• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0202063 บพ ธเพ อนเป นช บแแฟน part2

admin79 by admin79
February 2, 2026
in Uncategorized
0
D0202063 บพ ธเพ อนเป นช บแแฟน part2
ผ่ากลยุทธ์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์: บทเรียนจากสมรภูมิปี 66 สู่ทิศทางการลงทุนและโอกาสใหม่ในปี 2026 ในฐานะคนที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการและติดตามความเคลื่อนไหวของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มากว่าทศวรรษ ผมกล้าพูดได้เลยว่าวงจรของตลาดที่อยู่อาศัยนั้นเปรียบเสมือนชีพจรเศรษฐกิจที่บอกเล่าเรื่องราวความมั่งคั่งและความเสี่ยงของประเทศได้อย่างดีที่สุด หากเราย้อนกลับไปมองข้อมูลเชิงลึกของปี 2566 ซึ่งถือเป็น “ปีแห่งบททดสอบ” ของผู้ประกอบการ เราจะพบกุญแจสำคัญที่จะไขคำตอบสำหรับทิศทางตลาดในปี 2026 นี้ ปี 2566 ไม่ใช่แค่ปีที่น่าผิดหวังสำหรับนักเก็งกำไร แต่มันคือปีที่ “คัดตัวจริง” ออกจากสนามอย่างแท้จริง จากความคาดหวังว่าโมเมนตัมจากปี 2565 จะพาธุรกิจ Take off สู่ฟ้ากว้าง กลับกลายเป็นว่าตลาดต้องเผชิญกับหลุมอากาศขนาดใหญ่ ทั้งภาวะชะลอตัวก่อนการเลือกตั้ง และปัญหากำลังซื้อที่ฝืดเคืองลากยาวไปจนถึงไตรมาส 4 ซึ่งปกติควรจะเป็นช่วง High Season หรือนาทีทองของการโอนกรรมสิทธิ์ บทความนี้ ผมจะพาทุกท่านไปชำแหละงบการเงินและผลประกอบการของ 41 บริษัทอสังหาฯ ในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อวิเคราะห์ว่าใครคือผู้รอดชีวิต ใครคือผู้ชนะ และข้อมูลเหล่านี้ส่งสัญญาณอะไรถึงผู้ที่กำลังมองหา โครงการบ้านใหม่ 2567 – 2569 หรือผู้ที่สนใจ การลงทุนคอนโดมิเนียม เพื่อสร้าง Passive Income ในยุคปัจจุบัน ภาพรวมรายได้: เมื่อยักษ์ใหญ่เริ่มสะดุดขาตัวเอง จากการรวบรวมข้อมูลของ Property Mentor ที่เจาะลึก 41 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ พบตัวเลขที่น่าตกใจคือ รายได้รวมของทั้งกลุ่มในปี 2566 อยู่ที่ 371,560 ล้านบาท ซึ่งลดลง -1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ทำได้ 376,141 ล้านบาท ตัวเลข -1.2% อาจดูเหมือนน้อยในเชิงสถิติ แต่ในโลกของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่มีมูลค่าการลงทุนมหาศาล เม็ดเงินที่หายไปหลายพันล้านบาทสะท้อนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่หายไปอย่างมีนัยสำคัญ
สิ่งที่น่ากังวลกว่าตัวเลขรวม คือไส้ในของผลประกอบการ พบว่าจาก 41 บริษัท มีถึง 25 บริษัทที่รายได้ลดลง! นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับโครงสร้าง กลุ่มที่เจ็บหนักที่สุดคือกลุ่มที่รายได้ติดลบระดับ 20% ขึ้นไป ซึ่งประกอบด้วยชื่อที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN), อีสเทอร์น สตาร์, คันทรี่ กรุ๊ป, และไรมอน แลนด์ ที่ติดลบหนักถึง -26% ถึง -28% สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า คอนโดมิเนียม ระดับกลางล่าง หรือตลาด Luxury บางกลุ่มที่ไม่มีจุดขายที่แตกต่างพอ จะถูกตลาดลงโทษอย่างรุนแรง แม้แต่พี่ใหญ่อย่าง “แลนด์แอนด์เฮ้าส์” (LH) ก็ยังหนีไม่พ้นแรงเสียดทานนี้ โดยมีรายได้รวมลดลงถึง -18% ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ได้เห็นบ่อยนัก นอกจากนี้ ยักษ์ใหญ่อย่าง ศุภาลัย (-10%) และ พฤกษา โฮลดิ้ง (-9%) ก็อยู่ในแดนลบเช่นกัน ข้อมูลนี้บอกเราว่า ในสภาวะเศรษฐกิจผันผวน การเป็นแบรนด์ใหญ่ไม่ได้การันตีความสำเร็จเสมอไป หากไม่มีการปรับตัวที่รวดเร็วพอ ศึกชิงบัลลังก์รายได้: แสนสิริ ผงาดเหนือคู่แข่ง ท่ามกลางวิกฤต ย่อมมีโอกาสเสมอ ในขณะที่ตลาดส่วนใหญ่ซบเซา “แสนสิริ” กลับสามารถสร้างปรากฏการณ์เติบโตสวนกระแส ขึ้นแท่นอันดับ 1 บริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุดที่ 39,082 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 12% กลยุทธ์ของแสนสิริที่เน้นเจาะกลุ่มลูกค้า Luxury และ Super Luxury ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อจริงและไม่ได้รับผลกระทบจาก ดอกเบี้ยบ้าน ขาขึ้น หรือปัญหาการกู้ไม่ผ่าน (Rejection Rate) ถือเป็นการเดินหมากที่ถูกต้องและแม่นยำ อันดับ 2 ตกเป็นของ เอพี (ไทยแลนด์) ที่ทำรายได้ไป 38,399 ล้านบาท แพ้แชมป์ไปแบบเฉียดฉิว แต่เอพียังคงรักษามาตรฐานได้อย่างแข็งแกร่งด้วยพอร์ตสินค้าแนวราบ ทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมที่ตอบโจทย์ Real Demand Top 5 รายได้รวมสูงสุดปี 2566: แสนสิริ: 39,082 ล้านบาท เอพี (ไทยแลนด์): 38,399 ล้านบาท ศุภาลัย: 31,818 ล้านบาท แลนด์แอนด์เฮ้าส์: 30,170 ล้านบาท พฤกษา โฮลดิ้ง: 26,132 ล้านบาท การจัดอันดับนี้มีความสำคัญมากสำหรับผู้บริโภค เพราะบริษัทที่มีรายได้สูง ย่อมหมายถึงสภาพคล่องที่ดี ความสามารถในการพัฒนาโครงการให้เสร็จตามกำหนด และบริการหลังการขายที่มั่นคง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ ซื้อบ้าน สักหลังในยุคนี้ เจาะลึกเนื้อแท้: วัดกันที่ “รายได้จากการขาย” ในฐานะนักวิเคราะห์ ผมมักจะบอกเสมอว่า อย่าดูแค่ “รายได้รวม” แต่ให้ดูที่ “รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์” (Core Business) เพราะรายได้รวมอาจมีการปนเปื้อนด้วยกำไรพิเศษ หรือรายได้จากการขายสินทรัพย์อื่น เมื่อเราคัดกรองเฉพาะรายได้จากการขาย ภาพการแข่งขันจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ในปี 2566 รายได้จากการขายรวมของทั้ง 41 บริษัทอยู่ที่ 268,460 ล้านบาท ลดลงถึง -11% จากปี 2565 ตัวเลขนี้ยืนยันชัดเจนว่า Demand ในตลาดหดตัวลงจริง ผู้ชนะในสมรภูมิการขาย: เอพี (ไทยแลนด์) แม้แสนสิริจะเป็นแชมป์รายได้รวม แต่ถ้าพูดถึงฝีมือการขายโครงการที่อยู่อาศัยเพียวๆ แชมป์ตัวจริงคือ “เอพี (ไทยแลนด์)” ที่กวาดรายได้จากการขายไปถึง 36,927 ล้านบาท ทิ้งห่างแสนสิริที่ตามมาในอันดับ 2 (32,829 ล้านบาท) ความสำเร็จของเอพี เกิดจากการกระจายพอร์ตสินค้าที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ (Product Mix) โดยเฉพาะทาวน์โฮมและบ้านเดี่ยวในทำเลศักยภาพ ใกล้ทางด่วนและรถไฟฟ้า ทำให้สามารถดึงดูดลูกค้ากลุ่มที่ต้องการขยายครอบครัวได้ดีที่สุด
ในขณะเดียวกัน เราเห็นสัญญาณเตือนภัยจากบริษัทอย่าง ไรมอน แลนด์ ที่รายได้จากการขายดิ่งลงเหวถึง -78% หรือแม้แต่ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ที่รายได้ส่วนนี้ลดลง -38% ข้อมูลนี้เป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับนักลงทุนหุ้นอสังหาฯ และผู้ที่กำลังมองหา บ้านมือสอง หรือโครงการใหม่ ว่าแบรนด์ไหนกำลังเสียรังวัดในตลาด ม้ามืดที่ต้องจับตามอง: การรุกคืบของ เซ็นทรัลพัฒนา ท่ามกลางตัวเลขสีแดง มีหนึ่งบริษัทที่สร้างความฮือฮาและเติบโตอย่างก้าวกระโดด นั่นคือ “เซ็นทรัลพัฒนา” (CPN) ในปี 2566 CPN ทำรายได้จากการขายอสังหาฯ พุ่งทะยานถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตกว่า 103% จากปีก่อนหน้า กลยุทธ์ของ CPN คือการทำ Mixed-use Development โดยนำโครงการคอนโดมิเนียมไปพ่วงกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลในจังหวัดต่างๆ ซึ่งเป็นการแก้ Pain Point ของการอยู่อาศัยได้อย่างตรงจุด ทำให้ คอนโดมิเนียม ของ CPN กลายเป็นที่ต้องการอย่างมากทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ นี่คือเทรนด์แห่งอนาคตที่ Developers รายอื่นต้องรีบปรับตัวตามให้ทันในปี 2026 บรรทัดสุดท้าย: กำไรสุทธิ คือความจริงเพียงหนึ่งเดียว ยอดขายอาจสร้างความตื่นเต้น (Vanity Metric) แต่กำไรคือกุญแจสู่ความยั่งยืน (Sanity Metric) ในปี 2566 กำไรสุทธิรวมของทั้ง 41 บริษัทอยู่ที่ 44,165 ล้านบาท ลดลง -11% โดยมีบริษัทที่ขาดทุนถึง 12 ราย และกำไรลดลงกว่า 20 ราย แชมป์กำไรสุทธิ: แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (7,495 ล้านบาท) หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม LH ถึงมีกำไรสูงสุด ทั้งที่ยอดขายตก? คำตอบคือ “ความเก๋าเกม” ทางการเงิน แลนด์แอนด์เฮ้าส์ทำกำไรพิเศษจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน REIT ได้กำไรกว่า 2,500 ล้านบาท นี่คือกลยุทธ์ Asset Monetization ที่ชาญฉลาด เปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสดเพื่อรักษาสภาพคล่องและจ่ายปันผล หากตัดรายการพิเศษออก “ศุภาลัย” คือบริษัทที่มีความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงาน (Operation) ที่แข็งแกร่งที่สุด ด้วยการบริหารต้นทุนก่อสร้างที่ยอดเยี่ยม (Cost Control) ทำกำไรไปได้ 6,083 ล้านบาท ตามมาด้วย เอพี (6,054 ล้านบาท) และ แสนสิริ (5,846 ล้านบาท) ที่กำไรโตพุ่งถึง 42% บทสรุปและทิศทางตลาดอสังหาฯ สู่ปี 2026 จากการวิเคราะห์ข้อมูลข้างต้น เราเห็นภาพชัดเจนว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค K-Shaped Recovery คือ ปลาใหญ่ที่ปรับตัวได้จะกินรวบและเติบโตขึ้น ส่วนปลาเล็กหรือผู้ที่ปรับตัวช้าจะค่อยๆ หายไปจากตลาด สำหรับผู้บริโภคและนักลงทุนในปี 2026 สิ่งที่ท่านควรตระหนักคือ: เลือกแบรนด์ที่แกร่ง: การซื้อบ้านหรือคอนโดจาก Top 5 ที่มีสถานะทางการเงินมั่นคง (ดูจากกำไรและรายได้) จะช่วยลดความเสี่ยงในการทิ้งงานก่อสร้าง และมั่นใจได้ในบริการหลังการขาย ทำเลและ Mixed-use: โครงการที่ตั้งอยู่ใน Ecosystem ที่ดี เช่น ติดห้างสรรพสินค้า (แบบ CPN) หรือใกล้รถไฟฟ้าสายใหม่ๆ จะยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงและมูลค่าเพิ่มขึ้นเสมอ โอกาสของผู้ซื้อ: ในภาวะที่ผู้ประกอบการแข่งขันกันระบายสต็อก นี่คือจังหวะทองของการเจรจาต่อรองราคา ไม่ว่าจะเป็นการขอส่วนลดพิเศษ ของแถม หรือโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำ การเตรียมตัวกู้: ธนาคารยังคงเข้มงวด การเตรียม Statement และการลดภาระหนี้เดิมก่อนยื่น กู้ซื้อบ้าน เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง การรีไฟแนนซ์ (Refinance) เพื่อลดดอกเบี้ยยังคงเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่แค่เรื่องของการก่อสร้าง แต่มันคือเรื่องของการบริหารความเชื่อมั่นและการมองเห็นอนาคต ตัวเลขในปี 2566 คือบทเรียนราคาแพงที่สอนให้เรารู้ว่า ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน หากคุณกำลังมองหาที่อยู่อาศัยคุณภาพ หรือต้องการวางแผนการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้ได้ผลตอบแทนสูงสุดท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปพร้อมกับความไม่รู้
เริ่มต้นวางแผนอนาคตที่อยู่อาศัยและการลงทุนของคุณวันนี้ คลิกเพื่อปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและค้นหาข้อเสนอโครงการศักยภาพสูงที่คัดสรรมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ!
Previous Post

D0202062 ได น5คร งเธอบอกแค เผลอใจ part2

Next Post

D0202064 สาม ไม อย านเลยขอแม านวางแผนม part2

Next Post

D0202064 สาม ไม อย านเลยขอแม านวางแผนม part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.