• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2512034 สารพ ดล กค าน ยเส านบ ฟเฟต ชาบ นะไม ใช โรงทาน(ละครส น) หน งส นด BSC part2

admin79 by admin79
December 26, 2025
in Uncategorized
0
D2512034 สารพ ดล กค าน ยเส านบ ฟเฟต ชาบ นะไม ใช โรงทาน(ละครส น) หน งส นด BSC part2

พลิกโฉม “เชียงแสน” ในมิติใหม่: กลยุทธ์รับมือการเติบโตของเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคเหนือ 2025

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในแวดวงเศรษฐกิจและการลงทุนภูมิภาคมานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของภูมิทัศน์ชายแดนไทย-ลาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ การผงาดขึ้นของ “เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ” หรือที่รู้จักกันในนาม “คิงส์โรมัน” (Kings Roman) ฝั่งเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงข้ามกับอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจ หากแต่เป็นหมุดหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระบบนิเวศการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน สิ่งที่เคยเป็นเมืองผ่านอันเงียบสงบกำลังเผชิญกับคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ท้าทายทั้งโอกาสและอุปสรรคใหม่ๆ สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอเชียงแสนในฐานะเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดที่สุด

การลงทุนมหาศาลจากกลุ่มทุนจีน “ดอกงิ้วคำ” ของเจ้าเหว่ย ที่ได้รับสัมปทานยาวนานถึง 99 ปี บนพื้นที่กว่า 63,750 ไร่ ได้แปรสภาพพื้นที่ห่างไกลให้กลายเป็นมหานครแห่งความบันเทิงและการค้าสมัยใหม่ที่เปี่ยมด้วยพลวัต การพัฒนาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องของ เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ สะท้อนวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นจะเป็นศูนย์กลางครบวงจรระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านอสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง ศูนย์กลางโลจิสติกส์ การเกษตรอุตสาหกรรม การกีฬาและสันทนาการ ตัวเลขการลงทุนหลักแสนล้านบาทคือเครื่องยืนยันความทะเยอทะยานนี้

การผงาดขึ้นของมณฑลจีนย่อมๆ บนแผ่นดินลาว

เมื่อมองจากฝั่งเชียงแสน ขอบฟ้าของ “คิงส์โรมัน” เต็มไปด้วยตึกระฟ้าและอาคารชุดคอนโดมิเนียมที่กำลังก่อสร้างตระหง่านอยู่ริมฝั่งโขง ไม่ต่างจากเมืองใหญ่ในจีนแผ่นดินใหญ่ ภายใน เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกพัฒนาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ท่าเรือมาตรฐาน ถนนหนทาง ป้ายรถโดยสารสาธารณะ ห้องน้ำสะอาดสวยงาม ไปจนถึงรถแท็กซี่ป้ายจีนที่พร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ หัวใจหลักของอาณาจักรแห่งนี้คือโรงแรมหรูหรา บ่อนกาสิโนระดับโลก คอนโดมิเนียมและอาคารสำนักงานสำหรับอยู่อาศัยและธุรกิจ ภัตตาคาร ร้านอาหารนานาชาติ สถานบันเทิง ตลาดปลอดภาษีดอนซาว ไชน่าทาวน์ โรงเรียนนานาชาติ วัดจีน สวนสาธารณะ สนามกอล์ฟ และที่สำคัญคือท่าอากาศยานนานาชาติบ่อแก้ว สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้หลอมรวมกันเป็นระบบนิเวศที่รองรับพลเมืองทั้งภายในและต่างประเทศกว่า 60,000 คน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ไม่ได้เป็นเพียงโครงการลงทุนทั่วไป แต่เป็นการสร้าง “เมือง” ขึ้นมาใหม่ที่มีการบริหารจัดการแบบพิเศษและมีอิสระในการกำหนดทิศทางการพัฒนาค่อนข้างสูง ฐานข้อมูลจากด่านตรวจคนเข้าเมืองสะท้อนถึงการเคลื่อนไหวของผู้คนอย่างคึกคัก โดยเฉพาะชาวจีนที่เข้ามาลงทุนและใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่นี้เป็นจำนวนมาก ขณะที่คนเมียนมาส่วนใหญ่เข้ามาทำงานในภาคการก่อสร้าง แรงงานลาวเองก็มีบทบาทในงานบริการและการท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงเชิงประชากรศาสตร์นี้บ่งชี้ถึงการก่อร่างสร้างเมืองที่กำลังเติบโตและมีความต้องการด้านบริการและสินค้าอย่างมหาศาล

