• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0202105 แม ชอบแฟนเด แต กไม เข าใจ part2

admin79 by admin79
February 3, 2026
in Uncategorized
0
D0202105 แม ชอบแฟนเด แต กไม เข าใจ part2
ผ่าวิกฤตและโอกาส ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์: เจาะลึกผลงาน 41 บิ๊กคอร์ป และทิศทางตลาดสู่อนาคตปี 2026 ในฐานะที่ผมคลุกคลีอยู่ในแวดวงการวิเคราะห์และที่ปรึกษาการลงทุนมาตลอดทศวรรษ ผมเห็นวัฏจักรขึ้นลงของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่วงรอยต่อระหว่างปี 2566 ถึง 2567 ถือเป็นหนึ่งใน “บททดสอบที่หินที่สุด” ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการที่อยู่อาศัยไทย หลายคนอาจมองภาพภายนอกว่าตึกสูงยังคงผุดขึ้นกลางเมือง แต่ไส้ในของงบการเงินและยอดโอนกรรมสิทธิ์กลับส่งสัญญาณที่ต่างออกไป บทความนี้ ผมจะไม่เพียงแค่รายงานตัวเลขว่าใครกำไรหรือขาดทุน แต่เราจะมา “X-Ray” สุขภาพทางการเงินของ 41 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อถอดรหัสว่า ใครคือ “ของจริง” ใครที่กำลัง “เหนื่อยหอบ” และทิศทางของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไทยจะเดินหน้าไปทางไหน ท่ามกลางกระแส Global Trends ที่เปลี่ยนไปในปี 2026 บทนำ: เมื่อคลื่นลมสงบ แต่พายุใต้น้ำยังรุนแรง หากย้อนกลับไปดูข้อมูล Momentum ของตลาด เราต่างคาดหวังว่าปี 2565 จะเป็นจุด Take off ที่สวยงาม แต่ความเป็นจริงในปีถัดมากลับกลายเป็นหนังคนละม้วน ภาวะชะลอตัวเริ่มก่อตัวขึ้นเงียบๆ ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ และลากยาวมาจนถึงสิ้นปี แม้แต่ช่วง High Season ในไตรมาส 4 ที่ปกตินักพัฒนาจะเร่งยอดโอนฯ (Transfer) กันอย่างดุเดือด ก็ยังไม่สามารถปลุกตลาดให้ฟื้นคืนชีพได้อย่างที่หวัง จากข้อมูลเชิงลึกที่ Property Mentor รวบรวมไว้ พบว่ารายได้รวมของทั้ง 41 บริษัทจดทะเบียนฯ อยู่ที่ 371,560 ล้านบาท ดูเผินๆ อาจจะเห็นว่าลดลงเพียง -1.2% จากปีก่อนหน้า (376,141 ล้านบาท) ซึ่งดูเหมือนไม่เสียหายมากนัก แต่เดี๋ยวก่อนครับ… ในฐานะนักลงทุน เราจะดูแค่ภาพรวมไม่ได้ เพราะเมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียด กลับพบความจริงที่น่ากังวล คือมีถึง 25 บริษัท จาก 41 บริษัท ที่ประสบปัญหารายได้ลดลง! นี่ไม่ใช่สัญญาณปกติ แต่มันคือการบ่งบอกว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กำลังเผชิญกับภาวะ K-Shaped Recovery หรือการฟื้นตัวที่ไม่เท่าเทียม ปลาใหญ่กินปลาเล็ก และผู้ที่มีสายป่านยาวกว่าเท่านั้นที่จะรอด เจาะลึกกลุ่ม “Red Zone”: เมื่อรายได้หายไปกว่า 1 ใน 4 ก่อนจะไปดูผู้ชนะ เราต้องถอดบทเรียนจากผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพื่อเป็นกรณีศึกษา ในรอบปีดังกล่าว มีหลายบริษัทที่รายได้รวมติดลบในระดับ “น่าตกใจ” หรือมากกว่า 20% ขึ้นไป รายชื่อที่น่ากังวลได้แก่ แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN), อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท และ คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ ที่ตัวเลขรายได้หายไปราวๆ -28% ตามมาด้วย ไรมอน แลนด์ (-26%), ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ (-23%), เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (-22%) และ ไซมิส แอสเสท (-21%)
