• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D3201048 เจอแฟนเก ากลายเป นคนไร าน part2

admin79 by admin79
February 1, 2026
in Uncategorized
0
D3201048 เจอแฟนเก ากลายเป นคนไร าน part2

ชำแหละภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2566: วิกฤตศรัทธา หรือสัญญาณแห่งการปรับตัว?

สวัสดีครับ ผมในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ได้เฝ้ามองความเคลื่อนไหวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 ที่ผ่านมา หลายฝ่ายคาดหวังถึงการฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดจากโมเมนตัมที่ส่งต่อมาจากปี 2565 ทว่าความเป็นจริงกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง ตลาดได้เข้าสู่ภาวะชะลอตัวอีกครั้งก่อนหน้าการเลือกตั้งใหญ่ และความซบเซาได้ต่อเนื่องมาจนถึงช่วงปลายปี แม้แต่ช่วงเวลาที่เคยเป็นไฮซีซั่นอันทรงพลังอย่างไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถจุดประกายการฟื้นตัวได้อย่างที่คาดหวัง การประเมินตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2567 จึงยังคงเป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

Property Mentor ในฐานะแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ได้ทำการวิเคราะห์ผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 41 แห่ง เพื่อประเมินว่าแต่ละบริษัทสามารถรับมือกับสภาวะตลาดที่ท้าทายนี้ได้อย่างไร และใครคือผู้ที่สามารถยืนหยัดและสร้างผลงานโดดเด่นท่ามกลางความผันผวนนี้ได้

ภาพรวมรายได้รวม: ตัวเลขที่สะท้อนความท้าทาย

ในปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถสร้างรายได้รวมกันได้ทั้งสิ้น 371,560 ล้านบาท ซึ่งลดลงเล็กน้อยหรือประมาณ 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวม 376,141 ล้านบาท แม้ตัวเลขโดยรวมอาจดูไม่ต่างกันมากนัก แต่เมื่อเจาะลึกรายบริษัท จะพบว่ามีถึง 25 จาก 41 บริษัทที่มีรายได้รวมลดลง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแรงกดดันที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรม

บริษัทที่เผชิญกับรายได้ติดลบในระดับที่น่ากังวล ได้แก่ L.P.N. Development, Eastern Star Real Estate, และ Country Group Development ที่มีรายได้ลดลงราว 28% ตามมาด้วย Raimon Land ที่ติดลบ 26%, Lalin Property ที่ -23%, Major Development ที่ -22%, และ Siamese Asset ที่ -21%

แม้แต่บริษัทที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงอย่าง Land and Houses ก็ยังไม่พ้นจากสภาวะนี้ โดยมีรายได้รวมติดลบถึง 18% นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่าสังเกตว่า ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่สร้างรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีถึง 5 บริษัทที่มีรายได้รวมลดลงจากปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) ที่มีรายได้ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1%, Supalai ที่ -10%, Pruksa Holding ที่ -9%, และ Origin Property ที่มีรายได้รวมลดลงประมาณ 4%

สถิติรายได้รวมของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปี 2566:

รายได้รวมเฉลี่ย: 371,560 ล้านบาท
การเปลี่ยนแปลงเทียบกับปี 2565: -1.2%
จำนวนบริษัทที่มีรายได้ลดลง: 25 จาก 41 บริษัท

รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดที่แท้จริงของธุรกิจหลัก

หากต้องการวัดผลการดำเนินงานที่สะท้อนแก่นแท้ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างแท้จริง จำเป็นต้องพิจารณาจาก “รายได้จากการขาย” เป็นหลัก เนื่องจากบริษัทขนาดใหญ่มักมีแหล่งรายได้เสริมอื่นๆ ที่อาจช่วยพยุงตัวเลขรายได้รวมให้ดูดี แต่รายได้จากการขายคือหัวใจสำคัญที่บ่งบอกถึงความสามารถในการพัฒนาและขายอสังหาริมทรัพย์จริง

เมื่อรวมรายได้จากการขายของทั้ง 41 บริษัท จะอยู่ที่ 268,460 ล้านบาท ลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวม 299,979 ล้านบาท และที่น่าตกใจคือ มีถึง 30 จาก 41 บริษัทที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า

ตัวเลขที่น่ากังวลปรากฏขึ้นเมื่อเราเห็น Raimon Land มีรายได้จากการขายลดลงถึง 78%, L.P.N. Development มีรายได้จากการขายลดลงเกือบ 40% และที่น่าประหลาดใจคือ Land and Houses ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการ มีรายได้จากการขายลดลงถึง 38% แม้แต่ AP (Thailand) ซึ่งเป็นอันดับต้นๆ ก็ยังมีรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ 2%

ไม่เพียงแต่บริษัทขนาดใหญ่เท่านั้นที่เผชิญกับรายได้จากการขายที่ติดลบ แต่ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัทที่ประสบปัญหาดังกล่าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่กินวงกว้างในอุตสาหกรรม

รายได้จากการขายของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปี 2566:

รายได้จากการขายรวม: 268,460 ล้านบาท
การเปลี่ยนแปลงเทียบกับปี 2565: -11%
จำนวนบริษัทที่มีรายได้จากการขายลดลง: 30 จาก 41 บริษัท

Top 10 บริษัทที่ทำรายได้รวมสูงสุด: ใครคือผู้นำในตลาด?

