• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0202136 อย ามาด กคนแก เด ยวจะได แพ แบบไม นด part2

admin79 by admin79
February 3, 2026
in Uncategorized
0
D0202136 อย ามาด กคนแก เด ยวจะได แพ แบบไม นด part2
ผ่ากลยุทธ์ “ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์” : บทเรียนจากวิกฤตและความท้าทายสู่โอกาสใหม่ของผู้ชนะตัวจริง ในฐานะคนที่คลุกคลีและเฝ้าสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวในแวดวง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มานานกว่าทศวรรษ ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่าช่วงรอยต่อระหว่างปี 2566 ถึงปัจจุบัน คือบททดสอบที่โหดหินที่สุดครั้งหนึ่งสำหรับผู้ประกอบการไทย ภาพที่เราเห็นไม่ใช่แค่การชะลอตัวธรรมดา แต่มันคือการ “คัดกรอง” ครั้งใหญ่ (The Great Filter) ที่ทำให้เราเห็นธาตุแท้ของความแข็งแกร่งในแต่ละบริษัท หากคุณเป็นนักลงทุนที่กำลังมองหาลู่ทาง ลงทุนคอนโด หรือผู้บริโภคที่กำลังวางแผน กู้ซื้อบ้าน ในทำเลทองอย่าง กรุงเทพมหานคร หรือปริมณฑล การทำความเข้าใจผลประกอบการและทิศทางลมจากข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขทางบัญชี แต่มันคือเข็มทิศที่จะบอกว่า ใครคือ “ของจริง” ที่จะอยู่รอดและเติบโตต่อไปในสมรภูมิที่เปลี่ยนไป บทความนี้ผมจะพาไปเจาะลึกไส้ในของผลการดำเนินงานบริษัทอสังหาฯ ในตลาดหลักทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง แบบคำต่อคำ วิเคราะห์กันให้เห็นถึงกระดูก เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ภาพลวงตาแห่งการฟื้นตัว: เมื่อโมเมนตัมหายไป ย้อนกลับไปมองภาพรวม ตลาดที่หลายคนคาดการณ์ว่าจะ “Take off” หรือทะยานขึ้นอย่างสวยงามจากอานิสงส์การฟื้นตัวหลังโควิด กลับกลายเป็นหนังคนละม้วน ปัจจัยลบที่รุมเร้าทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น หนี้ครัวเรือนที่กดดันความสามารถในการ ขอสินเชื่อบ้าน และความไม่แน่นอนทางการเมืองในช่วงก่อนเลือกตั้ง ทำให้กราฟที่ควรจะพุ่งขึ้นกลับดิ่งลงหรือทรงตัวอย่างน่าอึดอัด
ข้อมูลจาก Property Mentor ที่รวบรวมไว้ชี้ชัดว่า รายได้รวมของ 41 บริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ปิดจบที่ 371,560 ล้านบาท ตัวเลขนี้ลดลง -1.2% จากปีก่อนหน้า ดูเผินๆ อาจเหมือนลดลงไม่มาก แต่เมื่อเจาะลึกลงไปในรายบริษัท เราพบความจริงที่น่าตกใจว่า มีถึง 25 บริษัทจาก 41 บริษัท ที่รายได้ “หดตัว” นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันสะท้อนให้เห็นว่า กำลังซื้อในตลาดไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่มัน “กระจุกตัว” อยู่กับผู้เล่นรายใหญ่ที่มีความน่าเชื่อถือ มีสินค้าที่ตอบโจทย์ และมีสายป่านทางการเงินที่ยาวพอ ส่วนรายกลางและรายเล็กที่ปรับตัวไม่ทัน ก็ต้องเผชิญกับสภาวะที่รายได้ติดลบระดับ 20-28% อย่างที่เห็นใน แอล.พี.