เชื่อมโลกด้วยท่าอากาศยานนานาชาติบ่อแก้วและท่าเรือยุคใหม่

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เสริมศักยภาพของ เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคคือการเปิดดำเนินการของท่าอากาศยานนานาชาติบ่อแก้วอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี 2567 ด้วยพื้นที่กว่า 1,800 ไร่ รันเวย์ยาว 2,700 เมตร และมูลค่าการลงทุนกว่า 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สนามบินแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นท่าอากาศยานขนาดใหญ่อันดับ 3 ของ สปป.ลาว สามารถรองรับเครื่องบินขนาดกลางอย่าง Airbus A321 หรือ Boeing 737-900 ได้ เป็นการเปิดประตูสู่การเดินทางทางอากาศโดยตรงจากนานาประเทศ สู่ใจกลางของเขตเศรษฐกิจนี้โดยไม่ต้องผ่านเมืองอื่นๆ อีกต่อไป แม้สนามบินจะตั้งอยู่นอกเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่การควบคุมการเข้าออกอย่างเข้มงวดก็เน้นย้ำถึงกลไกการบริหารจัดการที่มุ่งเน้นความปลอดภัยและวัตถุประสงค์เฉพาะของพื้นที่นี้

นอกจากนี้ การลงทุนด้านท่าเรือก็เป็นอีกหนึ่งเมกะโปรเจกต์ที่น่าจับตา โครงการท่าเรือแห่งใหม่ รวมถึงท่าเรือท่องเที่ยวเกาะดอนซาว มีเป้าหมายรองรับผู้โดยสารปีละกว่า 450,000 คน เสริมด้วยท่าเรือขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศที่รองรับได้อีก 150,000 คนต่อปี ที่สำคัญคือการสร้างท่าเรือน้ำลึกริมแม่น้ำโขงพร้อมลานพิธีการศุลกากร รองรับเรือขนาด 500 ตัน หรือสินค้าได้ปีละ 10,000 ตัน การพัฒนาเหล่านี้สะท้อนวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้ เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ทางน้ำที่เชื่อมโยงระหว่างจีน ลาว เมียนมา และไทยอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งคาดว่าจะมีการเปิดเส้นทางเดินเรือสำราญในแม่น้ำโขงในปีนี้ ทำให้การเชื่อมต่อภูมิภาคนี้ครบวงจรทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ นับเป็นการสร้างโครงข่ายคมนาคมและขนส่งที่แข็งแกร่ง รองรับการไหลเวียนของนักท่องเที่ยวและสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มากกว่ากาสิโน: ระบบนิเวศการลงทุนหลากหลายมิติ

แม้ภาพลักษณ์ของ “คิงส์โรมัน” มักจะถูกผูกโยงกับการเป็นแหล่งบันเทิงและกาสิโน แต่ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้าน การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ และ การพัฒนาเชิงพาณิชย์ ผมเห็นศักยภาพที่กว้างไกลกว่านั้น การบุกเบิกพื้นที่ทำการเกษตรขนาดใหญ่ เช่น การเร่งถางดอยหลายลูกเพื่อปลูกทุเรียนรองรับความต้องการตลาดจีนที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงพื้นที่ปศุสัตว์ การเพาะปลูกถั่ว และไม้ดอกไม้ประดับ ล้วนเป็นยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นความมั่นคงทางอาหารภายในเขตเศรษฐกิจฯ และยังสามารถต่อยอดสู่ โลจิสติกส์ระหว่างประเทศ เพื่อส่งออกไปยังตลาดจีนและลาว แสดงให้เห็นถึงการลงทุนที่ครบวงจรและยั่งยืน

โครงการใหม่ๆ ที่กำลังผุดขึ้นยังตอกย้ำถึงความหลากหลายทาง โอกาสทางธุรกิจ เช่น สนามกอล์ฟภูกิ่วลม 36 หลุม มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท พร้อมโรงแรมที่พักระดับมาตรฐาน หรือโครงการตลาดน้ำมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ที่บริษัท จิงเสิน จำกัด กำลังก่อสร้าง โดยมีแนวคิดที่จะสร้างบรรยากาศแบบมาเก๊า ผสมผสานโรงแรม คาเฟ่ ร้านอาหาร และสถานบันเทิงต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยยังคงอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งจะกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากฝั่งไทยให้ไหลข้ามมาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การลงทุนด้านการศึกษาอย่างโรงเรียนนานาชาติที่เปิดโอกาสให้บุตรหลานของพนักงานในกาสิโนคิงส์โรมันได้เรียนฟรี รวมถึงการก่อสร้างคอนโดมิเนียมและอาคารชุดรองรับประชากรที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะชาวจีนที่เข้ามาทำงานและพำนักระยะยาว สะท้อนให้เห็นถึงการสร้างสังคมเมืองที่สมบูรณ์แบบ รองรับทุกมิติของการใช้ชีวิตและ การพัฒนาโครงการ ที่รอบด้าน

