อนาคตอสังหาริมทรัพย์ไทย: Origin Property ยื่นเสนอขายหุ้นกู้ 2 ชุด ดอกเบี้ยสูง 5.35% เจาะตลาดนักลงทุนยุคใหม่
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยมายาวนานกว่า 10 ปี ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและความเคลื่อนไหวของตลาดมานับไม่ถ้วน การตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัย การปล่อยเช่า หรือการลงทุนผ่านตราสารทางการเงิน ล้วนต้องการข้อมูลที่แม่นยำ การวิเคราะห์ที่เฉียบคม และความเข้าใจในแนวโน้มตลาดปัจจุบันและอนาคต หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้คือการระดมทุนของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและความเชื่อมั่นของนักลงทุน
เมื่อต้นปี 2569 ที่ผ่านมา (26 มกราคม 2569) ข่าวใหญ่ที่สร้างความสนใจในแวดวงการเงินและการลงทุน คือการที่ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเตรียมเสนอขาย หุ้นกู้ ORI ชุดใหม่ 2 ชุด ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าบริษัทฯ กำลังเดินหน้าขยายธุรกิจและต้องการเสริมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
การเสนอขายหุ้นกู้ ORI: โอกาสทองของนักลงทุน
สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาช่องทางการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนน่าสนใจ ควบคู่ไปกับความมั่นคง หุ้นกู้ ORI ชุดใหม่นี้ถือเป็นตัวเลือกที่น่าจับตาอย่างยิ่ง บริษัทฯ ได้เสนอขายหุ้นกู้ 2 ชุด โดยมีรายละเอียดดังนี้:
หุ้นกู้ชุดที่ 1: อายุ 1 ปี 3 เดือน จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.90% – 5.00% ต่อปี
หุ้นกู้ชุดที่ 2: อายุ 2 ปี 6 เดือน จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.25% – 5.35% ต่อปี
อัตราดอกเบี้ยที่เสนอมานี้ ถือว่าอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ในตลาดตราสารหนี้ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนที่มองหา ผลตอบแทนหุ้นกู้ ที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไป การลงทุนใน หุ้นกู้ ORI จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน และมองหา การลงทุนผลตอบแทนสูง
ความน่าเชื่อถือและการจัดอันดับเครดิต: รากฐานของความเชื่อมั่น
หนึ่งในหัวใจสำคัญของการลงทุนในตราสารหนี้ คือการประเมินความเสี่ยงและความน่าเชื่อถือของผู้ออกหุ้นกู้ ORI ไม่ได้เพิ่งเข้ามาในตลาด แต่เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่ดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนาน บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ BBB+ แนวโน้ม Negative และอันดับเครดิตตราสารหนี้ (หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน) ที่ระดับ BBB แนวโน้ม Negative ซึ่งเป็นระดับที่สะท้อนถึงความสามารถในการชำระหนี้ที่อยู่ในเกณฑ์ดี แม้ว่าแนวโน้มจะถูกจับตาเป็นพิเศษ แต่ก็ยังคงเป็นอันดับที่บ่งชี้ถึงความมั่นคงในระดับหนึ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น ORI ยังได้รับผลประเมิน หุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ในระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของประเทศไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง และเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่บริษัทฯ ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ นอกจากนี้ ยังติดอันดับ หุ้นยั่งยืน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ซ้อน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความแข็งแกร่งของบริษัทฯ ในด้านการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนในปัจจุบันให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ
ศักยภาพการเติบโตของ ORI: Backlog และโครงการใหม่
ความสำเร็จของการเสนอขายหุ้นกู้มักจะควบคู่ไปกับศักยภาพการเติบโตของบริษัทฯ ORI มีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนสำหรับปี 2569 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ โอนคอนโดฯ ใหม่ เพิ่มอีก 9 โครงการ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันรายได้และกำไรของบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่น่าประทับใจคือ ORI มี Backlog (ยอดขายที่รอการรับรู้รายได้) จากโครงการที่อยู่อาศัยมูลค่ากว่า 18,000 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของมูลค่าโครงการ ซึ่งหมายความว่าบริษัทฯ มีรายได้ที่แน่นอนรองรับแล้วในระดับสูง ส่งผลให้การเสนอขาย หุ้นกู้ ORI ครั้งนี้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้นในสายตาของนักลงทุน
การเสนอขายหุ้นกู้ ORI: ช่องทางการลงทุนที่เข้าถึงง่าย
บริษัทฯ ได้เตรียมการเสนอขาย หุ้นกู้ ORI ระหว่างวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำถึง 10 แห่ง ซึ่งครอบคลุมเครือข่ายที่กว้างขวาง ทำให้นักลงทุนจากทั่วประเทศสามารถเข้าถึงและ จองซื้อหุ้นกู้ ORI ได้อย่างสะดวกสบาย โดยมีช่องทางการจองซื้อผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ดังนี้:
บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท หลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด
เงื่อนไขการจองซื้อขั้นต่ำอยู่ที่ 100 หน่วย หรือ 100,000 บาท และสามารถทวีคูณครั้งละ 100 หน่วย หรือ 100,000 บาท โดยไม่จำกัดมูลค่าการจองซื้อของผู้จองซื้อแต่ละราย ซึ่งเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั้งรายย่อยและรายใหญ่สามารถเข้าร่วมลงทุนได้
แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยและบทบาทของหุ้นกู้
