• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0202058 ยของผ ชาย โดดทำค นแล วร บไม ได part2

admin79 by admin79
February 2, 2026
in Uncategorized
0
D0202058 ยของผ ชาย โดดทำค นแล วร บไม ได part2
ผ่าวิกฤตตลาดอสังหาริมทรัพย์: เจาะลึกผลประกอบการ “บิ๊กคอร์ป” ใครรอด ใครร่วง และทิศทางปี 2026 ที่นักลงทุนต้องรู้ ในฐานะที่ผมคลุกคลีอยู่ในแวดวง ตลาดอสังหาริมทรัพย์ มากว่าทศวรรษ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาตั้งแต่ยุคน้ำท่วมใหญ่จนถึงวิกฤตโรคระบาด ผมกล้าพูดได้เลยว่าช่วงรอยต่อระหว่างปี 2566 ถึงปัจจุบัน เป็นหนึ่งในบททดสอบที่โหดหินที่สุดสำหรับผู้ประกอบการ หรือ Developer ในบ้านเรา หลายคนอาจมองว่าภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว แต่ตัวเลขผลประกอบการที่ Property Mentor รวบรวมมาจาก 41 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ กลับสะท้อนความจริงคนละม้วน มันคือสัญญาณเตือนภัยที่บอกเราว่า “พายุยังไม่สงบ” และการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในปี 2025-2026 คือไฟลท์บังคับ ไม่ใช่ทางเลือก บทความนี้ ผมจะไม่ใช่แค่มานั่งไล่เรียงตัวเลขบัญชีให้ฟัง แต่มันคือการ “X-Ray” สุขภาพทางการเงินของยักษ์ใหญ่ในวงการ เพื่อให้คุณ—ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนที่กำลังมองหาหุ้นปันผลดีๆ หรือผู้บริโภคที่กำลังวางแผน กู้ซื้อบ้าน—ได้เห็นภาพความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้พรม ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์: เมื่อ “ขาขึ้น” กลายเป็นภาพลวงตา ย้อนกลับไปมองปี 2566 ซึ่งถือเป็นปีแห่งความผิดหวังของหลายฝ่าย เดิมทีโมเมนตัมจากปี 2565 ส่งสัญญาณว่าธุรกิจกำลังจะ Take off หรือทะยานขึ้นฟ้า แต่ความเป็นจริงกลับถูกฉุดรั้งด้วยปัจจัยลบสารพัด ทั้งหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูง อัตราดอกเบี้ยที่บั่นทอนกำลังซื้อ และความเข้มงวดของการปล่อย สินเชื่อบ้าน จากสถาบันการเงิน ตัวเลขรายได้รวมของ 41 บริษัทอสังหาฯ อยู่ที่ 371,560 ล้านบาท ดูเผินๆ อาจเห็นว่าลดลงเพียง -1.2% (จาก 376,141 ล้านบาทในปี 2565) แต่ถ้าคุณเป็นนักวิเคราะห์ตัวจริง คุณจะเห็น “รอยร้าว” ที่ชัดเจน เพราะจาก 41 บริษัท มีถึง 25 บริษัทที่รายได้ลดลง! นี่คือสัญญาณเตือนว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ กำลังเข้าสู่ภาวะ K-Shaped Recovery คือคนตัวใหญ่รอด ส่วนคนตัวเล็กหรือปรับตัวไม่ทัน กำลังดิ่งลงเหว กลุ่มที่อาการน่าเป็นห่วงคือบริษัทที่มีรายได้ติดลบระดับ 20% ขึ้นไป อาทิ แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN), อีสเทอร์น สตาร์, ไรมอน แลนด์ และ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ กลุ่มนี้ต้องเผชิญกับโจทย์หินในการระบายสต็อกสินค้าและบริหารสภาพคล่อง ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของ คอนโดมิเนียม และ บ้านเดี่ยว สงครามชิงบัลลังก์รายได้รวม: แสนสิริ เฉือน เอพี
