• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0202123 เพ อล part2

admin79 by admin79
February 3, 2026
in Uncategorized
0
D0202123 เพ อล part2
เจาะลึกงบการเงิน 41 บิ๊กคอร์ป: ใครคือผู้ชนะตัวจริงในสมรภูมิ “ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์” และทิศทางตลาดที่ต้องจับตา หากเราย้อนกลับไปมองภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในช่วงรอยต่อระหว่างปี 2565 ถึง 2566 หลายคนในแวดวงการลงทุนต่างคาดหวังว่าจะเป็นปีแห่งการ “Take Off” หรือการทะยานขึ้นของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หลังจากที่อั้นมาจากช่วงวิกฤตโรคระบาด แต่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นหนังคนละม้วน ปี 2566 กลายเป็นปีที่สร้างความผิดหวังและท้าทายที่สุดปีหนึ่งสำหรับดีเวลลอปเปอร์ (Developer) ทั่วฟ้าเมืองไทย ในฐานะที่ผมคลุกคลีอยู่กับข้อมูลการตลาดและการวิเคราะห์โครงการที่อยู่อาศัยมากว่า 10 ปี สิ่งที่เราเห็นไม่ใช่แค่กราฟที่ดิ่งลงในบางไตรมาส แต่คือสัญญาณเตือนภัยระดับโครงสร้าง เมื่อโมเมนตัมที่ควรจะพุ่งทยานกลับถูกเบรกด้วยปัจจัยลบทั้งภายในและภายนอก ไม่ว่าจะเป็นภาวะ “สุญญากาศ” ทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงจนสถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อย สินเชื่อบ้าน อย่างหนัก ไปจนถึงกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่แม้จะเข้าสู่ช่วง High Season ในไตรมาสสุดท้ายแล้วก็ตาม วันนี้ผมจึงอยากพาผู้อ่านทุกท่านมา “X-Ray” ผลประกอบการของ 41 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเฟ้นหาว่าใครคือ “ของจริง” ที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจ และทิศทางของตลาดอสังหาฯ จะเดินหน้าไปในทิศทางใด ภาพรวมตลาด: เมื่อรายได้รวมถดถอย สัญญาณเตือนที่ห้ามมองข้าม จากการรวบรวมข้อมูลของ Property Mentor ที่เจาะลึกงบการเงินของ 41 บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ พบตัวเลขที่น่าตกใจคือ รายได้รวมของทั้งกลุ่มอยู่ที่ 371,560 ล้านบาท ซึ่งลดลงประมาณ -1.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้อาจดูเหมือนลดลงไม่มาก แต่ในเชิงธุรกิจ นี่คือสัญญาณของการชะลอตัวที่ชัดเจนในระดับมหภาค
สิ่งที่น่ากังวลกว่าตัวเลขรวม คือ “สัดส่วนของผู้ที่บาดเจ็บ” เพราะจาก 41 บริษัท มีถึง 25 บริษัทที่เผชิญกับสภาวะรายได้ลดลง ซึ่งบางรายอาการหนักถึงขั้นติดลบในระดับ 20-30% ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ที่คุ้นหูอย่าง แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN), ไรมอน แลนด์ หรือแม้แต่ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่บ่อน้ำมันที่ใครขุดก็เจออีกต่อไป แต่มันคือสมรภูมิ Red Ocean ที่ผู้ชนะต้องมีความแข็งแกร่งทั้งกระแสเงินสดและกลยุทธ์การตลาดที่แม่นยำ การจะหวังพึ่งแค่ชื่อเสียงเก่าๆ หรือทำเลเดิมๆ อาจไม่เพียงพออีกแล้วสำหรับการดึงดูดลูกค้าที่กำลังมองหา โครงการบ้านใหม่ หรือคอนโดมิเนียมคุณภาพ ศึกชิงบัลลังก์รายได้: “แสนสิริ” ปาดหน้าคว้าชัย “เอพี” ไฮไลท์สำคัญที่ทุกคนจับตามองคือการขับเคี่ยวกันของยักษ์ใหญ่ ในปี 2566 เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้นำที่น่าตื่นเต้น เมื่อ “แสนสิริ” สามารถผงาดขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในด้านรายได้รวม กวาดไปถึง 39,082 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 12% เฉือนชนะคู่แข่งตลอดกาลอย่าง “เอพี (ไทยแลนด์)” ไปอย่างเฉียดฉิว ซึ่งทำได้ 38,399 ล้านบาท ความสำเร็จของแสนสิริไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากการวาง Brand Positioning ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดลักซ์ชัวรี่ (Luxury Segment) ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่ากลุ่มอื่น รวมถึงการบริหารจัดการสต็อกที่ยอดเยี่ยม ทำให้สามารถปิดการขายและโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามเป้าหมาย ในขณะที่พี่ใหญ่อย่าง “แลนด์แอนด์เฮ้าส์” ปีนี้ดูเหมือนจะผ่อนคันเร่งลง โดยรายได้รวมตกลงไปอยู่อันดับ 4 ที่ 30,170 ล้านบาท ตามหลัง “ศุภาลัย” ที่ครองอันดับ 3 อย่างเหนียวแน่น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโครงสร้างรายได้ของแลนด์ฯ มีความหลากหลาย ทั้งจากธุรกิจเช่าและโรงแรม ซึ่งในปีที่ผ่านมาอาจมีการปรับพอร์ตเพื่อเตรียมสภาพคล่องสำหรับโปรเจกต์ใหญ่ในอนาคต เจาะลึกรายได้จากการขาย: เมื่อ “เอพี” ยังคงเป็นเจ้าตลาดแนวราบ แม้รายได้รวมจะแพ้ไปนิดเดียว แต่ถ้าเราวัดกันที่ “เนื้อแท้” ของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นั่นคือ “รายได้จากการขาย” (Revenue from Sales) ซึ่งสะท้อนความสามารถในการขายบ้านและคอนโดมิเนียมโดยตรง ภาพที่เห็นจะเปลี่ยนไป เอพี (ไทยแลนด์) ยังคงพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นเบอร์ 1 ในเรื่องการขาย โดยทำรายได้ส่วนนี้ไปถึง 36,927 ล้านบาท ทิ้งห่างแสนสิริที่ตามมาในอันดับ 2 กลยุทธ์ “ปูพรม” ของเอพีที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ทั้งทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง ทำให้เอพีสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยหลังแรกและต้องการ กู้ซื้อบ้าน ในราคาที่จับต้องได้ ในทางตรงกันข้าม ตัวเลขรายได้จากการขายรวมของทั้ง 41 บริษัทกลับลดลงถึง -11% เหลือเพียง 268,460 ล้านบาท นี่คือจุดที่น่าห่วงที่สุด เพราะมันบ่งบอกว่า Demand หรือความต้องการซื้อจริงในตลาดกำลังหดตัว หรืออาจเกิดจากปัญหา Rejection Rate (ยอดปฏิเสธสินเชื่อ) ที่สูงขึ้น ทำให้ยอดขายไม่สามารถแปลงเป็นรายได้โอนกรรมสิทธิ์ได้จริง สำหรับผู้ที่กำลังมองหาการลงทุน หรือวางแผน รีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อลดภาระดอกเบี้ย การเลือกซื้อโครงการจากผู้พัฒนาที่มีสถานะทางการเงินแข็งแกร่ง (Cash Flow ดี) ย่อมมีความเสี่ยงน้อยกว่าในการที่จะได้บ้านคุณภาพและบริการหลังการขายที่มั่นคง กำไรสุทธิ: บทพิสูจน์ฝีมือการบริหารต้นทุน “รายได้คือภาพมายา กำไรคือของจริง” คำกล่าวนี้ยังคงใช้ได้เสมอในโลกธุรกิจ แม้บางบริษัทจะขายเก่ง แต่ถ้าบริหารต้นทุนไม่ดี หรือแบกรับภาระดอกเบี้ยสูง กำไรสุทธิก็จะบางลงจนน่าใจหาย ในปี 2566 แชมป์กำไรสุทธิยังคงเป็นของ “เจ้าสัว” แห่งวงการอย่าง แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ที่กวาดกำไรไปถึง 7,495 ล้านบาท แต่ช้าก่อน! ตัวเลขนี้มีนัยสำคัญซ่อนอยู่ เพราะส่วนหนึ่งมาจากกำไรพิเศษจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ Asset Monetization ที่ชาญฉลาดในการแปลงทรัพย์สินให้เป็นทุนหมุนเวียน แต่ถ้าเราตัดรายการพิเศษออก “ศุภาลัย” และ “เอพี” คือคู่แข่งที่สูสีกันมากในเรื่องความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานจริง โดยศุภาลัยทำได้ 6,083 ล้านบาท และเอพีทำได้ 6,054 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการ Cost of Good Sold (ต้นทุนขาย) ที่มีประสิทธิภาพ
ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ แสนสิริ ที่กำไรสุทธิเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 42% แตะระดับ 5,846 ล้านบาท นี่คือผลลัพธ์ของการโฟกัสตลาดระดับบนที่มี Margin สูง และการควบคุมค่าใช้จ่ายการตลาดอย่างมีวินัย ม้ามืดที่มาแรง: เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) กับการรุกตลาดที่อยู่อาศัย อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือการเติบโตของ “เซ็นทรัลพัฒนา” ในพาร์ทที่อยู่อาศัย ปี 2566 CPN ทำรายได้จากการขายโตระเบิดถึง 