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนอะไร? มันสะท้อนถึงกำลังซื้อในบางเซกเมนต์ที่หายไป โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียมระดับกลาง-ล่าง และกลุ่มที่พึ่งพากำลังซื้อต่างชาติที่ยังไม่กลับมาเต็มร้อย รวมถึงปัญหาการปฏิเสธ สินเชื่อบ้าน (Rejection Rate) จากธนาคารที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ยอดขายไม่สามารถแปลงเป็นรายได้จริงได้ แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) ก็ยังสะดุดขาตัวเองด้วยรายได้รวมที่ลดลงถึง -18% ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เห็นได้บ่อยนัก รวมถึงพี่ใหญ่อย่าง ศุภาลัย (-10%), พฤกษา โฮลดิ้ง (-9%) และ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (-4%) ก็หนีไม่พ้นแรงเสียดทานนี้ บัลลังก์แชมป์รายได้: สงครามชิงเจ้าตลาดอสังหาฯ ท่ามกลางวิกฤต ย่อมมีโอกาสเสมอ การแข่งขันชิงตำแหน่งเบอร์ 1 ในแง่รายได้รวมปีนั้นดุเดือดเลือดพล่าน และผลลัพธ์ก็คือการเฉือนคมกันเพียงปลายจมูก แสนสิริ (SIRI): ผงาดขึ้นครองแชมป์ด้วยรายได้รวม 39,082 ล้านบาท เติบโตสวนกระแสถึง 12% กลยุทธ์การรุกตลาด Luxury และการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง (Brand Loyalty) คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ลูกค้ากระเป๋าหนักยังคงเลือกแสนสิริ เอพี ไทยแลนด์ (AP): ตามมาติดๆ ชนิดหายใจรดต้นคอที่ 38,399 ล้านบาท พลาดแชมป์ไปเพียงนิดเดียว แต่เอพียังคงเป็นผู้นำในตลาดแนวราบที่แข็งแกร่งที่สุด ศุภาลัย (SPALI): แม้รายได้จะลดลง แต่ยังประคองตัวอยู่ใน Top 3 ได้อย่างเหนียวแน่นที่ 31,818 ล้านบาท ด้วยจุดแข็งด้านการบริหารต้นทุน แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): ทำรายได้รวมไป 30,170 ล้านบาท พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH): ปิดที่ 26,132 ล้านบาท ส่วนอันดับ 6-10 ได้แก่ เอสซี แอสเสท, ยูนิเวนเจอร์, เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้, ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ และ สิงห์ เอสเตท ตามลำดับ ความจริงที่ซ่อนอยู่: วัดกันที่ “รายได้จากการขาย” (Real Demand) ในฐานะกูรูอสังหาฯ ผมมักจะเตือนนักลงทุนเสมอว่า “อย่าดูแค่บรรทัดรายได้รวม” เพราะรายได้รวมอาจเกิดจากการขายที่ดิน ขายโรงงาน หรือรายได้จากการลงทุนอื่นๆ ถ้าอยากรู้ว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไหนขายเก่งจริง ต้องดูที่ “รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์” (Revenue from Sales) เท่านั้น เมื่อเรา Filter เอาเฉพาะรายได้จากการขาย ภาพอันดับจะเปลี่ยนไปทันที และความจริงที่น่าตกใจก็ปรากฏขึ้น: รายได้จากการขายรวมของทั้ง 41 บริษัท อยู่ที่ 268,460 ล้านบาท ลดลงถึง -11% จากปีก่อนหน้า! นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่า Real Demand หรือความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจริงหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีถึง 30 บริษัทที่ยอดขายตกลง ไรมอน แลนด์ รายได้จากการขายดิ่งลง -78% แอล.พี.