• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D3201074 คนน งม โลกสองใบ กคนร กหมดห วใจ part2

admin79 by admin79
February 2, 2026
in Uncategorized
0
D3201074 คนน งม โลกสองใบ กคนร กหมดห วใจ part2

การวิเคราะห์เจาะลึกตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: ภาพรวมการเปิดตัวโครงการใหม่ครึ่งปีแรก 2568 และแนวโน้มการลงทุน

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยมากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพลวัตของตลาดมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราจะประเมินทิศทางและกลยุทธ์ของผู้พัฒนาโครงการรายใหญ่ บทวิเคราะห์นี้จะเจาะลึกข้อมูล Big Data ที่รวบรวมโดย AREA (ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย) เพื่อนำเสนอภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับ การเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม รวมถึงวิเคราะห์ถึงความเป็นผู้นำในมิติต่างๆ ทั้งในแง่ของมูลค่าการลงทุนและจำนวนหน่วยที่เปิดขาย

ความท้าทายและโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2568

โลกกำลังเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน กำลังซื้อของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ สถานการณ์เช่นนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มตลาดระดับกลาง (Mass Market) ที่มีราคาประมาณ 3-5 ล้านบาท ซึ่งกำลังประสบปัญหาการอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินเพิ่มสูงขึ้น ในทางกลับกัน ตลาดระดับบน (High-End Market) ที่มีราคาตั้งแต่ 7-10 ล้านบาทขึ้นไป ยังคงมีการซื้อขายและโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง และความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจมากนัก

แม้ว่าแต่ละแบรนด์อสังหาริมทรัพย์จะมีจุดยืนและกลยุทธ์ที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่การเป็นผู้นำตลาดบ้านหรู (Luxury Home) กลุ่มราคา 15 ล้านบาทขึ้นไป, ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการที่ยั่งยืน (Sustainable Development), การเป็นผู้นำในตลาดต่างจังหวัด (Provincial Market), ไปจนถึงการเป็นผู้นำในตลาดคอนโดมิเนียมริมหาด (Beachfront Condominium) หรือคอนโดมิเนียมติดทะเล (Seaside Condo) แต่การวิเคราะห์เชิงลึกที่ AREA ได้ดำเนินการนี้ จะเน้นไปที่การประเมินความเป็นผู้นำในด้าน “มูลค่าการลงทุน” และ “จำนวนหน่วยที่เปิดขาย” ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญของการเติบโตและการขยายตัวของผู้พัฒนาโครงการใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ที่ถือเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย

ภาพรวมการเปิดตัวโครงการใหม่: Top 10 ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 3 ใน 4

จากข้อมูลการสำรวจของ AREA ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 (มกราคม-มิถุนายน 2568) ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล พบว่า ขนาดของตลาดธุรกิจพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมยังคงใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีภาพรวมของการเปิดตัวโครงการใหม่ ดังนี้:

จำนวนหน่วยที่เปิดขายใหม่: รวมทั้งสิ้น 15,452 หน่วย
มูลค่าโครงการรวม: 110,820 ล้านบาท
ราคาเฉลี่ยต่อหน่วย: 7.172 ล้านบาท

จากตัวเลขเหล่านี้ จะเห็นได้ว่าราคาเฉลี่ยต่อหน่วยได้ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่เศรษฐกิจยังเติบโตได้ดี ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มที่ตลาดระดับบนยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ การกระจุกตัวของส่วนแบ่งการตลาดที่เกิดขึ้น โดย 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ (Top 10 Developers) ได้ครอบครองส่วนแบ่งการตลาดที่สูงอย่างน่าทึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ในด้านจำนวนหน่วยที่เปิดขายใหม่: 10 บริษัทแรก เปิดตัวรวมกันถึง 10,324 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 67% หรือเกินกว่า 2 ใน 3 ของตลาดรวมทั้งหมด
ในด้านมูลค่าการลงทุนใหม่: 10 บริษัทแรก มีมูลค่าการลงทุนรวม 72,219 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 71% หรือเกือบ 3 ใน 4 ของมูลค่าตลาดรวม

ข้อมูลนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ เหล่านี้ มีอิทธิพลอย่างมากต่อทิศทางและการเคลื่อนไหวของตลาด การวิเคราะห์กลยุทธ์และผลการดำเนินงานของพวกเขา จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน หรือกำลังมองหา บ้านใหม่ กรุงเทพฯ หรือ คอนโดใหม่ กรุงเทพฯ