เอ็น., อีสเทอร์น สตาร์ หรือ ไรมอน แลนด์ สงครามรายได้: บัลลังก์ที่เปลี่ยนมือและกลยุทธ์ที่แตกต่าง ในสมรภูมิ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การชิงแชมป์ด้านรายได้รวมถือเป็นไฮไลท์สำคัญ ในปีที่ยากลำบากนี้ “แสนสิริ” ได้ประกาศศักดาขึ้นแท่นเบอร์ 1 ด้วยรายได้รวม 39,082 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 12% ตัวเลขนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากการรุกหนักในตลาด บ้านหรู และคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ที่กลุ่มลูกค้าได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจน้อยกว่า การเฉือนชนะคู่แข่งตลอดกาลอย่าง “เอพี (ไทยแลนด์)” ที่ทำรายได้รวมไป 38,399 ล้านบาท ถือเป็นดราม่าทางธุรกิจที่น่าจับตามอง แม้เอพีจะตามมาเป็นอันดับ 2 อย่างน่าเจ็บใจ แต่ส่วนต่างเพียงเล็กน้อยนี้สะท้อนให้เห็นว่า ทั้งสองค่ายคือยักษ์ใหญ่ที่กินส่วนแบ่งตลาดมหาศาล ทิ้งห่างอันดับ 3 อย่าง “ศุภาลัย” (31,818 ล้านบาท) และอันดับ 4 “แลนด์แอนด์เฮ้าส์” (30,170 ล้านบาท) ไปพอสมควร สิ่งที่น่าสังเกตสำหรับนักลงทุนคือ 5 ใน 10 บริษัทท็อปเทน มีรายได้ลดลง ซึ่งรวมถึงแลนด์แอนด์เฮ้าส์ (-18%) ศุภาลัย (-10%) และพฤกษา โฮลดิ้ง (-9%) นี่คือสัญญาณเตือนว่า แม้แต่ยักษ์ใหญ่ก็ยังสะเทือนหากไม่ปรับพอร์ตสินค้าให้สอดคล้องกับดีมานด์ที่แท้จริง เจาะลึกเนื้อใน: ใครคือเจ้าแห่งการขาย (Real Sector) ตัวจริง? ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมักแนะนำเสมอว่า อย่าดูแค่ “รายได้รวม” เพราะตัวเลขนี้อาจรวมกำไรพิเศษ หรือรายได้จากการเช่าและการบริการ ถ้าอยากรู้ว่าใครขายเก่งจริง ใครครองใจผู้บริโภคที่ต้องการ ซื้อบ้าน เพื่ออยู่อาศัยจริง เราต้องดูที่ “รายได้จากการขาย” (Revenue from Sales) เมื่อเปลี่ยนเลนส์มองผ่านมุมนี้ ภาพของผู้นำใน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จะเปลี่ยนไปทันที เอพี (ไทยแลนด์) คือพระเอกตัวจริงในด้านนี้ ด้วยการกวาดรายได้จากการขายไปถึง 36,927 ล้านบาท แซงหน้าแสนสิริขึ้นมาเป็นอันดับ 1 กลยุทธ์การกระจายสินค้าทั้งแนวราบและแนวสูง (Condo & Housing) ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่ทาวน์โฮมราคาจับต้องได้ไปจนถึงบ้านเดี่ยวระดับบน ทำให้เอพีสามารถดึงดูดเม็ดเงินจากกระเป๋าลูกค้าได้มากที่สุด แม้ในยามเศรษฐกิจฝืดเคือง ขณะที่ แสนสิริ ตามมาเป็นอันดับ 2 ในด้านยอดขายที่ 32,829 ล้านบาท และ ศุภาลัย ยืนหยัดในอันดับ 3 ที่ 30,836 ล้านบาท ความน่าสนใจอยู่ที่ เอสซี แอสเสท ที่สามารถไต่ขึ้นมาติด Top 5 ได้ด้วยยอดขาย 23,370 ล้านบาท เติบโตถึง 13% ซึ่งเป็นผลจากการโฟกัสตลาด บ้านหรู และแบรนด์ที่แข็งแกร่งในเรื่องบริการหลังการขาย แต่ในเหรียญอีกด้าน หนึ่งในเรื่องที่น่ากังวลคือรายได้จากการขายของ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ที่ลดลงถึง -38% เหลือ 18,966 ล้านบาท รวมถึง ไรมอน แลนด์ ที่ยอดขายหายไปกว่า -78% ข้อมูลเหล่านี้บ่งชี้ว่า การพึ่งพาตลาดเฉพาะกลุ่ม