• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0202052 เช อในร กแท แต แพ ชายแบบเท part2

admin79 by admin79
February 2, 2026
in Uncategorized
0
D0202052 เช อในร กแท แต แพ ชายแบบเท part2
เจาะลึกวิกฤตสู่อนาคต: ผ่ากลยุทธ์ “ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์” ใครรอด ใครร่วง และทิศทางตลาดปี 2026 ในฐานะคนที่คลุกคลีอยู่ในวงการอสังหาฯ มากว่าหนึ่งทศวรรษ ผมเห็นวัฏจักรขึ้นลงของตลาดมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่วงรอยต่อระหว่างปี 2566 จนถึงปัจจุบัน เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดครั้งหนึ่งสำหรับ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไทย ภาพที่เราเห็นคือการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดท่ามกลางพายุเศรษฐกิจที่โหมกระหน่ำ ตัวเลขผลประกอบการที่ออกมาไม่ได้เป็นเพียงแค่สถิติในกระดาษ แต่มันคือ “สัญญาณเตือนภัย” ที่บอกเราว่า โมเดลธุรกิจแบบเดิมอาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปในปี 2567 และยาวไปถึงปี 2568-2569 บทความนี้ผมจะพาไปชำแหละผลประกอบการของ 41 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อถอดบทเรียนว่าใครคือ “ของจริง” ในสมรภูมินี้ และทิศทางของตลาดที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม หรือโครงการมิกซ์ยูส จะเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างไรเพื่อให้สอดรับกับเทรนด์โลกในปี 2026 ภาพรวมตลาด: เมื่อ Momentum ที่คาดหวัง กลับกลายเป็นภาพลวงตา ย้อนกลับไปมองปี 2566 หลายฝ่ายต่างคาดการณ์ว่าจะเป็นปีแห่งการ “Take Off” หรือการทะยานขึ้นของภาค ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยได้รับแรงส่งจากปี 2565 ที่เริ่มฟื้นตัว แต่ความเป็นจริงกลับโหดร้ายกว่านั้น ตลาดเข้าสู่ภาวะ “Stagflation” หรือภาวะชะลอตัวอย่างหนักตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง ลากยาวมาจนถึงไตรมาส 4 ซึ่งปกติจะเป็นช่วง High Season หรือนาทีทองของการโอนกรรมสิทธิ์ แต่กลับเงียบเหงาอย่างน่าใจหาย จากการรวบรวมข้อมูลของ Property Mentor พบว่า รายได้รวมของ 41 บริษัทอสังหาฯ ในปี 2566 อยู่ที่ 371,560 ล้านบาท ตัวเลขนี้ลดลง -1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 (376,141 ล้านบาท) อาจจะดูเหมือนลดลงไม่เยอะ แต่ถ้าเจาะลึกลงไปในไส้ใน จะพบว่ามีถึง 25 บริษัทจาก 41 บริษัทที่รายได้หดตัวลง นี่คือสัญญาณที่บ่งบอกว่า “เค้ก” ก้อนเดิมกำลังถูกแบ่งด้วยผู้เล่นที่แข็งแกร่งเพียงไม่กี่ราย ในขณะที่รายเล็กและรายกลางกำลังเผชิญกับวิกฤตสภาพคล่อง ปัจจัยลบที่รุมเร้า ไม่ว่าจะเป็นหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูง การเข้มงวดในการปล่อย สินเชื่อที่อยู่อาศัย (Mortgage Rejection Rate) ของธนาคารพาณิชย์ และอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ล้วนเป็นตัวฉุดรั้งกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้การตัดสินใจ ซื้อบ้าน หรือ คอนโดมิเนียม ชะลอตัวออกไป เจาะลึกผู้บาดเจ็บ: เมื่อรายได้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือความอยู่รอด ในสมรภูมิปีที่ผ่านมา เราเห็นบริษัทชื่อดังหลายรายต้องปาดเหงื่อ เมื่อรายได้รวมติดลบในระดับ “Red Zone” หรือมากกว่า 20% ขึ้นไป ได้แก่:
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN): ติดลบราว -28% สะท้อนให้เห็นว่าตลาดคอนโดระดับล่างถึงกลาง (Affordable Segment) ได้รับผลกระทบหนักสุดจากปัญหากู้ไม่ผ่าน ไรมอน แลนด์ (RML): ติดลบ -26% แม้จะจับตลาด Luxury แต่จังหวะการรับรู้รายได้อาจสะดุด ลลิล พร็อพเพอร์ตี้, เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ และ ไซมิส แอสเสท: ต่างกอดคอกันติดลบในช่วง -20% ถึง -23% สิ่งที่น่าตกใจคือ แม้แต่พี่ใหญ่อย่าง แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) ก็ยังมีรายได้รวมลดลงถึง 18% และในกลุ่ม