ในสมรภูมิ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ การวัดพลังที่รายได้รวม (Total Revenue) สะท้อนถึงความสามารถในการหารายได้จากทุกช่องทาง ไม่ใช่แค่การขายบ้าน แต่รวมถึงค่าเช่า บริการ และการบริหารจัดการ ปีที่ผ่านมา แชมป์ตกเป็นของ แสนสิริ ที่กวาดรายได้ไปถึง 39,082 ล้านบาท เติบโตขึ้น 12% เฉือนชนะคู่แข่งตลอดกาลอย่าง เอพี (ไทยแลนด์) ที่ทำได้ 38,399 ล้านบาทไปอย่างเฉียดฉิว ต้องยอมรับว่ากลยุทธ์ของแสนสิริในการเจาะตลาดลักชัวรี่และการทำแบรนดิ้งที่แข็งแกร่ง ช่วยให้พวกเขายังคงดึงดูดกำลังซื้อระดับบนได้ดีเยี่ยม แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว ตามมาด้วย ศุภาลัย ในอันดับ 3 (31,818 ล้านบาท) และ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ อันดับ 4 (30,170 ล้านบาท) ที่น่าสนใจคือ แม้แลนด์แอนด์เฮ้าส์จะมีรายได้รวมลดลงถึง 18% แต่พวกเขายังมี “ไพ่ลับ” ซ่อนอยู่ ซึ่งผมจะวิเคราะห์ให้ฟังในส่วนของกำไรสุทธิ สำหรับ พฤกษา โฮลดิ้ง ยังคงรักษาสถานะ Top 5 ไว้ได้ที่ 26,132 ล้านบาท แต่ก็ต้องเร่งปรับตัวอย่างหนักในยุคที่ผู้บริโภคมองหา นวัตกรรมบ้านประหยัดพลังงาน และทำเลที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้าได้สะดวก วัดกันที่เนื้อแท้: ใครคือเจ้าตลาด “รายได้จากการขาย” ตัวจริง? ในฐานะคนทำงานสายอสังหาฯ ผมมักจะบอกลูกทีมเสมอว่า “อย่าดูแค่รายได้รวม ให้ดูรายได้จากการขาย (Sales Revenue) ถ้าอยากรู้ว่าโปรดักต์ของใครขายดีจริง” เพราะตัวเลขนี้ตัดรายได้พิเศษออกไป เหลือเพียงเนื้อแท้ของการขาย บ้าน และ คอนโด เมื่อกางตัวเลขดู รายชื่อผู้ชนะเปลี่ยนหน้าไปทันที! เอพี (ไทยแลนด์) คือเบอร์ 1 ตัวจริงในแง่การขาย กวาดไป 36,927 ล้านบาท ชนะแสนสิริที่ตามมาในอันดับ 2 (32,829 ล้านบาท) เอสซี แอสเสท (SC Asset) ผงาดขึ้นมาติด Top 5 ได้อย่างสวยงาม ด้วยรายได้ขาย 23,370 ล้านบาท เติบโตถึง 13% สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์บ้านหรูของ SC ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด หรือที่เราเรียกว่า Real Demand อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในมิตินี้ดูน่ากังวล เพราะรายได้จากการขายรวมของทั้ง 41 บริษัท ลดลงถึง -11% เหลือเพียง 268,460 ล้านบาท มีบริษัทถึง 30 รายที่ยอดขายตกลง นี่คือหลักฐานยืนยันว่ากำลังซื้อในตลาดระดับกลาง-ล่าง หายไปอย่างน่าใจหาย ส่วนหนึ่งมาจากการถูกปฏิเสธ สินเชื่อบ้าน (Rejection Rate) ที่พุ่งสูงแตะระดับ 50-60% ในบางเซกเมนต์ กรณีศึกษาที่น่าสนใจ: ไรมอน แลนด์: รายได้จากการขายลดลง -78% ซึ่งเป็นธรรมชาติของ Developer ที่เน้นโครงการระดับ Ultra Luxury จำนวนน้อยชิ้น เมื่อโอนหมดหรือไม่มีโครงการใหม่ที่สร้างเสร็จในปีนั้น รายได้จะวูบวาบทันที เซ็นทรัลพัฒนา (CPN): ม้ามืดที่น่าจับตามองที่สุด ด้วยรายได้จากการขายโตระเบิด 103% (5,835 ล้านบาท) การที่ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกกระโดดลงมาเล่นตลาดที่อยู่อาศัย (Mixed-use) คือเทรนด์สำคัญของปี 2026 ที่ผู้เล่นรายเดิมต้องระวัง บรรทัดสุดท้ายคือความจริง: กำไรสุทธิและการบริหาร Cash Flow “ขายดี แต่ไม่มีกำไร” คือกับดักมรณะของธุรกิจอสังหาฯ ในยุคต้นทุนวัสดุก่อสร้างพุ่งสูงและค่าแรงปรับตัวขึ้น กำไรสุทธิ (Net Profit) จึงเป็นตัวชี้วัดกึ๋นของผู้บริหาร ปี 2566 กำไรสุทธิรวมทั้งอุตสาหกรรมอยู่ที่ 44,165 ล้านบาท ลดลง -11% แต่ถ้าเราเจาะลึกรายบริษัท เราจะเห็นกลยุทธ์การเอาตัวรอดที่แตกต่างกัน แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) ยืนหนึ่งเรื่องความมั่งคั่ง แม้รายได้จากการขายจะลดลง แต่ LH ยังคงเป็นแชมป์กำไรสุทธิที่ 7,495 ล้านบาท เคล็ดลับวิชาคือการบริหาร Portfolio สินทรัพย์ โดยมีการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน รับรู้กำไรพิเศษกว่า 2,500 ล้านบาท นี่คือโมเดลธุรกิจแบบ Holding Company ที่กระจายความเสี่ยงได้ดีเยี่ยม ไม่ได้พึ่งพาแค่การขายบ้านเพียงอย่างเดียว แสนสิริ โตสวนกระแส กำไรสุทธิ 5,846 ล้านบาท เติบโตถึง 42% เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการบริหารจัดการต้นทุน (Cost Efficiency) และ Speed to Market ของแสนสิริ ทำได้ดีมากในช่วงวิกฤต ศุภาลัย และ เอพี ยังคงรักษามาตรฐานกำไรในระดับ 6,000 ล้านบาทบวกลบได้อย่างเหนียวแน่น เป็นหุ้นกลุ่ม Defensive ที่นักลงทุนมักให้ความสนใจ เพราะมีความสม่ำเสมอ
เจาะเทรนด์อนาคต: ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ ปี 2026 จากการวิเคราะห์ข้อมูลข้างต้น ผสานกับประสบการณ์ในวงการกว่า 10 ปี ผมมองเห็นทิศทางที่จะเกิดขึ้นในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ดังนี้: สงครามราคาจะจบลง เข้าสู่ยุค “สงครามคุณภาพชีวิต”: ผู้พัฒนาอสังหาฯ จะเลิกแข่งกันลดราคา เพราะต้นทุนที่ดินและดอกเบี้ยไม่เอื้ออำนวย แต่จะหันมาสู้กันด้วย “ฟังก์ชัน” เช่น บ้านประหยัดพลังงาน (Solar Roof), การรองรับรถยนต์ EV, และการออกแบบ Universal Design สำหรับสังคมผู้สูงอายุ Pet Humanization คือโอกาสทอง: โครงการ คอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ จะไม่ใช่แค่ Niche Market อีกต่อไป แต่จะกลายเป็น Standard ใหม่ โดยเฉพาะในทำเลเมืองอย่าง สุขุมวิท, พระราม 9 และ ลาดพร้าว