ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้: ก้าวสู่ปี 2569 กับกลยุทธ์หุ้นกู้ที่น่าสนใจและศักยภาพการเติบโตในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มาเกือบหนึ่งทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของตลาดนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการแข่งขันที่สูงขึ้น ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย และความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ในปี 2569 นี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงเป็นสนามที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้พัฒนาโครงการอย่าง “ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” (ORI) ซึ่งได้ประกาศแผนการเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นของบริษัทฯ ในการขับเคลื่อนธุรกิจท่ามกลางสภาวะตลาด
การออกหุ้นกู้: กลยุทธ์ทางการเงินที่ชาญฉลาดของ ORI
การที่ ORI เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ 2 ชุดใหม่ ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นี้ ถือเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความพร้อมทางการเงินและวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ในการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการเติบโตในอนาคต โดยหุ้นกู้ทั้งสองชุดนี้มีลักษณะที่น่าสนใจและตอบโจทย์นักลงทุนหลากหลายกลุ่ม:
หุ้นกู้ชุดที่ 1: อายุ 1 ปี 3 เดือน ชูอัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง 4.90% – 5.00% ต่อปี
หุ้นกู้ชุดที่ 2: อายุ 2 ปี 6 เดือน พร้อมอัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง 5.25% – 5.35% ต่อปี
การเสนออัตราดอกเบี้ยที่แข่งขันได้นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในกลไกตลาดและการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นกู้มีความผันผวน การประกาศอัตราดอกเบี้ยที่ชัดเจนและมีช่วงให้เลือกระหว่างอายุที่ต่างกัน จะช่วยให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจลงทุนได้ตรงกับเป้าหมายทางการเงินของตนเอง
อันดับเครดิต: เครื่องการันตีความน่าเชื่อถือและความมั่นคง
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้อัตราดอกเบี้ย คือ อันดับเครดิต (Credit Rating) ที่ ORI ได้รับจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับประเทศอย่างทริสเรทติ้ง (TRIS Rating) การที่บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กร “BBB+” แนวโน้ม “Negative” และอันดับเครดิตตราสารหนี้ “BBB” แนวโน้ม “Negative” นั้น เป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งทางการเงิน ความสามารถในการบริหารจัดการหนี้สิน และศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ แม้ว่าแนวโน้ม “Negative” จะบ่งชี้ถึงปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบ แต่การคงอันดับเครดิตในระดับนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถของ ORI ในการรับมือกับความท้าทายเหล่านั้น
นอกจากนี้ การได้รับผลประเมิน หุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ “AAA” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และการอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยิ่งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ ORI ในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงและเป็นที่ต้องการของนักลงทุนยุคใหม่ทั่วโลก การให้ความสำคัญกับ ESG ไม่เพียงแต่สร้างภาพลักษณ์ที่ดี แต่ยังสะท้อนถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงในระยะยาวและความพร้อมในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลก
ศักยภาพการเติบโต: Backlog ที่แข็งแกร่งและการโอนโครงการใหม่
หัวใจสำคัญที่ทำให้นักลงทุนมั่นใจในการลงทุนในหุ้นกู้ของ ORI คือ Backlog หรือยอดขายรอการโอนของโครงการที่มีอยู่ ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 18,000 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของมูลค่าโครงการในปี 2569 นี้ การมี Backlog ที่แข็งแกร่งหมายถึงรายได้ที่ค่อนข้างแน่นอนสำหรับบริษัทฯ ในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากโครงการเหล่านี้ได้ถูกขายไปแล้วบางส่วนและจะทยอยรับรู้รายได้เมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์
นอกจากนี้ ORI ยังมีแผน โอนคอนโดมิเนียมใหม่เพิ่มอีก 9 โครงการ ในปี 2569 ซึ่งจะช่วยเพิ่มการรับรู้รายได้และเสริมสร้างการเติบโตของบริษัทฯ การบริหารจัดการโครงการให้สามารถโอนได้ตามแผน สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน การควบคุมคุณภาพ และการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้อย่างทันท่วงที
การกระจายตัวของนักลงทุน: การเข้าถึงที่สะดวกผ่าน 10 สถาบันการเงิน
เพื่อให้การลงทุนในหุ้นกู้ของ ORI เข้าถึงนักลงทุนได้สะดวกมากยิ่งขึ้น บริษัทฯ ได้แต่งตั้งสถาบันการเงินชั้นนำ 10 แห่ง เป็นผู้จัดจำหน่ายหุ้นกู้ การมีเครือข่ายที่กว้างขวางเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยอำนวยความสะดวกในการจองซื้อ แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความร่วมมืออันดีกับสถาบันการเงินชั้นนำในประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
นักลงทุนที่สนใจสามารถจองซื้อขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั้งรายย่อยและรายใหญ่สามารถเข้าถึงการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีคุณภาพได้
ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์และโอกาสสำหรับ ORI
ในภาพรวม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 คาดว่าจะยังคงได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก และการสนับสนุนจากภาครัฐ แม้จะมีความท้าทายในเรื่องของกำลังซื้อของผู้บริโภคบางกลุ่ม และต้นทุนการก่อสร้างที่อาจสูงขึ้น แต่ผู้พัฒนาโครงการที่มีศักยภาพ มีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และมีกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่รอบคอบ เช่น ORI ก็ยังมีโอกาสในการเติบโต
ORI ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายธุรกิจไปสู่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น ๆ นอกเหนือจากคอนโดมิเนียม เช่น บ้านจัดสรร และโครงการเชิงพาณิชย์ต่างๆ ซึ่งเป็นการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้
แนวโน้มการลงทุนในหุ้นกู้
สำหรับนักลงทุนที่มองหาการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้น แต่ให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ การลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทฯ ที่มีอันดับเครดิตดีและมีผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นกู้ของ ORI ที่มาพร้อมกับอัตราดอกเบี้ยที่น่าสนใจและ Backlog ที่แข็งแกร่ง
การพิจารณาลงทุนในหุ้นกู้ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้าน ได้แก่ อันดับเครดิตของผู้ออกตราสาร แนวโน้มธุรกิจของอุตสาหกรรมนั้นๆ อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับ ความมั่นคงทางการเงินของบริษัทผู้ออก และระยะเวลาการลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของตนเอง
บทสรุป: ORI คือตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนในปี 2569
ด้วยแผนการระดมทุนผ่านหุ้นกู้ที่น่าสนใจ อันดับเครดิตที่น่าเชื่อถือ ศักยภาพการเติบโตจาก Backlog ที่แข็งแกร่ง และการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืน ทำให้ ORI เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจับตามองในปี 2569 นี้ การลงทุนในหุ้นกู้ของ ORI จึงเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนที่มั่นคงและมีคุณภาพ ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย
หากท่านเป็นนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในการต่อยอดความมั่งคั่ง ด้วยสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงและมีศักยภาพในการเติบโต อย่าพลาดที่จะศึกษาข้อมูลและพิจารณาการลงทุนในหุ้นกู้ชุดใหม่ของ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ท่านได้เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยไปพร้อมกับ ORI.

