• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0202085 ชาย สายปรส part2

admin79 by admin79
February 2, 2026
in Uncategorized
0
D0202085 ชาย สายปรส part2
เจาะลึก “ตลาดอสังหาริมทรัพย์” บทสรุปสงครามชิงแชมป์ 41 บริษัทชั้นนำ: ใครคือผู้ชนะตัวจริง และทิศทางอนาคตสู่ปี 2026 หากเราย้อนกลับไปมองภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ เปรียบเสมือนชีพจรสำคัญที่บ่งบอกถึงสุขภาพทางการเงินของผู้บริโภคและความเชื่อมั่นของนักลงทุน จากประสบการณ์กว่า 10 ปีที่ผมได้คร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้ และเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการรายใหญ่ ปี 2566 นับเป็น “ปีแห่งบททดสอบ” ที่คัดกรองตัวจริงออกจากสนามอย่างชัดเจนที่สุดปีหนึ่ง จากความคาดหวังเดิมที่หลายฝ่ายมองว่า Momentum จากปี 2565 จะเป็นแรงส่งให้ธุรกิจ Take off พุ่งทะยาน แต่ความเป็นจริงกลับกลายเป็นหนังคนละม้วน ปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ ภาวะหนี้ครัวเรือน และมาตรการทางการเงินที่เข้มงวด (LTV) ทำให้กราฟการเติบโตไม่ได้พุ่งขึ้นอย่างที่คิด ซ้ำร้ายยังชะลอตัวลากยาวตั้งแต่ช่วงก่อนเลือกตั้งใหญ่ไปจนถึงปลายปี แม้แต่ไตรมาส 4 ที่เป็นช่วง High Season ของการโอนกรรมสิทธิ์และการทำโปรโมชั่น สินเชื่อบ้าน ก็ยังไม่สามารถกู้สถานการณ์ให้กลับมาคึกคักได้เท่าที่ควร บทความนี้ ผมจะพาทุกท่านไปเจาะลึกไส้ในของผลประกอบการ 41 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าภายใต้พายุเศรษฐกิจลูกนี้ ใครคือผู้ที่สามารถปรับตัวและยืนหยัดเป็น “ผู้ชนะ” และใครที่ต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ พร้อมวิเคราะห์เจาะลึกถึงกลยุทธ์ที่นักลงทุนและผู้ซื้อบ้านต้องรู้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการ กู้ซื้อบ้าน หรือ การลงทุนอสังหา ในยุคปัจจุบันและอนาคต ภาพรวมรายได้: เมื่อ “ตลาดอสังหาริมทรัพย์” หดตัว ใครยังแกร่ง? ตัวเลขไม่เคยโกหกใคร จากข้อมูลที่ Property Mentor รวบรวมจาก 41 บริษัทจดทะเบียน พบว่ารายได้รวมในปี 2566 อยู่ที่ 371,560 ล้านบาท ตัวเลขนี้ลดลงเล็กน้อยที่ -1.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (376,141 ล้านบาท) ดูเผินๆ เหมือนจะทรงตัว แต่เมื่อเรา “X-Ray” ลงไปในรายบริษัท จะพบความจริงที่น่าตกใจว่า มีถึง 25 บริษัทจาก 41 บริษัท ที่มีรายได้รวมลดลง! นี่คือสัญญาณเตือนภัยที่บ่งบอกว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่เค้กที่หอมหวานสำหรับทุกคนอีกต่อไป การแข่งขันที่ดุเดือดในทำเลศักยภาพอย่าง กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองท่องเที่ยว ทำให้ผู้ประกอบการต้องงัดทุกกลยุทธ์ออกมาสู้ ทั้งสงครามราคาและการอัดแคมเปญ ดอกเบี้ยบ้าน ร่วมกับพันธมิตรธนาคาร กลุ่มบริษัทที่เผชิญภาวะรายได้ถดถอย กลุ่มที่น่าเป็นห่วงคือบริษัทที่มีรายได้ติดลบในระดับ 20% ขึ้นไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสภาพคล่องหรือการระบายสต็อกสินค้า (Inventory) ที่ไม่เป็นไปตามเป้า ได้แก่: แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN): ติดลบราว -28% ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันกับคนรุ่นใหม่ อีสเทอร์น สตาร์ และ คันทรี่ กรุ๊ป: ติดลบในระดับใกล้เคียงกัน ไรมอน แลนด์ (RML): ติดลบ -26% ซึ่งกระทบจากตลาดลักชัวรี่ที่เริ่มอิ่มตัวในบางเซกเมนต์ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): พี่ใหญ่ของวงการที่รายได้รวมหายไปถึง -18% ซึ่งเป็นประเด็นที่เราจะมาวิเคราะห์กันต่อว่าเกิดอะไรขึ้น
