• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0202030 วางแผนเจาะถ งแฟนเพราะอยากแต งงาน part2

admin79 by admin79
February 2, 2026
in Uncategorized
0
D0202030 วางแผนเจาะถ งแฟนเพราะอยากแต งงาน part2

วงการอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2566: บทพิสูจน์ความแกร่งท่ามกลางความท้าทาย กลยุทธ์สู่ความสำเร็จของบริษัทชั้นนำ

จากมุมมองของผู้ที่คลุกคลีในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมขอย้อนทวนภาพรวมอันซับซ้อนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2566 ซึ่งนับเป็นปีแห่งการประเมินผลเชิงลึกอย่างแท้จริง แม้ว่าความคาดหวังจะเริ่มต้นด้วยโมเมนตัมเชิงบวกจากปี 2565 ที่ดูเหมือนว่าภาคอสังหาริมทรัพย์กำลังจะกลับมา “take off” ทว่าความเป็นจริงกลับพลิกผัน ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอย่างชัดเจนก่อนการเลือกตั้งครั้งใหญ่ และความซบเซานี้ยังคงทอดยาวต่อเนื่องจนสิ้นปี แม้กระทั่งช่วงเวลาแห่งการจับจ่ายที่คึกคักในไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถจุดประกายการฟื้นตัวได้อย่างที่หลายคนหวัง และน่าเสียดายที่แนวโน้มเชิงลบนี้ยังคงส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงต้นปี 2567

ในฐานะนักวิเคราะห์ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดอย่างใกล้ชิด Property Mentor ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งสิ้น 41 แห่ง เพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานในปี 2566 อย่างละเอียด ว่าแต่ละบริษัทสามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ผันผวนและท้าทายนี้ได้อย่างไร และใครคือผู้ที่สามารถรักษาความเป็นผู้นำหรือแม้กระทั่งก้าวข้ามคู่แข่งไปได้

ภาพรวมรายได้รวม: ตัวเลขที่บอกเล่าเรื่องราวของการปรับตัว

ในปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถทำรายได้รวมกันทั้งสิ้นประมาณ 371,560 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงเล็กน้อยประมาณ 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวมสูงถึง 376,141 ล้านบาท แต่เมื่อพิจารณาในระดับรายบริษัท จะพบว่ามีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้รวมลดลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่บริษัทส่วนใหญ่เผชิญ

บริษัทที่ประสบปัญหาด้านรายได้ในระดับที่น่ากังวล ซึ่งมีรายได้รวมติดลบในอัตราที่สูงกว่า 20% อาทิ L.P.N. Development (LPN), Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) โดยเฉพาะ LPN ที่รายงานว่ารายได้ลดลงถึงราวๆ -28% นอกจากนี้ Raimon Land (RML) ก็เผชิญกับสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน โดยมีรายได้ติดลบที่ -26% ตามมาด้วย Lalin Property (LPH) ที่ -23%, Major Development (MJD) ที่ -22% และ Siamese Asset (SA) ที่ -21%

แม้แต่บริษัทขนาดใหญ่อย่าง Land and Houses (LH) ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงกระแสลบได้ โดยมีรายได้รวมติดลบถึง 18% สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในบรรดา 10 บริษัทที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีถึง 5 บริษัทที่รายงานว่ารายได้รวมลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่มีรายได้ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1% รวมถึง Supalai (SPALI) ที่ -10%, Pruksa Holding (PPH) ที่ -9% และ Origin Property (ORI) ที่มีรายได้รวมลดลงราวๆ -4%

แสนสิริ ผงาดขึ้นแท่นผู้นำรายได้รวม: ภาพสะท้อนกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ตลาด

เมื่อเจาะลึกรายชื่อ 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 พบว่า Sansiri (SIRI) สามารถคว้าตำแหน่งอันดับ 1 ไปครองได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยรายได้รวม 39,082 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% และเบียด AP (Thailand) (AP) ที่มีรายได้รวม 38,399 ล้านบาท ไปอย่างเฉียดฉิวในอันดับ 2 ตามมาด้วย Supalai (SPALI) ในอันดับ 3 ด้วยรายได้รวม 31,818 ล้านบาท Land and Houses (LH) รั้งอันดับ 4 ด้วยรายได้รวม 30,170 ล้านบาท และ Pruksa Holding (PPH) ในอันดับ 5 ด้วยรายได้รวม 26,132 ล้านบาท

