
บทนำสู่โอกาสการลงทุน: เผยแนวโน้มหุ้นกู้ ORI และกลยุทธ์การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในไทยปี 2569
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของตลาดอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การปรับตัวของภาคธุรกิจต่อสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน พร้อมกับการผลักดันนโยบายที่สนับสนุนการลงทุนจากภาครัฐ ได้สร้างโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการ วันนี้ ผมขอพาท่านเจาะลึกถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสนอขาย หุ้นกู้ ORI ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาช่องทางการลงทุนที่มีศักยภาพ
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ปี 2569 ด้วยแนวโน้มที่สดใส การเติบโตของอุตสาหกรรม Data Center ไทย ที่มีทุนจดทะเบียนปี 68 โตกว่า 3 พันล้านบาท และพร้อมพลิกกำไร เป็นตัวบ่งชี้ถึงการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวต่างๆ เช่น การคาดการณ์ ราคาทองวันนี้ ที่ปรับลง 50 บาท รูปพรรณบาทละ 75,550 บาท ในวันที่ 27 มกราคม 2569 และบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองโดย YLG Bullion ตลอดจนมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่สั่งผู้ซื้อขายทองคำรายงานข้อมูลและเก็บเอกสารไม่น้อยกว่า 3 ปี มีผล 24 มกราคม 2569 บ่งชี้ถึงความคึกคักและการกำกับดูแลที่เข้มงวดในตลาดการเงิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ
ในขณะเดียวกัน ปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น การที่กรมศุลกากรเร่งบรรเทาผลกระทบผู้นำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองจากปัญหาการตรวจปล่อยสินค้าไม่ได้ หรือข่าวการเมืองที่สะท้อนความซับซ้อนของสถานการณ์ภายในประเทศ เช่น การที่ รุทธพล รับ สจ.เนย์ หนีนอกประเทศ อุบรายชื่อนักการเมืองที่เหลือเอี่ยวพนัน หรือการที่ กฤษฎีกา ชี้ ‘หมอสุภัทร’ เล่นการเมืองได้ถ้าไม่โดนปมทุจริต โยนกกต. เคาะ หลังถูกฟันราชการ ล้วนเป็นปัจจัยภายนอกที่ต้องจับตา แต่ก็ไม่ได้บั่นทอนศักยภาพการเติบโตของภาคธุรกิจหลักแต่อย่างใด
สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะ อสังหาริมทรัพย์ ORI ได้ประกาศแผนการเสนอขาย หุ้นกู้ ORI ครั้งแรกในปี 2569 จำนวน 2 ชุด โดยชูอัตราดอกเบี้ยที่น่าสนใจระหว่าง 4.90-5.35% การเตรียมเสนอขายผ่าน 10 สถาบันการเงินชั้นนำ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความพร้อมของบริษัทฯ ในการระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
เจาะลึกการเสนอขายหุ้นกู้ ORI: โอกาสลงทุนที่น่าสนใจในปี 2569
ในวันที่ 26 มกราคม 2569 ข่าวการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวนของ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้สร้างความสนใจให้กับนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้อย่างมาก การเสนอขาย หุ้นกู้ ORI ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการเติบโตและขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ORI ได้เปิดเผยรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับการออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งประกอบด้วย 2 ชุด โดยมีลักษณะสำคัญดังนี้:
ประเภทของหุ้นกู้: เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งเป็นรูปแบบที่นักลงทุนให้ความเชื่อถือและเป็นมาตรฐานในตลาด
อัตราดอกเบี้ย: บริษัทฯ ชูอัตราดอกเบี้ยที่น่าสนใจ โดยหุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 1 ปี 3 เดือน มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง 4.90-5.00% ต่อปี ส่วนหุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 2 ปี 6 เดือน มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง 5.25-5.35% ต่อปี การจ่ายดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นทุก 3 เดือน ซึ่งเป็นผลตอบแทนที่คุ้มค่าและสม่ำเสมอ
ช่วงเวลาเสนอขาย: นักลงทุนจะมีโอกาสจองซื้อหุ้นกู้ในช่วงวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ 2569
ช่องทางการเสนอขาย: การเสนอขายจะดำเนินการผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ 10 แห่ง ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายหุ้นกู้ที่ได้รับการยอมรับในวงการ ช่วยอำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน
เงื่อนไขการจองซื้อ: นักลงทุนสามารถจองซื้อขั้นต่ำได้ที่ 100 หน่วย หรือ 100,000 บาท และสามารถทวีคูณครั้งละ 100 หน่วย หรือ 100,000 บาท โดยไม่จำกัดมูลค่าการจองซื้อของผู้ลงทุนแต่ละราย
ปัจจัยเสริมความเชื่อมั่น: การจัดอันดับเครดิตและความยั่งยืนของ ORI
สิ่งที่ทำให้นักลงทุนให้ความสนใจ หุ้นกู้ ORI มากขึ้น คือการที่บริษัทฯ ได้รับการประเมินอันดับเครดิตจาก TRIS Rating ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับเครดิตที่มีความน่าเชื่อถือสูง โดยบริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กร “BBB+” แนวโน้ม “Negative” และได้รับการจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้ หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน “BBB” แนวโน้ม “Negative” เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 แม้ว่าแนวโน้มจะเป็น “Negative” แต่การมีอันดับเครดิตในระดับ “BBB” ก็ยังคงบ่งชี้ถึงความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทในระดับที่ยอมรับได้