ซึ่งราคาขายต่อตารางเมตรของโครงการกลุ่มนี้มักจะสูงกว่าโครงการทั่วไปและปล่อยเช่าได้ง่ายกว่า การคัดกรองลูกค้าที่เข้มข้น (Pre-screening): Developer จะทำงานร่วมกับธนาคารพันธมิตรใกล้ชิดขึ้น เพื่อช่วยลูกค้าวางแผนการเงินก่อนยื่นกู้จริง ลดอัตราการถูกปฏิเสธ สินเชื่อที่อยู่อาศัย หากคุณกำลังวางแผนซื้อบ้าน การเตรียมเดินบัญชี (Statement) ให้สวยงามเป็นเรื่องสำคัญมาก ทำเลศักยภาพใหม่: นอกจากแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวและน้ำเงินแล้ว ให้จับตาทำเลส่วนต่อขยายและทำเลชานเมืองที่เชื่อมต่อทางด่วนได้ง่าย การขยายตัวของเมือง (Urban Sprawl) จะทำให้ ทาวน์โฮม ในย่านราชพฤกษ์, บางนา, และรังสิต กลับมาคึกคักอีกครั้ง โอกาสของนักลงทุน (High Yield): ในขณะที่ตลาดซื้อขายชะลอตัว ตลาดเช่ากลับเติบโต โดยเฉพาะในกลุ่ม Expat และคนรุ่นใหม่ที่เน้นเช่ามากกว่าซื้อ (Generation Rent) การมองหา คอนโดปล่อยเช่า ในทำเลใกล้มหาวิทยาลัยหรือแหล่งงาน ยังคงให้ผลตอบแทน (Rental Yield) ที่น่าสนใจที่ระดับ 4-6% บทสรุป: ใครคือผู้ชนะที่แท้จริง? หากถามผมว่าใครคือผู้ชนะในปีที่ผ่านมา คำตอบอาจไม่ใช่แค่คนที่รายได้สูงสุด แต่คือคนที่ “ปรับตัวได้เร็วที่สุด” แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ชนะในเกมการเงินและการบริหารสินทรัพย์ เอพี (ไทยแลนด์) ชนะใจลูกค้าด้วยโปรดักต์ที่ตอบโจทย์ Real Demand แสนสิริ ชนะในเกมการสร้างแบรนด์และการเติบโตของกำไร เซ็นทรัลพัฒนา คือผู้ท้าชิงที่น่ากลัวที่สุดสำหรับอนาคต สำหรับผู้บริโภคและนักลงทุน ช่วงเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะถอดใจจาก ตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็นจังหวะที่ดีที่สุดในการ “ช้อปของดี” เพราะ Developer ต่างงัดโปรโมชั่นที่ดีที่สุดออกมา ไม่ว่าจะเป็น ดอกเบี้ยพิเศษ, ฟรีค่าส่วนกลาง, หรือส่วนลดเงินสด เพื่อระบายสต็อกก่อนเปิดโครงการใหม่ คำแนะนำสุดท้ายจากผม: ในโลกการลงทุนอสังหาฯ ความรู้คืออำนาจ อย่าตัดสินใจเพียงเพราะราคาถูก แต่ให้มองถึงมูลค่าในอนาคต (Future Value) และความแข็งแกร่งของผู้พัฒนาโครงการด้วย คุณพร้อมหรือยังที่จะคว้าโอกาสทองในตลาดอสังหาฯ ยุคใหม่? หากคุณกำลังมองหาบ้านในฝัน หรือต้องการวางแผนการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ให้ได้ผลตอบแทนคุ้มค่า ไม่ต้องลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง คลิกที่นี่เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และอัปเดตโครงการใหม่ราคาพิเศษก่อนใคร!
(ลิงก์ไปยังหน้าติดต่อหรือลงทะเบียน)
Previous Post

D0202057 งเป นเด กช าง แต กจร part2

Next Post

D0202059 กสะใภ อสอง #ตอนจบ part2

Next Post

D0202059 กสะใภ อสอง #ตอนจบ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.