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 ยังคงมีปัจจัยขับเคลื่อนที่น่าสนใจ แม้จะมีความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจมหภาคและอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวน แต่ความต้องการที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในทำเลศักยภาพ ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง การเสนอขาย หุ้นกู้ ORI ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสภาพคล่องให้กับบริษัทฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงความมั่นใจของผู้บริหารต่อทิศทางธุรกิจในอนาคต
สำหรับนักลงทุนที่มองหา หุ้นกู้อสังหาริมทรัพย์ ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีและมีความมั่นคง การพิจารณา หุ้นกู้ ORI ถือเป็นการศึกษาทางเลือกที่สำคัญ ผมแนะนำให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลหนังสือชี้ชวนอย่างละเอียด ประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และพิจารณาถึงเป้าหมายการลงทุนของตนเองก่อนตัดสินใจ
ปัจจัยสำคัญในการพิจารณาลงทุนในหุ้นกู้ ORI
เมื่อพิจารณาถึงการลงทุนใน หุ้นกู้ ORI มีหลายมิติที่นักลงทุนควรสำรวจให้ลึกซึ้งกว่าเพียงแค่อัตราดอกเบี้ย:
ความมั่นคงทางการเงินของ ORI: นอกจากอันดับเครดิตแล้ว ควรพิจารณาจากงบการเงินย้อนหลัง ข้อมูลกระแสเงินสด และอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ เพื่อประเมินความแข็งแกร่งและสุขภาพทางการเงินของบริษัทฯ
กลยุทธ์การเติบโต: ORI มีแผนการขยายธุรกิจอย่างไร? การพัฒนาโครงการใหม่ๆ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดหรือไม่? การมี Backlog จำนวนมากเป็นตัวบ่งชี้ที่ดี แต่การรักษาอัตราการโอนและการขายอย่างต่อเนื่องก็สำคัญไม่แพ้กัน
ความยั่งยืน (ESG): การได้รับ AAA ใน SET ESG Ratings เป็นจุดแข็งที่สำคัญ แสดงให้เห็นว่า ORI ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงผลกำไร แต่ยังใส่ใจต่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญ และอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระยะยาว
สภาวะตลาดตราสารหนี้: อัตราดอกเบี้ยในภาพรวมมีแนวโน้มเป็นอย่างไร? การเสนอขายหุ้นกู้ในช่วงเวลาที่ดอกเบี้ยอาจจะเริ่มทรงตัวหรือปรับขึ้น มีผลต่อการแข่งขันของหุ้นกู้ ORI อย่างไร? การเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยกับหุ้นกู้ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ที่มีอันดับเครดิตใกล้เคียงกัน ก็เป็นสิ่งจำเป็น
ความเสี่ยงด้านตลาด: แม้ว่า ORI จะมี Backlog ที่แข็งแกร่ง แต่หากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและยอดขายโครงการในอนาคต
บทวิเคราะห์เชิงลึก: ทำไมหุ้นกู้ ORI จึงน่าสนใจในปี 2569?
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่าการเสนอขาย หุ้นกู้ ORI ในช่วงต้นปี 2569 นี้เป็นการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่น่าดึงดูด (สูงสุด 5.35%) บริษัทฯ กำลังดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนที่กำลังมองหา ผลตอบแทนพันธบัตร ที่แน่นอนและสูงกว่าเงินฝาก
การมี Backlog กว่า 70% เป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญอย่างยิ่ง แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการและการสร้างรายได้ที่ค่อนข้างแน่นอน การที่บริษัทฯ มีการโอนคอนโดมิเนียมใหม่ถึง 9 โครงการในปี 2569 ยิ่งตอกย้ำถึงศักยภาพในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่นักลงทุนระยะยาวพิจารณา
นอกจากนี้ การที่ ORI ได้รับการจัดอันดับ ESG ในระดับสูงสุดอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืน ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญในตลาดการเงินโลก และเป็นปัจจัยที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวให้กับนักลงทุนที่มีความรับผิดชอบ (Responsible Investors)
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทย: มุมมองจากผู้คร่ำหวอด
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างมาก จากการเน้นโครงการขนาดใหญ่ สู่การพัฒนาโครงการที่หลากหลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของคนรุ่นใหม่ การเติบโตของ ORI สะท้อนถึงความเข้าใจในตลาดนี้ การผสมผสานระหว่างการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ การบริหารจัดการการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ และการให้ความสำคัญกับความยั่งยืน
การเสนอขาย หุ้นกู้ ORI ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทยในอีกรูปแบบหนึ่ง นอกเหนือจากการซื้อขายโครงการโดยตรง เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่แน่นอนกว่าในระยะสั้น และสามารถคาดการณ์กระแสเงินสดที่ได้รับอย่างชัดเจน
สรุปและข้อคิดสำหรับนักลงทุน
ในภาพรวม หุ้นกู้ ORI ที่กำลังจะเสนอขายนี้ เป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหา ตราสารหนี้ ที่ให้ผลตอบแทนสูง มีความน่าเชื่อถือ และมีการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืน การมี Backlog จำนวนมาก การพัฒนาโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง และการได้รับการจัดอันดับ ESG ในระดับสูง ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุน
อย่างไรก็ตาม การลงทุนทุกประเภทย่อมมีความเสี่ยงเสมอ ผมขอแนะนำให้นักลงทุนทุกท่านทำการบ้านอย่างละเอียด ศึกษาหนังสือชี้ชวนของหุ้นกู้ ORI ให้เข้าใจถึงรายละเอียด เงื่อนไข และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เปรียบเทียบกับทางเลือกการลงทุนอื่น ๆ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินหากมีข้อสงสัย
การตัดสินใจลงทุนที่ดีที่สุด คือการลงทุนที่สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงิน ความสามารถในการรับความเสี่ยง และระยะเวลาการลงทุนของคุณ การทำความเข้าใจในศักยภาพของ ORI และตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจลงทุนใน หุ้นกู้ ORI ได้อย่างมั่นใจและประสบความสำเร็จ.