เอ็น. ลดลงเกือบ -40% แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ยอดขายหายไป -38% ใครคือ “นักขาย” มือทองตัวจริง? เอพี ไทยแลนด์ (AP): ทวงบัลลังก์คืนได้สำเร็จในหมวดนี้ ด้วยยอดขาย 36,927 ล้านบาท พิสูจน์ให้เห็นว่าสินค้าแนวราบของเอพีคือเบอร์ 1 ในใจผู้บริโภค แสนสิริ (SIRI): ทำได้ 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7% เป็น 1 ใน 2 บริษัทใน Top 10 ที่ยอดขายโต) ศุภาลัย (SPALI): ยอดขาย 30,836 ล้านบาท เอสซี แอสเสท (SC): ม้ามืดที่น่าจับตามอง ขึ้นมาติด Top 5 ด้วยยอดขาย 23,370 ล้านบาท และเติบโตถึง 13% สูงที่สุดในกลุ่มผู้นำ สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์บ้านหรู พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH): 22,357 ล้านบาท และที่ต้องปรบมือให้คือ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่แม้จะเพิ่งกระโดดลงมาเล่นตลาดที่อยู่อาศัยเพื่อขายเต็มตัว แต่สามารถทำรายได้จากการขายเติบโตถึง 103% (5,835 ล้านบาท) นี่คือ New S-Curve ของกลุ่มเซ็นทรัลที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในปี 2026 บรรทัดสุดท้ายคือความจริง: กำไรสุทธิ (Net Profit) ใครเหลือเงินเข้ากระเป๋ามากที่สุด?
“ยอดขายคือความภูมิใจ แต่กำไรคือความจริง” (Sales is vanity, Profit is sanity) ประโยคนี้ยังคงใช้ได้เสมอใน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภาพรวมกำไรสุทธิของทั้ง 41 บริษัท อยู่ที่ 44,165 ล้านบาท ลดลง -11% สอดคล้องกับยอดขายที่หายไป และมีถึง 12 บริษัทที่ขาดทุนสุทธิ บางรายขาดทุนสะสมมาตั้งแต่ยุคโควิดและยังกู้สถานการณ์ไม่กลับ นี่คือสัญญาณเตือนภัยสำหรับนักลงทุนที่ถือหุ้นกลุ่มนี้ Top 5 บริษัทที่ทำกำไรสูงสุด: แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): ยืนหนึ่งด้วยกำไร 7,495 ล้านบาท แต่… ต้องดอกจันตัวโตๆ ไว้ว่า กำไรนี้ส่วนหนึ่งมาจากการ “ขายโรงแรม” 2 แห่งเข้ากองทุนรีท (REIT) มูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท นี่คือความเก๋าเกมทางการเงินของ LH ที่บริหารพอร์ต Asset เพื่อพยุงกำไร ศุภาลัย (SPALI): กำไร 6,083 ล้านบาท (กำไรจากการดำเนินงานล้วนๆ ที่น่าประทับใจ) เอพี ไทยแลนด์ (AP): กำไร 6,054 ล้านบาท หายใจรดต้นคอศุภาลัย แสนสิริ (SIRI): กำไร 5,846 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดด 42% ถือเป็นปีทองของแสนสิริอย่างแท้จริง ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): กำไร 3,160 ล้านบาท แม้จะลดลง -25% แต่ยังรักษาระดับกำไรไว้ได้ดี วิเคราะห์เจาะลึก: ปัจจัยที่ส่งผลกระทบและแนวทางปรับตัว ทำไมตัวเลขถึงออกมาเช่นนี้? จากประสบการณ์ 10 ปีของผม ผมมองเห็น 3 ปัจจัยหลักที่กดดันตลาดในช่วงเวลานั้น และยังส่งผลต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน: ดอกเบี้ยขาขึ้นและหนี้ครัวเรือน: นี่คือยาขมหม้อใหญ่ การที่ดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ความสามารถในการกู้ซื้อบ้านลดลง (Affordability) ประกอบกับหนี้ครัวเรือนไทยที่สูงติดอันดับโลก ทำให้แบงก์ชาติเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ การขอ รีไฟแนนซ์บ้าน หรือกู้ใหม่ทำได้ยากขึ้น ต้นทุนวัสดุก่อสร้าง: ราคาเหล็ก ปูนซีเมนต์ และค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ Margin ของผู้ประกอบการบางลง ใครที่บริหาร Supply Chain ไม่ดี มีสิทธิ์ขาดทุนได้ง่ายๆ Mismatch ของ Demand และ Supply: มีคอนโดมิเนียมเหลือขาย (Inventory) ในบางทำเลจำนวนมาก ขณะที่ความต้องการเปลี่ยนไปสู่บ้านแนวราบที่มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นหลังยุคโควิด แล้วโอกาสอยู่ที่ไหน? สำหรับปี 2026 และอนาคต ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จะไม่ได้แข่งกันแค่เรื่องทำเล (Location) อีกต่อไป แต่จะแข่งกันที่ “Lifestyle Solution” Pet Humanization: คอนโดและบ้านที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ (Pet-Friendly) ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือ Standard ใหม่ อสังหาฯ ที่จับกลุ่มนี้ได้ จะมี High CPC Keyword ในใจผู้บริโภคทันที Green & Sustainability: การประหยัดพลังงาน บ้านติด Solar Roof และรองรับ EV Charger จะเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ เพื่อลดค่าใช้จ่ายระยะยาว Investment Property: การ ลงทุนคอนโดปล่อยเช่า ในทำเลศักยภาพอย่าง CBD หรือใกล้สถาบันการศึกษา ยังคงให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ แต่ต้องเลือก Developer ที่มีบริการหลังการขายและการบริหารนิติบุคคลที่แข็งแกร่ง บทสรุป: ใครคือผู้ชนะตัวจริงในระยะยาว? จากข้อมูลทั้งหมด เราเห็นได้ชัดว่า เอพี ไทยแลนด์ และ แสนสิริ คือผู้นำที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด ทั้งในแง่ยอดขายและการสร้างกำไร ขณะที่ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ และ ศุภาลัย ยังคงเป็นเสาหลักที่มั่นคงด้วยวินัยทางการเงินที่เคร่งครัด สำหรับผู้ซื้อบ้านหรือนักลงทุน ปีนี้และปีหน้ายังเป็นจังหวะที่ดีในการมองหาทรัพย์สิน (Buyer’s Market) เพราะผู้ประกอบการยังคงอัดโปรโมชั่นเพื่อระบายสต็อก แต่ข้อควรระวังคือ ต้องตรวจเช็คสุขภาพทางการเงินของโครงการและผู้พัฒนาให้ดี อย่าดูแค่ราคาที่ลดแลกแจกแถม การลงทุนใน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น แต่คือการวิ่งมาราธอน บริษัทที่ชนะไม่ใช่คนที่วิ่งเร็วที่สุดในปีเดียว แต่คือคนที่ยืนระยะได้นานที่สุด ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจที่โหมกระหน่ำ คุณพร้อมหรือยังที่จะก้าวทันเทรนด์อสังหาฯ ยุคใหม่? หากคุณกำลังมองหาที่ปรึกษาด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ การประเมินราคาที่ดิน หรือต้องการวิเคราะห์ทำเลศักยภาพเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุนที่แม่นยำที่สุด อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป
คลิกที่นี่เพื่อรับคำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญของเรา หรือสมัครสมาชิกเพื่อรับบทวิเคราะห์เจาะลึก Exclusive ก่อนใคร! เราช่วยให้ทุกการตัดสินใจเรื่องบ้านของคุณ…เป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุด
Previous Post

D0202104 ำตาท เคยเส ยไป ของกรวดให ชายไม กด Ep (2) part2

Next Post

D0202106 หมากเกมส องม แพ EP

Next Post

D0202106 หมากเกมส องม แพ EP

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.