สำหรับ 10 อันดับแรกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถสร้างรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

แสนสิริ: 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
เอพี (ไทยแลนด์): 38,399 ล้านบาท
ศุภาลัย: 31,818 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์: 30,170 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง: 26,132 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น: 24,487 ล้านบาท
ยูนิเวนเจอร์: 17,672 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย): 16,169 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้: 15,157 ล้านบาท
สิงห์ เอสเตท: 15,066 ล้านบาท

Top 10 บริษัทที่ทำรายได้จากการขายสูงสุด: สะท้อนกลยุทธ์การขายที่แข็งแกร่ง

เมื่อพิจารณาจากรายได้จากการขาย จะเห็นการเปลี่ยนแปลงอันดับที่น่าสนใจ โดย AP (Thailand) กลับมาทวงตำแหน่งผู้นำในด้านรายได้จากการขายได้สำเร็จ:

เอพี (ไทยแลนด์): 36,927 ล้านบาท
แสนสิริ: 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7%)
ศุภาลัย: 30,836 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น: 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%)
พฤกษา โฮลดิ้ง: 22,357 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์: 18,966 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้: 10,019 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้: 8,840 ล้านบาท (รายได้ลดลง 24%)
ควอลิตี้ เฮ้าส์: 7,619 ล้านบาท
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค: 7,171 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมี เซ็นทรัลพัฒนา ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ ด้วยรายได้จากการขายที่พุ่งสูงขึ้นถึง 103% สู่ระดับ 5,835 ล้านบาทในปี 2566 จาก 2,870 ล้านบาทในปี 2565 ซึ่งแสดงถึงศักยภาพการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง

กำไรสุทธิ: บทสรุปของความสามารถในการทำธุรกิจ

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่จะชี้วัดความเป็น “ผู้ชนะตัวจริง” ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คือ กำไรสุทธิ ที่สามารถเก็บเกี่ยวได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขรายได้เท่านั้น ในปี 2566 บริษัททั้ง 41 แห่งทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิ 49,602 ล้านบาท

สถานการณ์ที่น่ากังวลคือ มีถึง 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน และบางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปีตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ นอกจากนี้ กว่า 20 บริษัทจาก 41 แห่ง มีกำไรลดลงจากปี 2565

ภาพรวมกำไรสุทธิของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปี 2566:

กำไรสุทธิรวม: 44,165 ล้านบาท
การเปลี่ยนแปลงเทียบกับปี 2565: -11%
จำนวนบริษัทที่ขาดทุน: 12 บริษัท
จำนวนบริษัทที่มีกำไรลดลง: กว่า 20 บริษัท

Top 10 บริษัทที่ทำกำไรสูงสุด: ใครคือตัวจริงเรื่องการทำกำไร?

แม้ว่าตลาดจะชะลอตัว แต่ก็ยังมีบริษัทที่สามารถบริหารจัดการต้นทุนและสร้างผลกำไรได้อย่างยอดเยี่ยม:

แลนด์แอนด์เฮ้าส์: 7,495 ล้านบาท (กำไรส่วนหนึ่งมาจากการขายโรงแรม 2 แห่ง มูลค่า 2,500 ล้านบาท เข้ากองทุน)
ศุภาลัย: 6,083 ล้านบาท
เอพี (ไทยแลนด์): 6,054 ล้านบาท
แสนสิริ: 5,846 ล้านบาท (เติบโต 42%)
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้: 3,160 ล้านบาท (กำไรลดลง 25%)
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น: 2,525 ล้านบาท
ควอลิตี้ เฮ้าส์: 2,503 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง: 2,339 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้: 1,865 ล้านบาท
เซ็นทรัลพัฒนา: 1,610 ล้านบาท (กำไรก่อนหักภาษีประมาณ 1,975 ล้านบาท)

บทสรุปและแนวโน้มสำหรับปี 2567: ความท้าทายที่รอการพิสูจน์

จากข้อมูลที่ Property Mentor รวบรวมมา สะท้อนให้เห็นว่าปี 2566 เป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย แม้จะมีความพยายามในการปรับกลยุทธ์และบริหารจัดการอย่างเต็มที่ แต่ปัจจัยภายนอกและสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังคงส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับปี 2567 คาดว่าจะเป็นอีกปีที่ภาคอสังหาริมทรัพย์จะต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน การแข่งขันที่สูงขึ้น ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของตลาด

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมเชื่อว่าบริษัทที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว มีความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ และสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค จะเป็นผู้ที่สามารถก้าวผ่านความท้าทายนี้ไปได้ การให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุน การพัฒนานวัตกรรม และการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวงการอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุน อย่ารอช้าที่จะศึกษาแนวโน้มและกลยุทธ์ของบริษัทชั้นนำเหล่านี้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับโอกาสและความท้าทายที่กำลังจะมาถึงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

หากคุณต้องการเจาะลึกถึงกลยุทธ์ที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำนำมาปรับใช้ หรือต้องการคำแนะนำเฉพาะบุคคลในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ใช่สำหรับคุณ โปรดติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

Previous Post

D3201047 กเม ยสอนบทเร ยนให สาม part2

Next Post

D3201049 EP2 นค อสายล บจ บช part2

Next Post
D3201049 EP2 นค อสายล บจ บช part2

D3201049 EP2 นค อสายล บจ บช part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.