หรือการขาดช่วงของการเปิดโครงการใหม่ (New Launch) ในจังหวะที่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงกว่าที่คิด ม้ามืดที่ไม่อาจมองข้าม: การรุกคืบของกลุ่มรีเทล ท่ามกลางยักษ์ใหญ่หน้าเดิม อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่สะเทือนวงการ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) จากเดิมที่เราคุ้นเคยในฐานะเจ้าพ่อห้างสรรพสินค้า วันนี้ CPN ได้แปลงโฉมเป็นดีเวลลอปเปอร์เต็มตัว รายได้จากการขายของเซ็นทรัลพัฒนาในปีดังกล่าวพุ่งแตะ 5,835 ล้านบาท เติบโตถึง 103% จากปีก่อนหน้า กลยุทธ์ “Mixed-use” ที่พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยติดกับศูนย์การค้า กลายเป็นจุดขายที่ทรงพลังและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ นี่คือคู่แข่งที่น่ากลัวและเป็นตัวแปรสำคัญที่บริษัทอสังหาฯ ดั้งเดิมต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
บรรทัดสุดท้ายคือความจริง: กำไรสุทธิและการบริหารจัดการ คำโบราณว่าไว้ “ขายดีจนเจ๊ง” มีอยู่จริงในโลกธุรกิจ แต่สำหรับบริษัทที่แข็งแกร่ง “กำไร” คือเครื่องพิสูจน์ฝีมือการบริหารจัดการต้นทุนและการเงิน ในปีที่ผ่านมา กำไรสุทธิรวมของทั้ง 41 บริษัท อยู่ที่ 44,165 ล้านบาท ลดลง -11% และมีถึง 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน แต่ในความมืดมน ยังมีแสงสว่างจาก แลนด์แอนด์เฮ้าส์ แม้รายได้จากการขายบ้านจะลดลง แต่พี่ใหญ่แห่งวงการยังคงยืนหนึ่งเรื่องความสามารถในการทำกำไร โดยกวาดกำไรสุทธิไปสูงสุดที่ 7,495 ล้านบาท เคล็ดลับความสำเร็จคือการมี “Recurring Income” และความฉลาดในการบริหารพอร์ตทรัพย์สิน โดยมีการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน รับรู้กำไรพิเศษกว่า 2,500 ล้านบาท นี่คือชั้นเชิงที่เหนือกว่าในเกมการเงิน อันดับ 2 คือ ศุภาลัย (6,083 ล้านบาท) ที่ยังคงรักษามาตรฐานการบริหารต้นทุน (Cost Control) ได้อย่างยอดเยี่ยม ตามมาด้วย เอพี (ไทยแลนด์) และ แสนสิริ ที่ไล่บี้กันมาในระดับ 6,000 และ 5,800 ล้านบาท ตามลำดับ โดยเฉพาะแสนสิริที่กำไรโตกระโดดถึง 42% สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการทำกำไรที่ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา เจาะลึกปัจจัยเสี่ยงและโอกาสในปี 2567-2569 จากการวิเคราะห์ข้อมูลข้างต้น เราสามารถถอดรหัสแนวโน้มของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในระยะยาวได้ดังนี้: การคัดกรองด้วยมาตรการทางการเงิน: สถาบันการเงินจะยังคงเข้มงวดในการปล่อย สินเชื่อบ้าน โดยเฉพาะในกลุ่มราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) สูง ผู้ประกอบการจะหันไปจับตลาดกลาง-บน มากขึ้น สงครามราคาและโปรโมชั่น: เพื่อระบายสต็อกคงค้าง (Inventory) เราจะเห็นสงครามราคาและการอัดโปรโมชั่น “อยู่ฟรี” หรือ “ช่วยผ่อน” ออกมาอย่างต่อเนื่อง เป็นโอกาสทองของผู้ที่มีความพร้อมในการซื้อ การกระจายความเสี่ยง (Diversification): บริษัทที่พึ่งพาเพียงรายได้จากการขายบ้านเพียงอย่างเดียวจะอยู่ยากขึ้น โมเดลธุรกิจจะเปลี่ยนไปสู่การหารายได้จากบริการ โรงแรม หรือคลังสินค้า (Industrial Estate) เช่นเดียวกับที่ ออริจิ้น หรือ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ กำลังทำ ทำเลคือหัวใจ (Location is King): การลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์ จะต้องเลือกเฟ้นทำเลอย่างละเอียด กรุงเทพฯ ชั้นใน และแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่เปิดใช้บริการแล้ว จะยังคงเป็น Safe Zone ที่มูลค่าทรัพย์สินไม่ลดลง คำแนะนำสำหรับนักลงทุนและผู้ซื้อบ้าน สำหรับท่านที่กำลังมองหาโอกาสใน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่ออยู่เอง หรือการซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่า นี่คือจังหวะเวลาที่คุณมีอำนาจต่อรองสูงที่สุดในรอบทศวรรษ แต่ “ความรู้” คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด สำหรับผู้ซื้ออยู่เอง: อย่าดูแค่ราคาหน้าป้าย ให้ดูความมั่นคงของโครงการ บริการหลังการขาย และนิติบุคคล โครงการจาก Top 10 Developer มีความเสี่ยงในการทิ้งงานน้อยกว่า และมักมีพันธมิตรธนาคารที่ช่วยเรื่อง กู้ซื้อบ้าน ได้ง่ายกว่า สำหรับนักลงทุน: มองหาทรัพย์ในทำเลที่มี Real Demand จริงๆ หลีกเลี่ยงทำเลที่ Supply ล้นตลาด การ ลงทุนคอนโด ใกล้มหาวิทยาลัย หรือแหล่งงานขนาดใหญ่ ยังคงให้ผลตอบแทน (Yield) ที่น่าพอใจ แต่ต้องเลือกโครงการที่มีการบริหารจัดการส่วนกลางที่ดี บทสรุป: ใครคือผู้ชนะตัวจริง? ปี 2566 อาจเป็นปีแห่งความผิดหวังของตลาดโดยรวม แต่สำหรับผู้ชนะ มันคือปีแห่งการพิสูจน์ฝีมือ เอพีครองแชมป์ยอดขาย, แสนสิริครองแชมป์รายได้, และแลนด์แอนด์เฮ้าส์ครองแชมป์กำไร ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวใน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีเพียงการปรับตัวและความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคเท่านั้นที่ยังคงทนทานต่อทุกวิกฤต การเปลี่ยนแปลงของตลาดอสังหาฯ ไทย กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ความยั่งยืนและนวัตกรรมจะมีบทบาทสำคัญกว่าแค่การสร้างตึกขาย ตัวเลขผลประกอบการเหล่านี้เป็นเพียงกระจกสะท้อนอดีต เพื่อให้เรามองเห็นอนาคตได้ชัดเจนขึ้น
คุณพร้อมหรือยังที่จะก้าวทันทุกความเปลี่ยนแปลงในตลาดอสังหาฯ? หากคุณกำลังมองหาบ้านในฝัน หรือต้องการคำปรึกษาด้านการลงทุนที่แม่นยำเพื่อสร้างความมั่งคั่งระยะยาว อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป เริ่มต้นศึกษาข้อมูลโครงการคุณภาพและวางแผนการเงินของคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่มั่นคงกว่าเดิม.
Previous Post

D0202135 กแรกน นหวาน พอนานๆทำร งเก ยจ part2

Next Post

D0202137 เพ อนร กได ควรย นด ไม ใช จฉา part2

Next Post

D0202137 เพ อนร กได ควรย นด ไม ใช จฉา part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.