นอกจากนี้ ORI ยังได้รับตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนด้วยการได้รับผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ในระดับ “AAA” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของประเทศไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง การได้รับระดับสูงสุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานของบริษัทที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนยุคใหม่ให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ การอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน ยิ่งตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวและการบริหารจัดการที่มีคุณภาพของ ORI
ภาพรวมธุรกิจ ORI และ Backlog ที่แข็งแกร่ง
ในปี 2568 ORI มียอดขายบ้านและคอนโดมิเนียมรวมสูงถึง 24,528 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่แสดงถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และการยอมรับในตลาด ขณะที่ในปี 2569 บริษัทฯ วางแผนจะโอนคอนโดมิเนียมใหม่เพิ่มอีก 9 โครงการ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่า Backlog (ยอดขายรอการโอน) แล้วกว่า 18,000 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด ตัวเลข Backlog ที่สูงนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความสามารถในการสร้างยอดขายอย่างต่อเนื่องและความมั่นคงของรายได้ในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเสนอขาย หุ้นกู้ ORI
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ปี 2569: แนวโน้มและปัจจัยขับเคลื่อน
ปี 2569 คาดว่าจะเป็นปีที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ:
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ: การเติบโตของ GDP ที่คาดว่าจะขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ จะส่งผลบวกต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและความเชื่อมั่นในการลงทุน
นโยบายภาครัฐ: นโยบายที่สนับสนุนการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ เช่น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
การเติบโตของเมืองและ CBDs: การขยายตัวของเขตเมืองและศูนย์กลางธุรกิจ (CBDs) จะยังคงเป็นปัจจัยหลักในการผลักดันตลาดคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ทั้งรถไฟฟ้าและถนน จะช่วยเพิ่มศักยภาพของทำเล และส่งผลต่อราคาอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว
เทรนด์การอยู่อาศัย: ความต้องการที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เช่น พื้นที่สีเขียว สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสุขภาพ และการทำงานแบบ Hybrid Work ยังคงเป็นที่ต้องการ
ตลาดเช่าและการลงทุน: ความต้องการห้องชุดเพื่อการลงทุนและปล่อยเช่า ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในทำเลที่มีศักยภาพและใกล้แหล่งงาน แหล่งท่องเที่ยว
การพิจารณาลงทุนในหุ้นกู้ ORI: สิ่งที่นักลงทุนควรรู้
สำหรับนักลงทุนที่สนใจ หุ้นกู้ ORI ควรพิจารณาข้อมูลเหล่านี้ประกอบการตัดสินใจ:
ผลตอบแทน: อัตราดอกเบี้ยที่เสนอถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อเทียบกับสภาวะตลาด และสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไป
ความเสี่ยง: การลงทุนในหุ้นกู้มีความเสี่ยงที่ผู้ออกหุ้นกู้จะไม่สามารถชำระดอกเบี้ยหรือคืนเงินต้นได้ (Credit Risk) แม้ว่า ORI จะมีอันดับเครดิต “BBB” แต่ก็ยังมีแนวโน้ม “Negative” ซึ่งนักลงทุนควรศึกษาข้อมูลทางการเงินของบริษัทอย่างละเอียด
สภาพคล่อง: หุ้นกู้ ORI อาจไม่ได้มีสภาพคล่องสูงเท่ากับการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ หากต้องการขายก่อนครบกำหนด นักลงทุนอาจต้องหาผู้ซื้อรายอื่นเอง
ปัจจัยภายนอก: การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย และสภาวะเศรษฐกิจมหภาค อาจส่งผลต่อมูลค่าของหุ้นกู้
การกระจายความเสี่ยง: การลงทุนในหุ้นกู้ ORI ควรเป็นส่วนหนึ่งของการกระจายพอร์ตการลงทุน ไม่ควรถือลงทุนเป็นสัดส่วนที่มากเกินไป
บทสรุปและข้อเสนอแนะสำหรับนักลงทุน
ปี 2569 เป็นปีที่น่าจับตาสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย และการเสนอขาย หุ้นกู้ ORI ถือเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาช่องทางการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งของ ORI และแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการ ผมขอแนะนำให้นักลงทุนที่สนใจ หุ้นกู้ ORI ดำเนินการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยพิจารณาจากหนังสือชี้ชวนของบริษัทฯ, อันดับเครดิต, ผลประกอบการย้อนหลัง, แผนธุรกิจในอนาคต, และปัจจัยมหภาคที่เกี่ยวข้อง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนหรือตัวแทนจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 10 แห่งที่กล่าวมา จะช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนที่เหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนของตนเองได้
อย่าพลาดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงท่ามกลางความผันผวนของตลาด เริ่มต้นการเดินทางสู่การลงทุนที่ชาญฉลาดของคุณวันนี้ โดยการศึกษาข้อมูลเชิงลึกและวางแผนการลงทุนของคุณให้พร้อมสำหรับปี 2569!
