• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0202069 าห เด นตามความฝ แต กห กหล งด วยคนท ไว ใจ part2

admin79 by admin79
February 2, 2026
in Uncategorized
0
D0202069 าห เด นตามความฝ แต กห กหล งด วยคนท ไว ใจ part2
เจาะลึก ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์: บทเรียนจากปีแห่งความผันผวน สู่ยุทธศาสตร์ความยั่งยืนและการปรับตัวในยุคปัจจุบัน หากเราย้อนกลับไปมองภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เปรียบเสมือนชีพจรสำคัญที่บ่งบอกถึงสุขภาพทางการเงินของประเทศ ในฐานะที่ผมคลุกคลีอยู่ในแวดวงการวิเคราะห์และที่ปรึกษาด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์มากว่า 10 ปี ผมเห็นวัฏจักรของการ “Boom and Bust” มานับครั้งไม่ถ้วน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงรอยต่อปี 2566 จนส่งผลกระทบสืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการที่อยู่อาศัยไทย บทความนี้เราจะมา “ผ่าตัด” งบการเงินและผลประกอบการของ 41 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อถอดรหัสว่า ใครคือ “ของจริง” ในสมรภูมิที่เต็มไปด้วยฝุ่นตลบ และทิศทางของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไทยกำลังมุ่งหน้าไปทางไหน ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกและเทรนด์ปี 2026 ที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าการอยู่อาศัยไปตลอดกาล เมื่อ “โมเมนตัม” หายไป: บทวิเคราะห์ภาพรวมตลาด ปี 2566 เริ่มต้นด้วยความหวัง นักวิเคราะห์หลายสำนักรวมถึงผมเอง ต่างคาดการณ์ว่ากราฟจะพุ่งทะยานขึ้น (Take off) โดยได้รับแรงส่งจากปี 2565 ที่เริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตโรคระบาด แต่ความเป็นจริงกลับเหมือนหนังคนละม้วน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ต้องเผชิญกับ “Perfect Storm” หรือพายุลูกใหญ่ ทั้งภาวะหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูง อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และความไม่แน่นอนทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง ทำให้กำลังซื้อชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด แม้กระทั่งช่วงไตรมาส 4 ซึ่งปกติถือเป็น “High Season” ที่ผู้พัฒนาโครงการจะเร่งยอดโอนและระบายสต็อก แต่ตลาดกลับเงียบเหงากว่าที่คาดการณ์ไว้ ตัวเลขที่ Property Mentor รวบรวมมาจาก 41 บริษัทจดทะเบียนสะท้อนความจริงอันเจ็บปวด: รายได้รวมอยู่ที่ 371,560 ล้านบาท ลดลง -1.2% จากปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้อาจดูเหมือนลดลงไม่มาก แต่ในเชิงโครงสร้างธุรกิจ นี่คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง เพราะมีถึง 25 บริษัทจาก 41 บริษัทที่มีรายได้ลดลง
เจาะลึกผู้ได้รับผลกระทบ: ใครเจ็บหนักที่สุด? ในสมรภูมินี้ ความแข็งแกร่งของแบรนด์และสายป่านทางการเงินคือเกราะกำบังสำคัญ บริษัทขนาดกลางและเล็ก หรือบริษัทที่พอร์ตสินค้าไม่มีความยืดหยุ่น ต้องเผชิญกับสภาวะที่ยากลำบาก ตัวเลขรายได้ที่ติดลบในระดับ 20% ขึ้นไป เกิดขึ้นกับแบรนด์ที่เราคุ้นหูหลายราย ไม่ว่าจะเป็น แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN), อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท, หรือ คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ ที่รายได้หายไปเกือบ 1 ใน 3 (-28%) แม้แต่ผู้เล่นในตลาดลักชัวรี่อย่าง ไรมอน แลนด์ ก็ยังต้องเผชิญกับตัวเลขติดลบถึง -26% สะท้อนให้เห็นว่าในภาวะที่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผันผวน แม้แต่ตลาดบนก็ยังมีความเปราะบาง หากสินค้าไม่ตอบโจทย์ Real Demand หรือจังหวะเวลาในการเปิดตัวไม่เหมาะสม การบริหารจัดการ Cash Flow จึงเป็นหัวใจสำคัญยิ่งกว่าการเร่งเปิดโครงการใหม่ สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ยักษ์ใหญ่อย่าง “แลนด์แอนด์เฮ้าส์” พี่ใหญ่ของวงการ ก็ยังมีรายได้รวมลดลงถึง 18% ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เห็นได้บ่อยนัก นี่คือเครื่องยืนยันว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เลือกปฏิบัติ มันกระทบตั้งแต่ฐานรากจนถึงยอดพีระมิด บัลลังก์เปลี่ยนมือ: แสนสิริ ผงาดเหนือคู่แข่ง ท่ามกลางวิกฤต ย่อมมีโอกาสเสมอ ในปีที่ยากลำบากนี้ “แสนสิริ” ได้พิสูจน์ฝีมือการบริหารจัดการและการตลาดที่แม่นยำ ด้วยการคว้าแชมป์รายได้รวมสูงสุดที่ 39,082 ล้านบาท เติบโตสวนกระแสถึง 12% การที่แสนสิริสามารถแซงหน้าคู่แข่งคนสำคัญอย่าง เอพี (ไทยแลนด์) ไปได้อย่างเฉียดฉิว (เอพีทำได้ 38,399 ล้านบาท) สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของกลยุทธ์ “Speed to Market” และการเจาะกลุ่มลูกค้าลักชัวรี่ที่มีกำลังซื้อสูงและไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ของธนาคาร การจัดอันดับ Top 5 ด้านรายได้รวม: แสนสิริ: 39,082 ล้านบาท (ผู้นำเทรนด์ บ้านเดี่ยว ระดับไฮเอนด์) เอพี (ไทยแลนด์): 38,399 ล้านบาท (เจ้าตลาดทาวน์โฮมและบ้านแฝด) ศุภาลัย: 31,818 ล้านบาท (เน้นความคุ้มค่าและกำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง) แลนด์แอนด์เฮ้าส์: 30,170 ล้านบาท (แบรนด์แห่งความเชื่อมั่น) พฤกษา โฮลดิ้ง: 26,132 ล้านบาท (กำลังปรับโครงสร้างสู่ธุรกิจสุขภาพและที่อยู่อาศัย) แกะรอย “รายได้จากการขาย”: วัดกึ๋นผู้พัฒนาอสังหาฯ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมักจะแนะนำให้นักลงทุนมองข้ามตัวเลข “รายได้รวม” และเจาะลึกลงไปที่ “รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์” (Revenue from Sales) เพราะตัวเลขนี้คือเนื้อแท้ของการดำเนินธุรกิจ เป็นตัวชี้วัดว่าโปรดักต์ที่สร้างขึ้นมานั้น ขายได้จริงหรือไม่ โดยตัดรายได้พิเศษหรือกำไรจากการขายสินทรัพย์อื่นออกไป เมื่อเราใช้เกณฑ์นี้ กราฟของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จะเปลี่ยนหน้าตาไปทันที ภาพรวมรายได้จากการขายของทั้ง 41 บริษัทอยู่ที่ 268,460 ล้านบาท หายไปถึง -11% จากปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้สะท้อนภาวะ “กำลังซื้อหดตัว” อย่างรุนแรง ผู้คนชะลอการตัดสินใจซื้อ หรือประสบปัญหา กู้ซื้อบ้าน ไม่ผ่าน เอพี (ไทยแลนด์) คือราชาแห่งยอดขาย: แม้รายได้รวมจะเป็นรอง แต่ถ้าวัดกันที่ฝีมือการขายโครงการ เอพี (ไทยแลนด์) ยังคงยืนหนึ่งด้วยยอดขาย 36,927 ล้านบาท ทิ้งห่างแสนสิริ (32,829 ล้านบาท) พอสมควร สิ่งนี้บอกอะไรเรา? มันบอกว่า เอพี มีสินค้าที่กระจายตัวครอบคลุมทุกเซกเมนต์และทุกทำเลศักยภาพ ทำให้สามารถจับ Real Demand ได้อย่างเหนียวแน่น ในขณะที่ “เซ็นทรัลพัฒนา” (CPN) กลายเป็นม้ามืดที่น่าจับตามองที่สุด การเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 103% ในฝั่งที่อยู่อาศัย (รายได้ 5,835 ล้านบาท) พิสูจน์ว่าโมเดล “Mixed-use” ที่นำที่อยู่อาศัยไปพ่วงกับศูนย์การค้า เป็นกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และเป็นทิศทางที่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไทยกำลังมุ่งไปในปี 2567-2569
บรรทัดสุดท้ายคือความจริง: กำไรสุทธิและการอยู่รอด “ยอดขายคือความภูมิใจ แต่กำไรคือความจริง” คำกล่าวนี้ยังคงใช้ได้เสมอในโลกธุรกิจ ปี 2566 กำไรสุทธิรวมของทั้งอุตสาหกรรมลดลง -11% เหลือ 44,165 ล้านบาท โดยมีบริษัทขาดทุนถึง 12 ราย นี่คือสัญญาณเตือนว่า สงครามราคา (Price War) และต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่พุ่งสูง กำลังกัดกินเนื้อของผู้ประกอบการ แลนด์แอนด์เฮ้าส์: แชมป์กำไรด้วยกลยุทธ์การเงิน แม้รายได้จากการขายจะลดลง แต่แลนด์แอนด์เฮ้าส์กลับทำกำไรสุทธิได้สูงสุดถึง 7,495 ล้านบาท