ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้: กลยุทธ์หุ้นกู้ปี 2569 สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย
ในภูมิทัศน์เศรษฐกิจที่ผันผวนและมีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำอย่าง ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) กำลังเดินหน้าตามแผนการเติบโตอย่างมั่นคง โดยได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเตรียมเสนอขาย หุ้นกู้ ORI ครั้งแรกในปี 2569 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพทางการเงิน และขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมายที่วางไว้ การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่มองการณ์ไกลในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน และแสวงหาโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจแก่นักลงทุน
การเสนอขายหุ้นกู้ ORI: โอกาสทองสำหรับนักลงทุน
ภายใต้แผนการดำเนินงานปี 2569 นี้ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เตรียมเสนอขายหุ้นกู้จำนวน 2 ชุด โดยมีอายุแตกต่างกัน ได้แก่ ชุดแรกอายุ 1 ปี 3 เดือน และชุดที่สองอายุ 2 ปี 6 เดือน การออกแบบอายุหุ้นกู้ที่หลากหลายนี้ เป็นการตอบสนองความต้องการและระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกันของนักลงทุนได้อย่างครอบคลุม โดยหุ้นกู้ชุดแรกจะเสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ในช่วง 4.90% – 5.00% ต่อปี ขณะที่ชุดที่สองจะให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นเล็กน้อยในช่วง 5.25% – 5.35% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเหล่านี้ถือว่ามีความน่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาจากสภาวะตลาดปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเครื่องมือการลงทุนที่มีความเสี่ยงใกล้เคียงกัน
การจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ยังเป็นการเพิ่มสภาพคล่องและกระแสเงินสดให้กับผู้ถือหุ้นกู้ ทำให้ได้รับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ การกำหนดช่วงอัตราดอกเบี้ย (Range) ยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้พิจารณาความเหมาะสมก่อนการตัดสินใจลงทุน และแสดงถึงความยืดหยุ่นของบริษัทในการปรับอัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดในช่วงเวลาการเสนอขายจริง
การกระจายช่องทางการจัดจำหน่าย: ความสะดวกสบายและการเข้าถึง
เพื่อให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงและจองซื้อ หุ้นกู้ ORI ได้อย่างสะดวกสบายและทั่วถึง บริษัทฯ ได้ผนึกกำลังกับสถาบันการเงินชั้นนำถึง 10 แห่ง เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ซึ่งครอบคลุมสถาบันการเงินที่หลากหลาย อาทิ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท หลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด
การมีสถาบันการเงินพันธมิตรจำนวนมากเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยขยายฐานนักลงทุนให้กว้างขวางขึ้น แต่ยังเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือและมาตรฐานของการเสนอขายหุ้นกู้ด้วย นักลงทุนสามารถเลือกช่องทางการจองซื้อที่สะดวกที่สุดสำหรับตนเอง โดยมีเงื่อนไขการจองซื้อขั้นต่ำที่ 100 หน่วย หรือ 100,000 บาท และสามารถทวีคูณครั้งละ 100 หน่วย หรือ 100,000 บาท โดยไม่จำกัดมูลค่าการจองซื้อสูงสุด ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนทุกระดับสามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้
การจัดอันดับเครดิต: เครื่องยืนยันความแข็งแกร่งและความมั่นคง
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนตัดสินใจลงทุนในตราสารหนี้ คืออันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสาร ในกรณีของ หุ้นกู้ ORI บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กร “BBB+” แนวโน้ม “Negative” และได้รับการจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้ (หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน) “BBB” แนวโน้ม “Negative” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569
แม้แนวโน้ม “Negative” อาจบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แต่ระดับการจัดอันดับ “BBB+” และ “BBB” ถือเป็นระดับที่บ่งชี้ถึงความสามารถในการชำระหนี้ในระดับปานกลางถึงดี มีความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และมีความมั่นคงทางการเงินที่แข็งแกร่งพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงปัจจัยพื้นฐานและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งมีแผนการพัฒนาโครงการที่ชัดเจน และมี Backlog รองรับรายได้ในอนาคต
ความยั่งยืน: รากฐานแห่งการเติบโตระยะยาว