“แสนสิริ” ผู้นำด้านจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่

เมื่อพิจารณาในมิติของ “จำนวนหน่วยที่เปิดขายใหม่”ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 บริษัท แสนสิริ (Sansiri) ได้แสดงความเป็นผู้นำอย่างชัดเจน โดยสามารถเปิดตัวโครงการใหม่ได้ถึง 1,847 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 12% ของจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่ทั้งหมดในตลาดกรุงเทพฯ-ปริมณฑล (จาก 15,452 หน่วย)

แสนสิริ ได้พัฒนาโครงการใหม่รวม 7 โครงการ ด้วยจำนวนหน่วยทั้งหมด 1,847 หน่วย โดยมีมูลค่าโครงการรวม 10,519 ล้านบาท ทำให้มีราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ประมาณ 5.695 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นราคาที่เข้าถึงได้สำหรับผู้บริโภคในหลากหลายกลุ่ม

ตามมาด้วยบริษัทอื่นๆ ในอันดับต้นๆ ได้แก่:

อันดับ 2: บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) (AP Thai) จำนวน 1,661 หน่วย
อันดับ 3: บมจ.แอสเซทไวส์ (Assetwise) จำนวน 1,355 หน่วย
อันดับ 4: บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท (Pruksa Real Estate) จำนวน 929 หน่วย
อันดับ 5: บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC Asset Corporation) จำนวน 875 หน่วย

การที่แสนสิริ สามารถเปิดตัวโครงการจำนวนมากได้ แสดงถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ ความเข้าใจในตลาด และศักยภาพในการพัฒนาโครงการที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง การมองหา คอนโดพร้อมอยู่ หรือ บ้านพร้อมโอน จากผู้พัฒนาที่มีประวัติเช่นนี้ จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

“เอพี (ไทยแลนด์)” ผงาดผู้นำด้านมูลค่าการลงทุนใหม่

ในขณะที่แสนสิริ นำในด้านจำนวนหน่วย เอพี (ไทยแลนด์) กลับเป็นผู้นำในมิติของ “มูลค่าการลงทุนใหม่” โดยสามารถพัฒนาโครงการรวมมูลค่าสูงถึง 21,085 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 19% ของมูลค่าตลาดรวมทั้งหมด (110,820 ล้านบาท)

แม้ว่าเอพี (ไทยแลนด์) จะเปิดตัวโครงการจำนวน 1,661 หน่วย ซึ่งน้อยกว่าแสนสิริ แต่ด้วยกลยุทธ์การพัฒนาโครงการที่มีมูลค่าเฉลี่ยต่อหน่วยสูงกว่า ทำให้บริษัทสามารถสร้างมูลค่าการลงทุนโดยรวมได้มากกว่า ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยของโครงการที่เอพี (ไทยแลนด์) เปิดตัวในช่วงนี้อยู่ที่ประมาณ 12.694 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาเฉลี่ยของตลาดรวมอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทที่ตามมาในอันดับต้นๆ ของมูลค่าการลงทุนใหม่ ได้แก่:

อันดับ 2: บมจ.แสนสิริ มูลค่าเปิดตัวใหม่ 10,519 ล้านบาท
อันดับ 3: บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น มูลค่าเปิดตัวใหม่ 10,362 ล้านบาท
อันดับ 4 (ร่วม): บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (Land and Houses) มูลค่าเปิดตัวใหม่ 8,230 ล้านบาท
อันดับ 4 (ร่วม): บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (Origin Property) มูลค่าเปิดตัวใหม่ 8,230 ล้านบาท

สำหรับผู้ที่มองหา บ้านหรู หรือ คอนโดหรู หรือกำลังพิจารณา ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ในประเทศไทย การติดตามผลงานของเอพี (ไทยแลนด์) และบริษัทอื่นๆ ที่เน้นตลาดระดับบน จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการตัดสินใจ

ความหรูหราเหนือระดับ: ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยที่พุ่งสูง

อีกหนึ่งสีสันที่โดดเด่นของการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 คือ “มูลค่าเฉลี่ยต่อหน่วย” ที่แสดงให้เห็นถึงเทรนด์ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี (Ultra-Luxury Real Estate) ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

บมจ.เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (Major Development) สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 1 โครงการ จำนวน 45 หน่วย แต่มีมูลค่ารวมสูงถึง 4,559 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยพุ่งสูงถึง 101.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง

บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการที่มีคุณภาพและเน้นความยั่งยืน ก็ติดอันดับต้นๆ ในด้านราคาเฉลี่ยต่อหน่วยสูงสุดใน 10 อันดับแรก โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 20.627 ล้านบาท

บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นที่รู้จักดีในฐานะผู้พัฒนาโครงการระดับบนและมีสินค้าที่มักจะได้รับการยอมรับว่าเป็น “แชมป์” ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ราคาสูง แม้ในช่วงครึ่งปีแรก ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยจะอยู่ที่ 11.843 ล้านบาท เนื่องจากมีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมเข้ามาผสมผสาน

อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวโครงการอัลตร้าลักซ์ชัวรีอย่างแบรนด์ “SONLE Residences” ของ SC Asset ในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะยิ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านราคาเฉลี่ยต่อหน่วย โดยบ้านจำนวน 5 หลัง มีราคาสูงถึงหลังละ 260-400 ล้านบาท ซึ่งจะสร้างสถิติใหม่ให้กับตลาดบ้านซูเปอร์ลักซ์ชัวรี และคาดว่าจะจุดประกายการแข่งขันด้านราคาเฉลี่ยต่อหน่วยในตลาดนี้ให้เข้มข้นยิ่งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568

สำหรับผู้ที่มองหา วิลล่าหรู หรือ บ้านพักตากอากาศระดับไฮเอนด์ หรือสนใจ อสังหาริมทรัพย์พรีเมียม การศึกษาตลาดในกลุ่มนี้จะช่วยให้เห็นโอกาสและแนวโน้มของการลงทุนที่น่าสนใจ

แนวโน้มการลงทุนและข้อควรพิจารณาสำหรับปี 2568

จากข้อมูลทั้งหมดที่นำเสนอข้างต้น ผมสามารถสรุปแนวโน้มที่สำคัญและข้อควรพิจารณาสำหรับการลงทุนใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ในปี 2568 ได้ดังนี้:

ความแข็งแกร่งของตลาดระดับบน: สภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในตลาดกลางเป็นหลัก ในขณะที่ตลาดบนยังคงเติบโตและมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ผู้พัฒนาที่สามารถเจาะกลุ่มนี้ได้ จะมีโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรที่ดี
การรวมศูนย์อำนาจของผู้พัฒนาหลัก: 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด การวิเคราะห์กลยุทธ์ การเปิดตัวโครงการ และผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้ จะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการตัดสินใจลงทุน
เทรนด์อสังหาริมทรัพย์หรู: การเติบโตของตลาดอัลตร้าลักซ์ชัวรี บ่งชี้ถึงความต้องการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมที่มีมูลค่าสูง ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่มองหาอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพในการเติบโตของมูลค่าสูง
การปรับตัวของผู้พัฒนา: ผู้พัฒนาโครงการจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด รวมถึงการให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจากราคา เช่น ทำเลที่ตั้ง ฟังก์ชันการใช้งาน การออกแบบที่ทันสมัย และการส่งมอบบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ
ความสำคัญของสินเชื่อ: แม้ตลาดบนจะมีความยืดหยุ่นในการเข้าถึงสินเชื่อมากกว่า แต่การวางแผนทางการเงินที่รัดกุมยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ซื้อทุกกลุ่ม

คำแนะนำสำหรับนักลงทุนและผู้ที่สนใจ:

สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในการ ซื้อคอนโด กรุงเทพฯ หรือ ซื้อบ้าน กรุงเทพฯ รวมถึงผู้ที่สนใจ ลงทุนคอนโด หรือ ลงทุนบ้าน ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 และปีต่อๆ ไป การศึกษาข้อมูลเชิงลึก การติดตามแนวโน้มตลาด และการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ จะช่วยให้ท่านสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยง

หากท่านกำลังมองหา อสังหาริมทรัพย์ราคาดี หรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ คอนโดเพื่อขาย หรือ บ้านเพื่อขาย ในทำเลที่น่าสนใจในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ผมขอเชิญชวนทุกท่านร่วมพูดคุยและรับคำปรึกษาจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อร่วมกันวางแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายและความต้องการของท่านมากที่สุด การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ และเราพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการนำพาท่านไปสู่ความสำเร็จ.

Previous Post

D3201073 ครอบคร วสาม ตค จะด แต เร องด part2

Next Post

D3201075 ดว าตาฝาด แต ไปแอบฟาดก นบนเต ยง part2

Next Post
D3201075 ดว าตาฝาด แต ไปแอบฟาดก นบนเต ยง part2

D3201075 ดว าตาฝาด แต ไปแอบฟาดก นบนเต ยง part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.