักเซอรี่มูลค่า 2,700 ล้านบาท บนหาดกมลา ชูจุดเด่นการเชื่อมต่อกับโรงแรมหรูระดับ Michelin Keys การันตีมาตรฐานบริการระดับโลก
แค๊ปสโตน แอสเสท: ร่วมกับ Marriott International เปิดตัว “เพย์ลา ภูเก็ต ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น เรสซิเดนซ์ส” โครงการเรสซิเดนซ์หรูใจกลางย่านบางเทา มูลค่า 4,000 ล้านบาท เป็นส่วนหนึ่งของโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่
ไซมิส แอสเซท (SA): วางแผนลงทุนในภูเก็ตด้วยการซื้อที่ดิน 2 แปลงย่านบางเทาและหาดกมลา มูลค่ารวม 9,000 ล้านบาท โดยจะเป็นโครงการร่วมทุนกับพันธมิตรชั้นนำ
เทรนด์ Branded Residence: ความหรูหราที่มาพร้อมการลงทุนที่มั่นคง
ตลาด Branded Residence ในภูเก็ตกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายหันมาให้ความสำคัญกับการนำเสนอโครงการที่พักอาศัยที่ผสานบริการระดับโรงแรม 5 ดาวเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มองหาประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับ ควบคู่ไปกับการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ
The Residences at InterContinental Phuket Resort: โดย PROUD นำเสนอห้องชุด 5 แบบ ตั้งแต่ 1-5 ห้องนอน มูลค่า 15-100 ล้านบาท พร้อมบริการระดับโรงแรมหรู
เพย์ลา ภูเก็ต ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น เรสซิเดนซ์ส: โดย แค๊ปสโตน แอสเสท นำเสนอห้องชุดตกแต่งพร้อมอยู่ 408 ห้อง ในทำเลใจกลางย่านบางเทา
คอนโดมิเนียมตากอากาศภูเก็ต: ตลาดร้อนแรง ดีมานด์ต่างชาติยังคงสูง
แม้จะมีผู้พัฒนาจำนวนมากที่เข้ามาเติมซัพพลายในตลาดคอนโดมิเนียมตากอากาศภูเก็ตในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่สถิติ ณ ไตรมาส 3/68 ยังคงแสดงให้เห็นถึงกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง โดยมีบ้านและคอนโดฯ ตากอากาศเปิดใหม่ 85 โครงการ มูลค่ารวม 73,146 ล้านบาท และสามารถทำยอดขายได้ถึง 50-70% หรือแม้กระทั่งปิดโครงการได้ภายในเวลาอันสั้น
คอนโดมิเนียม: ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 มีคอนโดฯ เปิดใหม่ 4,648 ยูนิต มูลค่า 36,420 ล้านบาท ทำเลที่มีการแข่งขันสูง ได้แก่ ย่านบางเทา เชิงทะเล กะตะ กะรน ราไวย์ และใจกลางเมืองภูเก็ต
เทรนด์ปี 2569: คาดการณ์ว่าตลาดคอนโดมิเนียมภูเก็ตจะยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง โดยมีซัพพลายใหม่ราว 6,000-10,000 ยูนิต สะท้อนถึงการแข่งขันที่สูงขึ้น จากการเข้ามาลงทุนของ อสังหาริมทรัพย์เมืองกรุง
บ้านตากอากาศระดับพรีเมียม: ดีมานด์พุ่งแรงในเซ็กเมนต์ 30-50 ล้านบาท
ตลาดบ้านตากอากาศในภูเก็ตก็ไม่น้อยหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มราคา 30-50 ล้านบาท ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง โดย ณ สิ้นไตรมาส 3/68 มีบ้านตากอากาศเปิดใหม่ 872 ยูนิต มูลค่า 36,726 ล้านบาท กระจุกตัวในย่านเชิงทะเล 55.90% โดยมีกำลังซื้อจากชาวรัสเซียให้ความนิยมเป็นพิเศษ
ทำเลเด่น: ตามแนวชายหาดและพื้นที่ใกล้ชายหาด โดยเฉพาะอำเภอถลาง ตามแนวชายฝั่งตะวันตกของเกาะ เช่น หาดบางเทา หาดสุรินทร์ หาดลายัน เชิงทะเล รองลงมาคือหาดในทอน อ่าวฉลอง หาดราไวย์ และหาดกมลา
เทรนด์ปี 2569: คาดว่าซัพพลายใหม่ของบ้านตากอากาศจะลดลงเล็กน้อย อยู่ที่ประมาณ 1,000-1,500 ยูนิต ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น
กลยุทธ์สู่ความสำเร็จในตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ปี 2569
จากประสบการณ์ของผมในวงการนี้ ผมขอเสนอ 5 กลยุทธ์สำคัญสำหรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการประสบความสำเร็จในตลาดภูเก็ตปี 2569:
เลือกทำเลศักยภาพสูงและสร้างมูลค่าเพิ่ม: มุ่งเน้นพื้นที่ตอนเหนือของเกาะ หรือโซนใกล้แหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกหลัก แต่มีต้นทุนที่ดินต่ำกว่าชายหาดหลัก เพื่อบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและรักษาเอกลักษณ์ของโครงการ
กลยุทธ์ด้านราคาและการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย: ช่วงราคา 30-50 ล้านบาท เป็นที่ต้องการสูงสุด โดยเฉพาะกลุ่มกำลังซื้อสูงที่มองหาทรัพย์สินเพื่อการลงทุนระยะยาว หรือที่พักผ่อนระดับพรีเมียม
เพิ่มมูลค่าด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการระดับพรีเมียม: นำเสนอคลับเฮาส์ส่วนตัว สปามาตรฐานโรงแรม 5 ดาว ฟิตเนสครบวงจร ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ และบริการดูแลผู้พักอาศัยแบบครบวงจร (Property Management & Concierge Service) เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยแบบรีสอร์ท เพิ่มโอกาสในการปล่อยเช่าระยะยาวและสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง
เน้นกลุ่มลูกค้านักลงทุนและผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยระยะยาว: เจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะจากรัสเซีย จีน และยุโรป ที่ยังคงมองหาทรัพย์สินในภูเก็ตเพื่อการลงทุนและอยู่อาศัยระยะยาว โมเดลที่ได้ผลดี คือ การลงทุนแบบการันตีผลตอบแทน (Guaranteed Yield) หรือโครงการที่สามารถปล่อยเช่าได้อย่างถูกกฎหมาย
การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development): นำแนวคิด Green Building Concept มาใช้ในการออกแบบและก่อสร้าง การใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบอาคารให้ประหยัดพลังงาน และการบริหารจัดการน้ำและของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ โครงการที่ใส่ใจความยั่งยืนไม่เพียงช่วยลดต้นทุนในระยะยาว แต่ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ และดึงดูดกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม
ภูเก็ตกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และการเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสนี้จะนำมาซึ่งผลตอบแทนที่งดงาม หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต หรือต้องการข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับศักยภาพของตลาดนี้ อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญ เพื่อร่วมกันสร้างความสำเร็จในอนาคตอันใกล้.