ที่น่าสังเกตคือ แม้แต่ในกลุ่ม Top 10 ผู้นำตลาด ก็ยังมีถึง 5 บริษัทที่รายได้ลดลง เช่น ศุภาลัย (-10%), พฤกษา โฮลดิ้ง (-9%) และ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (-4%) แสดงให้เห็นว่าแม้แต่ยักษ์ใหญ่ก็ยังเหนื่อยในการประคองตัวเลขใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยุคนี้ บัลลังก์รายได้สูงสุด: “แสนสิริ” ผงาดคว้าแชมป์ เฉือนชนะ “เอพี” ท่ามกลางวิกฤต ย่อมมีโอกาส และผู้ที่คว้าโอกาสได้ดีที่สุดในปี 2566 คือ แสนสิริ การประกาศผลประกอบการครั้งนี้สร้างความฮือฮาให้กับวงการ การลงทุนอสังหา เป็นอย่างมาก ด้วยการก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในด้านรายได้รวม Top 5 รายได้รวมสูงสุด (Total Revenue) แสนสิริ: 39,082 ล้านบาท (+12%) – การเติบโตนี้มาจากกลยุทธ์การเจาะตลาด Luxury และ Super Luxury ที่กลุ่มลูกค้าได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจน้อยกว่า รวมถึงการบริหารจัดการแบรนด์ที่แข็งแกร่ง เอพี (ไทยแลนด์): 38,399 ล้านบาท – ตามมาติดๆ แบบหายใจรดต้นคอ แม้จะติดลบเล็กน้อย (-1%) แต่ยังคงรักษาฐานที่มั่นได้อย่างแข็งแกร่ง ศุภาลัย: 31,818 ล้านบาท – ยังคงเป็น Big Player ที่เน้นการบริหารต้นทุนที่ดีเยี่ยม แลนด์แอนด์เฮ้าส์: 30,170 ล้านบาท พฤกษา โฮลดิ้ง: 26,132 ล้านบาท การที่แสนสิริสามารถเติบโตได้ถึง 12% ในขณะที่ตลาดรวมติดลบ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ “Brand Loyalty” และการเลือกทำเลที่แม่นยำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคใช้ตัดสินใจก่อนยื่นกู้ สินเชื่อที่อยู่อาศัย วัดกันที่ฝีมือ: รายได้จากการขาย (Transfers) ใครคือเจ้าตลาดตัวจริง? ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ รายได้รวมอาจมีส่วนผสมของกำไรจากการขายที่ดิน หรือรายได้ค่าเช่า แต่ถ้าจะวัดว่า “ใครขายบ้านเก่งที่สุด” เราต้องดูที่ รายได้จากการขาย (Revenue from Sales) ซึ่งหมายถึงยอดโอนกรรมสิทธิ์จริง ภาพรวมรายได้จากการขายของทั้ง 41 บริษัทอยู่ที่ 268,460 ล้านบาท ลดลงถึง -11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้ยืนยันว่ากำลังซื้อใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มระดับราคาล่าง-กลาง ที่เจอปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) สูง เอพี (ไทยแลนด์) ยืนหนึ่งเรื่องการขาย แม้แสนสิริจะได้แชมป์รายได้รวม แต่ในสมรภูมิการขายและโอนกรรมสิทธิ์ เอพี (ไทยแลนด์) กลับมาทวงบัลลังก์คืนได้สำเร็จ เอพี (ไทยแลนด์): 36,927 ล้านบาท – จุดแข็งของเอพีคือพอร์ตโฟลิโอสินค้าแนวราบ (บ้านเดี่ยว, ทาวน์โฮม) ที่ครอบคลุมทุกทำเลและการออกแบบที่ตอบโจทย์ Pain Point ของผู้อยู่อาศัยจริง ทำให้ยอดโอนยังคงไหลลื่น แสนสิริ: 32,829 ล้านบาท (+7%) – ยังคงเติบโตสวนตลาด ศุภาลัย: 30,836 ล้านบาท – รักษามาตรฐานได้ดีเยี่ยม เอสซี แอสเสท (SC Asset): 23,370 ล้านบาท – เติบโตโดดเด่น +13% จากความสำเร็จของแบรนด์บ้านหรู พฤกษา โฮลดิ้ง: 22,357 ล้านบาท ดาวรุ่งพุ่งแรง: เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) สิ่งที่น่าจับตามองและเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจคือ เซ็นทรัลพัฒนา แม้จะเพิ่งลงมาเล่นใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ เพื่อขายอย่างเต็มตัว แต่ด้วยโมเดล “Mixed-use” ที่พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยติดกับศูนย์การค้า ทำให้ปี 2566 CPN กวาดรายได้จากการขายไปถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตมโหฬารกว่า 103% นี่คือบทพิสูจน์ว่า “Location” และ “Ecosystem” คือหัวใจของการขายอสังหาฯ ยุคใหม่ บรรทัดสุดท้ายที่สำคัญที่สุด: “กำไรสุทธิ” ใครกระเป๋าตุงที่สุด? คนทำธุรกิจ ยอดขายคือมายา กำไรคือของจริง ในสภาวะที่ต้นทุนก่อสร้างพุ่งสูง ดอกเบี้ยขาขึ้น และค่าแรงมีแนวโน้มปรับตัว การบริหารจัดการต้นทุน (Cost Control) จึงเป็นกุญแจสำคัญ กำไรสุทธิรวมของ 41 บริษัทอยู่ที่ 44,165 ล้านบาท ลดลง -11% และมีบริษัทที่ขาดทุนถึง 12 แห่ง บางรายขาดทุนสะสมต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุคโควิด ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อโครงการ หรือแม้แต่ผู้ซื้อที่กังวลเรื่องบริการหลังการขาย แลนด์แอนด์เฮ้าส์: แชมป์กำไรตลอดกาล
แม้รายได้จากการขายจะลดลงหนัก แต่ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ยังคงยืนหนึ่งเรื่องกำไรสุทธิที่ 7,495 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากโมเดลธุรกิจที่แตกต่าง คือมีรายได้จากค่าเช่า (Recurring Income) และในปีนี้มีการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน รับรู้กำไรพิเศษถึง 2,500 ล้านบาท นี่คือความฉลาดในการบริหารสินทรัพย์ที่นักลงทุนในหุ้นอสังหาฯ หรือผู้ที่สนใจ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ควรศึกษา Top 5 กำไรสุทธิ: แลนด์แอนด์เฮ้าส์: 7,495 ล้านบาท ศุภาลัย: 6,083 ล้านบาท – กำไรจากการดำเนินงานล้วนๆ บริหาร Cost เก่งที่สุดในตลาด เอพี (ไทยแลนด์): 6,054 ล้านบาท แสนสิริ: 5,846 ล้านบาท – กำไรโตก้าวกระโดด +42% ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้: 3,160 ล้านบาท วิเคราะห์เจาะลึก: ปัจจัยชี้วัดความสำเร็จและทิศทางอนาคตสู่ปี 2026 จากข้อมูลทั้งหมด ผมขอสรุป Key Takeaways สำคัญสำหรับผู้ที่อยู่ในแวดวง ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักพัฒนา นายหน้า หรือผู้กำลังมองหาที่อยู่อาศัย: Product is King, but Brand is Queen ปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า แบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่าง แสนสิริ, เอพี และ เอสซี แอสเสท สามารถเติบโตได้แม้ตลาดจะแย่ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์มีผลอย่างมากต่อการขอ สินเชื่อบ้าน ของลูกค้า เพราะธนาคารมักปล่อยกู้ให้กับโครงการ Top Tier ได้ง่ายกว่าและให้วงเงินสูงกว่า การปรับตัวสู่เทรนด์ใหม่ (Modern Living Trends) บริษัทที่ประสบปัญหาคือบริษัทที่ไม่ปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภค ในขณะที่ผู้ชนะคือผู้ที่จับเทรนด์ได้แม่นยำ: Pet Friendly: คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ กลายเป็น Blue Ocean ที่ทำกำไรมหาศาล (เช่น เมเจอร์ฯ และ ออริจิ้น ที่เน้นตลาดนี้) Green Energy: บ้านติดโซลาร์เซลล์ และรองรับ EV Charger ไม่ใช่แค่ของแถม แต่เป็น Standard ที่ผู้ซื้อเรียกร้อง เพื่อลดค่าใช้จ่ายระยะยาว Smart Home: ระบบอัตโนมัติภายในบ้าน เป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มมูลค่าในการ รีไฟแนนซ์บ้าน หรือขายต่อในอนาคต การกระจายความเสี่ยง (Diversification) โมเดลของ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ และ ออริจิ้น (ที่มีธุรกิจโรงแรม คลังสินค้า) ช่วยพยุงกำไรในวันที่ยอดโอนบ้านชะลอตัว สำหรับนักลงทุนรายย่อย นี่คือบทเรียนว่าไม่ควรทุ่มเงินทั้งหมดไปกับอสังหาฯ ประเภทเดียว การกระจายพอร์ตไปยัง การลงทุนอสังหา รูปแบบอื่นๆ เช่น REITs หรือกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ จับตาทำเลศักยภาพใหม่ การเติบโตของ เซ็นทรัลพัฒนา ชี้ให้เห็นว่าทำเลรอบศูนย์การค้าและจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ (สีเหลือง, สีชมพู) กำลังเป็นทำเลทองใหม่ ราคาประเมินที่ดินในโซนเหล่านี้มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น เหมาะสำหรับการซื้อเพื่ออยู่อาศัยและเก็งกำไร บทสรุป: ก้าวต่อไปของผู้ซื้อและนักลงทุน ปี 2566 อาจเป็นปีที่น่าผิดหวังสำหรับภาพรวม แต่เป็นปีที่ “คัดเกรด” ผู้ประกอบการได้อย่างดีเยี่ยม สำหรับปี 2567 และทิศทางสู่ปี 2568-2569 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ไทยจะเข้าสู่ยุค Recovery & Reshape สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย ช่วงเวลานี้คือ “ตลาดของผู้ซื้อ” (Buyer’s Market) อย่างแท้จริง โปรโมชั่นระบายสต็อกยังมีอยู่มาก แต่อย่าลืมวางแผนการเงินให้รอบคอบ ตรวจสอบความสามารถในการผ่อนชำระ และเปรียบเทียบ ดอกเบี้ยบ้าน จากหลายธนาคารก่อนตัดสินใจ การเลือกซื้อบ้านจากผู้ประกอบการที่มีสถานะทางการเงินแข็งแกร่ง (ดูได้จากกำไรสุทธิที่เราวิเคราะห์ไป) จะช่วยลดความเสี่ยงในการทิ้งงานก่อสร้างหรือปัญหาบริการหลังการขาย ส่วนนักลงทุน หากคุณมองหา High Yield การลงทุนในคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองยังคงน่าสนใจ แต่ต้องเลือกโครงการที่มีบริการดูแลปล่อยเช่า หรือหากต้องการ Cash Flow ที่มั่นคง หุ้นกู้ของบริษัทอสังหาฯ ชั้นนำก็เป็นตัวเลือกที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก แต่อย่าลืมประเมินความเสี่ยงด้วยครับ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ไม่เคยตาย เพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบไปตามกาลเวลา ผู้ที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด คือผู้ที่จะมั่งคั่งที่สุดในรอบวัฏจักรเศรษฐกิจนี้ คุณพร้อมหรือยังที่จะเป็นเจ้าของสินทรัพย์ที่มีคุณภาพในราคาที่คุ้มค่าที่สุด?
อย่ารอให้โอกาสผ่านไป เริ่มต้นศึกษาข้อมูล วางแผนการเงิน และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อเพื่อหาข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับการ กู้ซื้อบ้าน หรือ รีไฟแนนซ์ วันนี้ เพื่อสร้างรากฐานความมั่นคงให้กับชีวิตและพอร์ตการลงทุนของคุณในอนาคต!
Previous Post

D0202084 นางเอกเบอร ใหญ ไม ทน เป ดโปงส งคมนรก #ตอนแรก part2

Next Post

D0202086 แม านอยากเป นสะใภ เศรษฐ part2

Next Post

D0202086 แม านอยากเป นสะใภ เศรษฐ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.