Top 10 ผู้นำตลาด มีถึง 5 บริษัทที่รายได้ถดถอย รวมถึง ศุภาลัย (-10%), พฤกษา โฮลดิ้ง (-9%) และ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (-4%) บัลลังก์แชมป์รายได้รวม: การเฉือนชนะของ “แสนสิริ” ท่ามกลางวิกฤต ย่อมมีฮีโร่ หากวัดกันที่ “รายได้รวม” ปี 2566 คือปีทองของ แสนสิริ ที่สามารถประกาศศักดาคว้าอันดับ 1 ด้วยรายได้ 39,082 ล้านบาท เติบโตขึ้น 12% โดยเฉือนชนะคู่แข่งตลอดกาลอย่าง เอพี (ไทยแลนด์) ที่ทำได้ 38,399 ล้านบาท ไปอย่างเฉียดฉิว ชนิดที่เรียกว่าหายใจรดต้นคอ Top 5 รายได้รวมสูงสุด: แสนสิริ: 39,082 ล้านบาท เอพี (ไทยแลนด์): 38,399 ล้านบาท ศุภาลัย: 31,818 ล้านบาท แลนด์แอนด์เฮ้าส์: 30,170 ล้านบาท พฤกษา โฮลดิ้ง: 26,132 ล้านบาท กลยุทธ์ของแสนสิริในการบุกตลาดลักชูรี (Luxury Real Estate) และการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง (Brand Love) ช่วยให้สามารถดึงดูดลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่ากลุ่มอื่น วัดกันที่เนื้อแท้: ใครคือเจ้าตลาด “รายได้จากการขาย” ตัวจริง? ในฐานะนักวิเคราะห์ ผมมักจะบอกเสมอว่า “รายได้รวม” อาจเป็นภาพลวงตา เพราะบางบริษัทมีรายได้จากการเช่า โรงแรม หรือการลงทุนอื่นมาช่วยพยุง แต่ถ้าจะวัดฝีมือในการพัฒนาและขายที่อยู่อาศัยจริงๆ ต้องดูที่ “รายได้จากการขาย” (Revenue from Sales) เมื่อถอดสมการนี้ออกมา ภาพรวมของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้ง 41 บริษัท ทำรายได้จากการขายรวมกันได้เพียง 268,460 ล้านบาท ลดลงถึง -11% จากปีก่อนหน้า (299,979 ล้านบาท) และมีถึง 30 บริษัทที่ยอดขายตก นี่คือตัวเลขที่สะท้อน Real Demand ที่หดตัวอย่างชัดเจน ความพลิกผันในอันดับ: เมื่อวัดเฉพาะยอดขาย เอพี (ไทยแลนด์) คือผู้ชนะตัวจริง ด้วยกลยุทธ์ปูพรมโครงการแนวราบและคอนโดครอบคลุมทุกเซกเมนต์ (Portfolio Diversification) เอพี (ไทยแลนด์): 36,927 ล้านบาท (ครองแชมป์ขายเก่งที่สุด) แสนสิริ: 32,829 ล้านบาท (เติบโตสวนตลาด +7%) ศุภาลัย: 30,836 ล้านบาท (รักษาฐานที่มั่นได้อย่างเหนียวแน่น) เอสซี แอสเสท (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโตโดดเด่น +13% จากความสำเร็จในกลุ่มบ้านหรู) พฤกษา โฮลดิ้ง: 22,357 ล้านบาท จุดที่น่าจับตามองคือ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่เริ่มเครื่องร้อน กระโดดเข้ามาเล่นในตลาดที่อยู่อาศัยอย่างเต็มตัว โดยทำรายได้จากการขายโตระเบิดถึง 103% (5,835 ล้านบาท) จากการใช้ประโยชน์ของทำเลข้างห้างสรรพสินค้า (Mixed-use Synergy) ซึ่งเป็นโมเดลที่น่ากลัวสำหรับคู่แข่งในอนาคต Profit is King: กำไรสุทธิ บทพิสูจน์ความยั่งยืน ในโลกธุรกิจ “ยอดขายคือความภูมิใจ แต่กำไรคือความจริง” (Sales is vanity, Profit is sanity) แม้จะขายดีแค่ไหน แต่ถ้าบริหารต้นทุนไม่ได้ หรือต้องอัดโปรโมชั่นจนเข้าเนื้อ ก็ไม่มีความหมาย
ปี 2566 กำไรสุทธิรวมของทั้งกลุ่มอยู่ที่ 44,165 ล้านบาท ลดลง -11% โดยมีบริษัทขาดทุนถึง 12 ราย แต่ในความมืดมน แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ยังคงยืนหนึ่งในเรื่องความสามารถในการทำกำไร แม้รายได้จากการขายจะลดลง แต่ด้วยกลยุทธ์การบริหารพอร์ตโฟลิโอ (Asset Management) โดยการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน ทำให้บันทึกกำไรพิเศษเข้ามาช่วย Top 5 บริษัทที่ทำกำไรสูงสุด: แลนด์แอนด์เฮ้าส์: 7,495 ล้านบาท (แชมป์กำไร แม้ยอดขายจะแผ่ว) ศุภาลัย: 6,083 ล้านบาท (บริหารต้นทุนเก่งเป็นเลิศ) เอพี (ไทยแลนด์): 6,054 ล้านบาท (กำไรจากยอดขายล้วนๆ ที่แข็งแกร่ง) แสนสิริ: 5,846 ล้านบาท (เติบโตสูงสุด +42% สะท้อนประสิทธิภาพการทำกำไรที่ดีขึ้นมาก) ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้: 3,160 ล้านบาท มองข้ามช็อต: ทิศทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สู่ปี 2026 จากข้อมูลปี 2566 ต่อเนื่องมาปี 2567 เราเห็นบทเรียนสำคัญที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนต้องตระหนัก เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า หรือปี 2026: สงครามดอกเบี้ยและการรีไฟแนนซ์ (Interest Rate & Refinance War): เทรนด์ดอกเบี้ยที่ยังคงผันผวนจะทำให้ผู้บริโภคมองหาทางเลือกในการ รีไฟแนนซ์บ้าน มากขึ้น ธนาคารและผู้พัฒนาอสังหาฯ ต้องร่วมมือกันออกแคมเปญดอกเบี้ยต่ำพิเศษ (Soft Loan) เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจ การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ “กู้ซื้อบ้าน” หรือ “โปรโมชั่นดอกเบี้ยบ้าน” จะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ Green Living & Sustainability ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอด: ภายในปี 2026 มาตรฐานอาคารเขียวและการประหยัดพลังงานจะกลายเป็นข้อบังคับกลายๆ จากความต้องการของผู้บริโภค โครงการที่ติดตั้ง Solar Roof, รองรับ EV Charger และใช้วัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อมากกว่าแค่เรื่องทำเล ผู้พัฒนาอย่าง แสนสิริ และ SC Asset เริ่มเดินเกมนี้แล้ว และใครที่ปรับตัวช้าอาจจะหลุดออกจากวงโคจร จากขายบ้าน สู่ขาย “บริการ” และ “ไลฟ์สไตล์” (Service-Led Real Estate): โมเดลของ Central Pattana พิสูจน์แล้วว่า Mixed-use คือคำตอบ การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ผนวกบริการโรงแรม หรือตั้งอยู่ในพื้นที่ Retail จะได้รับความนิยมสูงขึ้น เพราะตอบโจทย์ความสะดวกสบาย และเพิ่มมูลค่า (Capital Gain) สำหรับการ ลงทุนอสังหา ในระยะยาว เจาะตลาด Niche Market ที่มีกำลังซื้อจริง: ตลาด Mass อาจจะยังซึมยาว แต่ตลาดเฉพาะกลุ่มยังไปได้ดี เช่น Pet-Friendly Condo (คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้) ซึ่งเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ และออริจิ้นฯ เป็นผู้นำเทรนด์ หรือตลาด Wellness Residence รองรับสังคมผู้สูงอายุ จะเป็นบ่อทองใหม่ที่มี High CPC และมูลค่าการตลาดมหาศาล ทำเลทองใหม่ และการขยายตัวของเมือง (Urban Sprawl): รถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพูที่เปิดให้บริการเต็มรูปแบบ รวมถึงสายสีส้มที่กำลังจะมา จะเปิดหน้าดินใหม่ๆ ในโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและนนทบุรี การมองหา ทาวน์โฮม หรือ บ้านแฝด ในราคาที่จับต้องได้ในทำเลเหล่านี้ จะมาแรงแซงทางโค้งคอนโดในเมืองที่มีราคาสูงเกินเอื้อม บทสรุป: ใครคือผู้ชนะตัวจริงในระยะยาว? ปี 2566 อาจเป็นปีแห่งความผิดหวังของภาพรวม แต่เป็นปีแห่งการ “คัดกรอง” ผู้เล่นที่แท้จริง ตัวเลขรายได้และกำไรชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่ปรับตัวได้ไว มีพอร์ตสินค้าหลากหลาย และบริหารจัดการกระแสเงินสดได้ดีอย่าง เอพี, แสนสิริ และศุภาลัย ยังคงเป็นเสาหลักของวงการ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือผู้เล่นหน้าใหม่ที่มาพร้อมโมเดลธุรกิจที่แตกต่าง สำหรับผู้บริโภคหรือนักลงทุน ช่วงเวลานี้คือโอกาสในวิกฤต ตลาดเป็นของผู้ซื้อ (Buyer’s Market) อย่างแท้จริง การเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ในช่วงนี้ หากวิเคราะห์ทำเลและเลือกแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ คุณมีโอกาสได้ของดีในราคาที่สมเหตุสมผลที่สุดในรอบ 10 ปี หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการคำปรึกษาเรื่องการเลือกซื้อบ้านในทำเลศักยภาพ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสทองในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้…
คลิกที่นี่เพื่อรับบทวิเคราะห์เจาะลึกรายทำเล และข้อเสนอสุดพิเศษจากโครงการชั้นนำก่อนใคร!
Previous Post

D0202051 เม อสาม ไม าอาชมเป นเศรษฐ part2

Next Post

D0202053 ครอบคร วสาม วโบราณต องจ ดการให สาสม part2

Next Post

D0202053 ครอบคร วสาม วโบราณต องจ ดการให สาสม part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.