เคล็ดลับไม่ได้อยู่ที่การขายบ้านเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การบริหารพอร์ตโฟลิโออัจฉริยะ โดยมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุนรวมกว่า 2,500 ล้านบาท นี่คือตัวอย่างของการกระจายความเสี่ยง (Diversification) ที่ผู้ประกอบการ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รายอื่นควรศึกษา ในขณะที่ ศุภาลัย และ เอพี (ไทยแลนด์) ยังคงรักษามาตรฐานการทำกำไรจากการดำเนินงานหลักได้อย่างยอดเยี่ยมที่ระดับ 6,000 ล้านบาท สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุน (Cost Control) ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยชี้ขาดความอยู่รอดในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง ทิศทางอนาคต: ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 2567 – 2569 จากฐานข้อมูลปี 2566 สู่เทรนด์ปี 2569 เราเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญ 3 ประการที่นักลงทุนและผู้ซื้อบ้านต้องรู้: ยุคแห่งการคัดกรอง (The Great Filtering): ตลาดจะไม่ใช่ของผู้เล่นทุกรายอีกต่อไป บริษัทที่มีหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) สูง และพึ่งพาแต่ตลาดแมส (Mass Market) จะอยู่ยากขึ้น เราจะเห็นการควบรวมกิจการ หรือการร่วมทุน (JV) มากขึ้นเพื่อความอยู่รอด การ รีไฟแนนซ์บ้าน และการบริหารจัดการหนี้จะเป็นหัวข้อสำคัญสำหรับผู้บริโภค Sustainability & Pet-Friendly คือมาตรฐานใหม่: คำว่า “บ้านรักษ์โลก” หรือคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ ไม่ใช่จุดขายทางการตลาด (Gimmick) อีกต่อไป แต่เป็น “Standard Requirement” ของผู้บริโภคยุคใหม่ โครงการที่ไม่มีสถานีชาร์จ EV หรือไม่มีพื้นที่สีเขียวที่ใช้งานได้จริง จะถูกมองข้ามจากตลาด ทำเลศักยภาพใหม่ ตามแนวรถไฟฟ้าและทางด่วน: กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงขยายตัว แต่รูปแบบจะเปลี่ยนไป การมองหา ทาวน์โฮม หรือ บ้านเดี่ยว ชานเมืองที่เดินทางเข้าเมืองสะดวกด้วยทางด่วนหรือรถไฟฟ้าสายสีใหม่ๆ (เช่น สีชมพู สีเหลือง) จะได้รับความนิยมสูงขึ้น แทนที่คอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่มีราคาสูงเกินเอื้อม (High CPC Location) สรุป: ใครคือผู้ชนะตัวจริง? ผู้ชนะใน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ยุคนี้ ไม่ใช่แค่คนที่ขายเก่งที่สุด หรือสร้างบ้านได้เยอะที่สุด แต่คือคนที่ “ปรับตัว” ได้เร็วที่สุด แสนสิริชนะในเกมของแบรนดิ้งและความเร็ว เอพีชนะในเกมของความครอบคลุมและ Real Demand ส่วนแลนด์แอนด์เฮ้าส์ชนะในเกมของการบริหารสินทรัพย์ สำหรับผู้บริโภคอย่างเรา ปีนี้และปีต่อๆ ไป คือช่วงเวลาที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ หากคุณกำลังมองหาที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออยู่เองหรือเพื่อ การลงทุนอสังหา การเลือกแบรนด์ที่มีความมั่นคงทางการเงิน และมีบริการหลังการขายที่พิสูจน์แล้ว คือหลักประกันความเสี่ยงที่ดีที่สุด โอกาสทองของการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์คุณภาพรอคุณอยู่ ตลาดที่ชะลอตัวคือโอกาสของผู้ซื้อที่มีความพร้อม หากคุณต้องการที่ปรึกษาเพื่อวิเคราะห์ทำเล คัดเลือกโครงการที่คุ้มค่าที่สุด หรือวางแผน สินเชื่อบ้าน ให้ผ่านฉลุยในยุคดอกเบี้ยผันผวน อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป
คลิกที่นี่เพื่อรับคำปรึกษาและข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับโครงการบ้านและคอนโดระดับพรีเมียมก่อนใคร!
Previous Post

D0202068 เจ าสาวผ ดหว part2

Next Post

D0202070 ทำด อหน าคนอ นเพ ออยากให คนอ นมองว าเป นคนด part2

Next Post

D0202070 ทำด อหน าคนอ นเพ ออยากให คนอ นมองว าเป นคนด part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.