บริษัทที่เหลือใน Top 10 ได้แก่ SC Asset Corporation (SC) ในอันดับ 6 ด้วยรายได้รวม 24,487 ล้านบาท, U City (U) ในอันดับ 7 ด้วยรายได้รวม 17,672 ล้านบาท, Frasers Property (Thailand) (FPT) ในอันดับ 8 ด้วยรายได้รวม 16,169 ล้านบาท, Origin Property (ORI) ในอันดับ 9 ด้วยรายได้รวม 15,157 ล้านบาท และ Singha Estate (S) ในอันดับ 10 ด้วยรายได้รวม 15,066 ล้านบาท

รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดที่สะท้อนความแข็งแกร่งในธุรกิจหลัก

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เห็นภาพผลการดำเนินงานที่แท้จริงของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การพิจารณา รายได้จากการขาย (Sales Revenue) เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากบริษัทชั้นนำหลายแห่งมีรายได้ส่วนอื่นเข้ามาเสริมพอร์ต แต่หากวัดกันที่ความสามารถในการสร้างรายได้จากกิจกรรมหลักของการพัฒนาและขายอสังหาริมทรัพย์โดยตรงแล้ว โฉมหน้าของ 10 อันดับแรกย่อมมีการเปลี่ยนแปลง

ภาพรวมของรายได้จากการขายของทั้ง 41 บริษัทอยู่ที่ประมาณ 268,460 ล้านบาท ลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวมประมาณ 299,979 ล้านบาท และมีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า

สถานการณ์นี้เห็นได้ชัดในบริษัทอย่าง Raimon Land (RML) ที่มีรายได้จากการขายลดลงถึง -78% L.P.N. Development (LPN) ก็เผชิญกับรายได้จากการขายที่ลดลงเกือบ -40% และที่น่าตกใจคือ Land and Houses (LH) ที่มีรายได้จากการขายลดลงถึง -38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ที่เป็นผู้นำในด้านรายได้รวม ก็ยังมีรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ -2% และไม่ได้มีเพียงแค่บริษัทขนาดใหญ่เท่านั้นที่ประสบปัญหานี้ ในบรรดา 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัทที่รายงานว่ารายได้จากการขายลดลง

AP (Thailand) นำทัพรายได้จากการขาย: กลยุทธ์การตลาดที่เข้มข้น

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้จากการขายสูงสุดในปี 2566 AP (Thailand) (AP) กลับมาทวงคืนตำแหน่งผู้นำด้วยรายได้จากการขายรวม 36,927 ล้านบาท แซงหน้า Sansiri (SIRI) ที่มีรายได้จากการขายรวม 32,829 ล้านบาท ซึ่ง Sansiri เป็นหนึ่งในสองบริษัทที่มีรายได้จากการขายเติบโตขึ้นถึง 7% Supalai (SPALI) ยังคงรักษาอันดับได้อย่างแข็งแกร่งที่อันดับ 3 ด้วยรายได้จากการขาย 30,836 ล้านบาท SC Asset Corporation (SC) สร้างความประหลาดใจด้วยการก้าวขึ้นมาติด Top 5 ได้สำเร็จในอันดับ 4 ด้วยรายได้จากการขาย 23,370 ล้านบาท และยังเป็นอีกบริษัทที่แสดงการเติบโตในเชิงบวกด้วยอัตรา 13% Pruksa Holding (PPH) ติดใน Top 5 ที่อันดับ 5 ด้วยรายได้จากการขายรวม 22,357 ล้านบาท

แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลงอย่างมาก แต่ Land and Houses (LH) ยังคงรักษาที่นั่งใน Top 10 ไว้ได้ในอันดับ 6 ด้วยรายได้จากการขายรวม 18,966 ล้านบาท Frasers Property (Thailand) (FPT) ติดอันดับ 7 ด้วยรายได้จากการขายรวม 10,019 ล้านบาท Origin Property (ORI) ในอันดับ 8 แม้รายได้จะลดลงถึง -24% ก็ยังคงเกาะกลุ่มอยู่ใน Top 10 ได้ด้วยรายได้จากการขายรวม 8,840 ล้านบาท Quality House (QH) มาอย่างเงียบๆ แต่ก็มีผลงานที่สม่ำเสมอในอันดับ 9 ด้วยรายได้จากการขายรวม 7,619 ล้านบาท และ Property Perfect (PF) ปิดท้ายในอันดับ 10 ด้วยรายได้จากการขายรวม 7,171 ล้านบาท

อีกหนึ่งบริษัทที่น่าจับตามองอย่างยิ่งคือ Central Pattana (CPN) ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหม่ที่เริ่มแสดงศักยภาพอย่างโดดเด่น หลังจากที่ได้ทุ่มเทพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขายมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 CPN สามารถสร้างรายได้จากการขายได้ถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 103% จากปี 2565 ที่มีรายได้จากการขาย 2,870 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการเติบโตในระยะยาว

กำไรสุทธิ: ดัชนีชี้วัดความสามารถในการทำกำไรที่แท้จริง

ถึงแม้ว่าตัวเลขรายได้จะดูน่าประทับใจ แต่ในท้ายที่สุดแล้ว กำไรสุทธิ (Net Profit) คือตัวชี้วัดสำคัญที่สุดที่สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพในการทำธุรกิจของแต่ละบริษัท ในปี 2566 บริษัททั้ง 41 แห่ง สามารถทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ลดลง 11% จากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวมกันราวๆ 49,602 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีกว่า 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน ซึ่งบางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงวิกฤตโควิด และยังไม่สามารถพลิกฟื้นกลับมาได้ และกว่า 20 บริษัท จาก 41 แห่ง มีผลกำไรลดลงจากปี 2565

Land and Houses ครองแชมป์กำไรสุทธิ: บทเรียนจากการบริหารจัดการสินทรัพย์

Land and Houses (LH) ยังคงรักษาตำแหน่งแชมป์ในด้านกำไรสุทธิไว้ได้ แม้ว่าจะมีรายได้รวมลดลง แต่ก็สามารถทำกำไรในปี 2566 ไปได้ถึง 7,495 ล้านบาท ความสำเร็จนี้ส่วนหนึ่งมาจากผลกำไรจำนวน 2,500 ล้านบาท จากการขายโรงแรม 2 แห่งให้กับกองทุน ซึ่งเป็นการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพอย่างสูง หากไม่มีรายการพิเศษนี้ Supalai (SPALI) ในอันดับ 2 คงจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำแทน โดยในปี 2566 Supalai ทำกำไรไปได้ 6,083 ล้านบาท เฉือน AP (Thailand) (AP) ในอันดับ 3 ที่ทำกำไร 6,054 ล้านบาท ไปอย่างหวุดหวิด

Sansiri (SIRI) ในอันดับ 4 แสดงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยกำไรสุทธิ 5,846 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 42% Origin Property (ORI) ติดในอันดับ 5 ด้วยกำไรสุทธิ 3,160 ล้านบาท แม้จะลดลงจากปีก่อนหน้าถึง -25% ก็ตาม

บริษัทที่เหลือใน Top 10 ได้แก่ SC Asset Corporation (SC) ในอันดับ 6 ด้วยกำไรสุทธิ 2,525 ล้านบาท เฉือน Quality House (QH) ในอันดับ 7 ที่มีกำไรสุทธิ 2,503 ล้านบาท ไปเพียงเล็กน้อย Pruksa Holding (PPH) ในอันดับ 8 ทำกำไรได้ 2,339 ล้านบาท Frasers Property (Thailand) (FPT) ในอันดับ 9 ทำกำไร 1,865 ล้านบาท และ Central Pattana (CPN) ในอันดับ 10 ด้วยกำไรสุทธิประมาณ 1,610 ล้านบาท (เป็นตัวเลขประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 1,975 ล้านบาท)

มองไปข้างหน้า: การปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและการเติบโตในอนาคต

ผลการดำเนินงานของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่งที่ Property Mentor ได้รวบรวมมานี้ ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงเผชิญอยู่ในปี 2566 และแนวโน้มในปี 2567 คาดว่าจะเป็นอีกปีที่ยากลำบากเช่นกัน สภาพเศรษฐกิจมหภาคที่ยังมีความไม่แน่นอน อัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูง รวมถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่บริษัทต่างๆ ต้องเผชิญ

อย่างไรก็ตาม ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ บริษัทที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว มีกลยุทธ์การตลาดที่โดดเด่น การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้นที่จะสามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

หากคุณเป็นนักลงทุน ผู้ประกอบการ หรือผู้ที่สนใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย การติดตามแนวโน้มเหล่านี้อย่างใกล้ชิด และการทำความเข้าใจกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จของบริษัทชั้นนำ จะเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจและวางแผนธุรกิจของคุณในอนาคต

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุน หรือต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงการประเมินศักยภาพโครงการ หรือการวางแผนกลยุทธ์การขายที่เหมาะสมกับสภาวะตลาดปัจจุบัน อย่าลังเลที่จะติดต่อทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อให้เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของคุณให้ประสบความสำเร็จในทุกสภาวะตลาด

Previous Post

D0202029 อย าทอดท งคนท กเรา ไม นเขาอาจจะหายไปตลอดกาล part2

Next Post

D0202031 อให ลำบากแค ไหน แม จะให กอย างก บล กเสมอ part2

Next Post
D0202031 อให ลำบากแค ไหน แม จะให กอย างก บล กเสมอ part2

D0202031 อให ลำบากแค ไหน แม จะให กอย างก บล กเสมอ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.