เชียงแสน: จุดยืนที่ท้าทายในฐานะ “เมืองผ่าน”

ท่ามกลางความรุ่งเรืองของ เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ คำถามสำคัญคือ อำเภอเชียงแสน ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม ได้รับอานิสงส์มากน้อยเพียงใด? จากประสบการณ์และการวิเคราะห์ของผมในฐานะรองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย (ฝ่ายการค้าชายแดน) อำเภอเชียงแสน ผมกล้ากล่าวว่าปัจจุบันเชียงแสนยังคงเป็นเพียง “ทางผ่าน” ของนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไป “คิงส์โรมัน” เป็นหลัก เนื่องจากเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ได้พัฒนาจนครบวงจรทุกด้าน ทำให้เป็นเสมือนแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยประมาณ 10,000 คนต่อเดือนเข้าไปในพื้นที่ของตนเองได้อย่างสมบูรณ์

ผลประโยชน์ที่เชียงแสนได้รับนั้นค่อนข้างจำกัด ส่วนใหญ่ตกอยู่กับผู้ประกอบการรถรับจ้างไทยที่ให้บริการรับส่งนักท่องเที่ยวจีนจากสนามบินเชียงรายมายังเชียงแสนเพื่อข้ามฟาก และผู้ประกอบการเรือข้ามฟากเท่านั้น แม้ภาคธุรกิจท้องถิ่นจะพยายามปรับตัว เช่น การลงทุนเปิดร้านอาหารริมแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นกว่า 10 แห่ง หรือโรงแรมระดับ 2-3 ดาว 2 แห่ง เพื่อใช้จุดเด่นของการชมวิวแสงสียามค่ำคืนของฝั่ง “คิงส์โรมัน” แต่เหล่านี้ก็ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ

หนึ่งในความท้าทายหลักที่ขัดขวางการพัฒนาในเชียงแสนคือ ที่ดินเพื่อการลงทุน ริมแม่น้ำโขงที่มีราคาสูงมาก การเช่าที่ดินหน้ากว้าง 25 เมตร ลึกถึงริมน้ำโขงอาจสูงถึง 100,000 บาทต่อเดือน ทำให้การลงทุนของภาคเอกชนท้องถิ่นเป็นไปได้ยากและช้ากว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งสะท้อนถึงการขาดกลไกและนโยบายที่ชัดเจนในการกระตุ้น การพัฒนาโครงการ ในพื้นที่

กลยุทธ์พลิกโฉมเชียงแสน: จากเมืองผ่านสู่ศูนย์กลางแห่งโอกาส

สถานการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญและเป็นโอกาสให้ประเทศไทยต้องวาง กลยุทธ์การลงทุน และพัฒนาเชียงแสนอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้กลายเป็นเพียงแค่ผู้เฝ้ามอง หอการค้าจังหวัดเชียงรายได้มองถึงผลกระทบและประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น เช่น โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมกับเชียงแสน ซึ่งอาจเอื้อประโยชน์ให้กับฝั่ง “คิงส์โรมัน” มากกว่าหากไม่มีการวางแผนที่ดีพอ และผู้ประกอบการเรือข้ามฟากในท้องถิ่นอาจเสียประโยชน์ ดังนั้น ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน รวมถึงมิติความมั่นคงของชาติด้วย

ผมเชื่อว่ารัฐบาลไทยจำเป็นต้องนำ เมกะโปรเจกต์ ขนาดใหญ่ลงสู่พื้นที่เชียงแสนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างแม่เหล็กดึงดูดการท่องเที่ยวและ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น การผลักดันโครงการสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) ซึ่งคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรได้เคยลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลมาหลายครั้งแล้ว หากเชียงแสนมีโครงการเหล่านี้ จะสามารถสร้าง โอกาสทางธุรกิจ ที่หลากหลายและเพิ่มระยะเวลาการพำนักของนักท่องเที่ยวได้อย่างมหาศาล