103% กวาดไป 5,835 ล้านบาท กลยุทธ์ Mixed-use Development ของ CPN ที่นำโครงการคอนโดมิเนียมไปแปะติดกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ เป็นกลยุทธ์ที่ “กินรวบ” Ecosystem ของการใช้ชีวิต ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย นี่คือคู่แข่งที่น่ากลัวมากสำหรับดีเวลลอปเปอร์รายเดิม เพราะ CPN มีที่ดินในมือ (Land Bank) ที่เป็นทำเลทองอยู่แล้ว และมีฐานลูกค้ามหาศาล บทวิเคราะห์เจาะลึก: ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์และคำแนะนำสำหรับปี 2567-2569 จากข้อมูลผลประกอบการปี 2566 เราสามารถถอดรหัสเพื่อมองไปข้างหน้าสู่อนาคตได้ว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง ยุคของ “Big Fish Eat Small Fish” ชัดเจนขึ้น: บริษัทรายเล็กหรือรายกลางที่สายป่านไม่ยาวพอ จะเริ่มหายไปจากตลาด หรือถูกควบรวมกิจการ เนื่องจากต้นทุนที่ดินและต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น บวกกับความเข้มงวดของแหล่งเงินทุน Productivity ต้องมาก่อน: เราจะเห็นการนำเทคโนโลยี PropTech เข้ามาใช้เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความแม่นยำในการก่อสร้าง ใครที่ยังใช้ระบบเดิมๆ จะแข่งขันด้านราคาไม่ได้ เทรนด์ Pet-Friendly และ Wellness: ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือทางรอด โครงการใหม่ๆ ต้องออกแบบมารองรับสังคมผู้สูงอายุและคนรักสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและยินดีจ่าย ความสำคัญของ “สินเชื่อ” และ “เครดิตบูโร”: สำหรับผู้บริโภค การเตรียมตัวก่อนกู้ซื้อบ้านเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย การเดินบัญชี การเคลียร์หนี้เดิม และการเช็คเงื่อนไข สินเชื่อบ้าน จากหลายธนาคารเป็นสิ่งที่ต้องทำล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน รวมถึงการพิจารณา ประกันอสังหาริมทรัพย์ เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงในระยะยาว สรุป: ใครคือผู้ชนะ? หากถามว่าใครคือผู้ชนะในปีที่ผ่านมา คำตอบอาจขึ้นอยู่กับมุมมอง: ถ้ามองที่ รายได้รวม ผู้ชนะคือ แสนสิริ ถ้ามองที่ ยอดขายโครงการ ผู้ชนะคือ เอพี (ไทยแลนด์) ถ้ามองที่ กำไรสุทธิ ผู้ชนะคือ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ แต่ผู้ชนะที่แท้จริงในระยะยาว คือบริษัทที่สามารถปรับตัวรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และรักษาสถานะทางการเงินให้แข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนของดอกเบี้ยและเศรษฐกิจโลก สำหรับคุณ… ผู้อ่านที่กำลังมองหาโอกาส ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนที่กำลังมองหาหุ้นอสังหาฯ พื้นฐานดี หรือผู้บริโภคที่กำลังมองหาบ้านในฝัน จังหวะนี้คือช่วงเวลาที่ต้อง “เลือกอย่างชาญฉลาด” ตลาดของผู้ซื้อ (Buyer’s Market) ยังคงเปิดกว้างสำหรับคนที่มีความพร้อม อย่าปล่อยให้ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจปิดกั้นโอกาสในการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ที่มีค่า หากคุณมีการวางแผนการเงินที่ดี การครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเวลานี้อาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในอีก 10 ปีข้างหน้า
หากคุณต้องการคำปรึกษาเจาะลึกเรื่องการเลือกโครงการที่ใช่ หรือเทคนิคการยื่นสินเชื่อให้ผ่านฉลุย คลิกเพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่นี่ [ใส่ลิงก์ CTA] หรือเริ่มค้นหาโครงการบ้านและคอนโดที่คุ้มค่าที่สุดในทำเลศักยภาพได้เลยวันนี้!
Previous Post

D0202122 เช อฟ งเม ยแล วได อย จร part2

Next Post

D0202124 ดอ ดใจม แม สาม ประเภทน part2

Next Post

D0202124 ดอ ดใจม แม สาม ประเภทน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.