นอกเหนือจากความแข็งแกร่งทางการเงินแล้ว ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้รับการประเมิน หุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ในระดับ “AAA” ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง การได้รับรางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และการกำกับดูแลกิจการ (Governance)
การอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวของออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ที่ไม่เพียงแต่จะมุ่งเน้นการสร้างผลกำไร แต่ยังคำนึงถึงการสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม และการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การลงทุนในบริษัทที่มีการบริหารจัดการด้าน ESG ที่ดี มักจะมีความเสี่ยงที่ต่ำกว่า และมีศักยภาพในการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่นักลงทุนมองหาในยุคปัจจุบัน
การขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์: Backlog และการโอนโครงการใหม่
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานและแผนการในอนาคตว่า ในปี 2568 บริษัทฯ มียอดขายบ้านและคอนโดมิเนียมรวมถึง 24,528 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันและความต้องการในผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ยังคงสูง
สำหรับปี 2569 บริษัทฯ มีแผนที่จะ โอนคอนโดมิเนียมใหม่ เพิ่มเติมอีก 9 โครงการ โดยมีมูลค่า Backlog (รายได้รอการรับรู้) สูงถึง 18,000 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด การมี Backlog จำนวนมากเช่นนี้ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สำคัญ แสดงให้เห็นถึงความแน่นอนของรายได้ในอนาคต และช่วยลดความผันผวนจากการดำเนินงาน บริษัทฯ ได้วางแผนการโอนโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถรับรู้รายได้ตามเป้าหมาย และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
การบริหารจัดการต้นทุนและผลกำไร: ความท้าทายและโอกาส
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการลงทุน การที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์สามารถระดมทุนผ่านการออก หุ้นกู้ดอกเบี้ย 4.90-5.35% ได้นั้น ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการกู้ยืมจากสถาบันการเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยอาจสูงกว่า การออกหุ้นกู้ยังเป็นการกระจายแหล่งเงินทุน และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนักลงทุนรายย่อย ซึ่งเป็นกลุ่มนักลงทุนที่มีศักยภาพในการเติบโต
สำหรับ ORI การรักษาอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในช่วงที่น่าสนใจนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเจรจาต่อรอง และความแข็งแกร่งของเครดิตของบริษัท นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ มี Backlog ที่สูง ช่วยให้สามารถคาดการณ์รายได้และกระแสเงินสดได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการบริหารจัดการต้นทุนโครงการ และสร้างผลกำไรให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยและบทบาทของ ORI
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 ยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังคงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อัตราดอกเบี้ยที่อาจมีการปรับขึ้น และความกังวลเกี่ยวกับกำลังซื้อของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในบางเซ็กเมนต์ เช่น ความต้องการที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนรุ่นใหม่ โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และการเติบโตของตลาดเช่า
ในบริบทนี้ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและสร้างโอกาส โดยการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และการบริหารจัดการทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ การออก หุ้นกู้ ORI ครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความพร้อมของบริษัทในการขยายธุรกิจ และรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย
คำแนะนำสำหรับนักลงทุน:
การลงทุนใน หุ้นกู้ ORI เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและมีความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ควรศึกษาข้อมูลของบริษัทอย่างละเอียด ทำความเข้าใจเงื่อนไขการเสนอขายหุ้นกู้ และประเมินระดับความเสี่ยงที่ตนเองสามารถรับได้ก่อนตัดสินใจลงทุน การมีส่วนร่วมในการลงทุนใน ORI ไม่เพียงแต่จะเป็นการแสวงหาผลตอบแทนทางการเงิน แต่ยังเป็นการสนับสนุนการเติบโตของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน
หากท่านเป็นนักลงทุนที่สนใจโอกาสในการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ หุ้นกู้ ORI ได้จากเอกสารชี้ชวน และติดต่อสถาบันการเงินที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 10 แห่ง เพื่อสอบถามรายละเอียดและทำการจองซื้อในช่วงเวลาที่กำหนด.