แนวคิดในการพัฒนาเชียงแสนให้เป็น “Wellness City” ที่โดดเด่น ถือเป็นอีกหนึ่ง กลยุทธ์การตลาดท่องเที่ยว ที่น่าสนใจ นักท่องเที่ยวสามารถข้ามไปตีกอล์ฟที่ฝั่ง “คิงส์โรมัน” และกลับมาใช้บริการสปา หรือคลินิกสุขภาพชั้นนำในเชียงแสนได้ การผสมผสานกิจกรรมที่หลากหลายจะช่วยกระจายเม็ดเงินสู่เศรษฐกิจท้องถิ่น ทำให้เชียงแสนไม่ได้เป็นแค่ทางผ่าน แต่เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจ มีกิจกรรมให้เลือกสรรและสามารถพำนักได้นานขึ้น นอกจากนี้ การผลักดันให้เชียงแสนเป็นศูนย์กลางด้านการค้าชายแดนที่ทันสมัย รองรับการแปรรูปสินค้าเกษตร และเป็นฮับสำหรับการกระจายสินค้าคุณภาพสู่ภูมิภาค ก็เป็นอีกแนวทางที่ควรพิจารณา

ระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ (NEC) กับบทบาทของเชียงแสน

การพัฒนาของ เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ยังต้องถูกมองในบริบทที่ใหญ่ขึ้น นั่นคือภายใต้นโยบายระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ (Northern Economic Corridor: NEC) ซึ่งครอบคลุมจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และเชียงราย โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูด การลงทุน จากต่างประเทศและภายในประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคเหนือโดยรวม หากปลายทางของระเบียงเศรษฐกิจเชียงรายยังคงเชื่อมโยงอยู่กับฐานเศรษฐกิจขนาดใหญ่แสนล้านบาทของจีนในฝั่งตรงข้าม และการเข้ามาของทุนจีนที่ยึดทำเลบริเวณถนน R3A ใกล้กับเชียงของ การปรับตัวและวางยุทธศาสตร์ของประเทศไทยจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างเร่งด่วน

เราไม่สามารถปล่อยให้กระแสการลงทุนขนาดใหญ่เช่นนี้ไหลผ่านไปโดยไม่สร้างประโยชน์หมุนเวียนในพื้นที่ภาคเหนืออย่างเป็นรูปธรรมได้ สิ่งที่ไทยต้องเร่งดำเนินการคือการสร้าง พันธมิตรทางธุรกิจ และกลไกที่เอื้อต่อการลงทุนร่วมกันระหว่างไทย-จีน-ลาว กำหนดนโยบายและระเบียบที่ชัดเจน เพื่อให้ เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของ NEC ไม่ใช่คู่แข่งที่ดึงดูดเม็ดเงินออกไปทั้งหมด

การศึกษา การประเมินมูลค่าทรัพย์สิน และศักยภาพที่ดินในเชียงแสนอย่างละเอียดถี่ถ้วน จะเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผน พัฒนาโครงการ ทั้งภาครัฐและเอกชน การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ อาทิ การปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติให้โดดเด่น และการส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถเชื่อมโยงกับซัพพลายเชนของ เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ได้ จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจท้องถิ่น

สรุปและก้าวต่อไป

เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ได้กลายเป็นมหานครแห่งใหม่ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมด้วยการลงทุนมหาศาลและระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่ครบวงจร ความท้าทายสำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะอำเภอเชียงแสน คือการเปลี่ยนบทบาทจาก “เมืองผ่าน” ให้เป็น “ศูนย์กลางแห่งโอกาส” ที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน การทำความเข้าใจในพลวัตการเปลี่ยนแปลงนี้ การกำหนดนโยบายที่เฉียบคม การส่งเสริม กลยุทธ์การลงทุน ที่ตอบโจทย์ และการผนึกกำลังกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น จะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของเชียงแสน และขับเคลื่อน เศรษฐกิจภาคเหนือ ให้ก้าวไปข้างหน้าในทศวรรษ 2025 และหลังจากนั้น

ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมองข้ามแม่น้ำโขง ไม่ใช่เพียงเพื่อชื่นชมความรุ่งเรือง แต่เพื่อวางแผนเชิงรุกที่จะสร้างความเชื่อมโยงและประโยชน์ร่วมกันอย่างชาญฉลาด หากท่านกำลังมองหา โอกาสทางธุรกิจ หรือต้องการ ปรึกษาการลงทุน ในพื้นที่เชียงแสนและภูมิภาคนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายของท่าน เราพร้อมที่จะนำประสบการณ์และความรู้ของเรามาช่วยให้วิสัยทัศน์ของท่านเป็นจริง

Previous Post

D2512033 ออ างของคนนอกใจ(ละครส น) หน งส นด BSC part2

Next Post

D2512035 ความล บของเเม (ละครส น) หน งส นด BSC part2

Next Post
D2512035 ความล บของเเม (ละครส น) หน งส นด BSC part2

D2512035 ความล บของเเม (ละครส น) หน งส นด BSC part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.