การออกหุ้นกู้ของ Origin: โอกาสการลงทุนที่น่าจับตามองในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2569
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในแวดวงอสังหาริมทรัพย์และตลาดทุนมานานกว่าทศวรรษ ข้าพเจ้าได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในปี 2569 นี้ มีหนึ่งข่าวสารที่น่าจะเป็นที่สนใจของนักลงทุนจำนวนมาก นั่นคือ การประกาศแผนการออกและเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ซึ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย
ภาพรวมของ ORI: ความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างยั่งยืน
Origin Property หรือ ORI ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ด้วยความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการที่หลากหลาย ตั้งแต่คอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ไปจนถึงโครงการเชิงพาณิชย์ ตลอดจนการขยายธุรกิจไปสู่ภาคส่วนอื่นๆ เช่น โรงแรม และธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ ความสำเร็จของ ORI ไม่ได้มาจากเพียงแค่การสร้างสรรค์โครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ และการให้ความสำคัญกับหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน
การที่บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กร “BBB+” แนวโน้ม “Negative” และอันดับเครดิตตราสารหนี้ “BBB” แนวโน้ม “Negative” จากทริสเรทติ้ง เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 สะท้อนให้เห็นถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและการดำเนินงานที่เป็นระบบ อย่างไรก็ตาม การประเมินแนวโน้ม “Negative” ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตในอนาคต ซึ่งนักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด
สิ่งที่น่าประทับใจเป็นพิเศษคือ การที่ ORI ได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ในระดับ “AAA” ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของประเทศไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง และต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว การได้รับเกียรตินี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ซึ่งเป็นแนวโน้มสำคัญของตลาดทุนทั่วโลกในปัจจุบัน และถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญในการตัดสินใจลงทุนสำหรับนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน
รายละเอียดการเสนอขายหุ้นกู้ ORI: โอกาสสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจ
สำหรับแผนการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 ของ ORI ที่มีกำหนดในช่วงวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและแสวงหาผลตอบแทนที่น่าพอใจ จากข้อมูลที่ปรากฏ บริษัทฯ จะเสนอขายหุ้นกู้จำนวน 2 ชุด ประกอบด้วย:
หุ้นกู้ชุดที่ 1: อายุ 1 ปี 3 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง 4.90% – 5.00% ต่อปี
หุ้นกู้ชุดที่ 2: อายุ 2 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง 5.25% – 5.35% ต่อปี
อัตราดอกเบี้ยที่ประกาศออกมานี้ถือว่ามีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับสภาวะตลาดปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นกู้ที่มีอายุยาวกว่า มักจะเสนออัตราผลตอบแทนที่สูงกว่า ซึ่งสอดคล้องกับหลักการพื้นฐานของการลงทุน การจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้นักลงทุนได้รับกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ
การที่หุ้นกู้เหล่านี้เป็น “หุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้” หมายความว่า ในกรณีที่บริษัทฯ ประสบปัญหาทางการเงินหรือล้มละลาย ผู้ถือหุ้นกู้ชุดนี้จะมีสิทธิในการได้รับชำระหนี้ก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ แต่จะด้อยกว่าผู้ถือหุ้นกู้ที่มีหลักประกัน การที่ไม่มีหลักประกันทำให้ความเสี่ยงสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับหุ้นกู้มีหลักประกัน แต่ก็แลกมาด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
ปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในหุ้นกู้ ORI
นอกเหนือจากอัตราดอกเบี้ยที่น่าสนใจแล้ว ยังมีปัจจัยสำคัญอื่นๆ ที่สนับสนุนการตัดสินใจลงทุนในหุ้นกู้ ORI:
Backlog ที่แข็งแกร่ง: ORI รายงานว่ามี Backlog (มูลค่าโครงการที่ขายไปแล้วแต่ยังไม่ได้โอน) กว่า 18,000 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของมูลค่าโครงการ ซึ่งหมายความว่าบริษัทฯ มีรายได้ที่ค่อนข้างแน่นอนรองรับในอนาคตอันใกล้ การมี Backlog สูงเป็นสัญญาณที่ดีของความสามารถในการสร้างรายได้และกระแสเงินสด ซึ่งส่งผลดีต่อการชำระหนี้
การโอนคอนโดมิเนียมใหม่: ในปี 2569 นี้ ORI มีแผนจะโอนคอนโดมิเนียมใหม่เพิ่มอีก 9 โครงการ การโอนโครงการเหล่านี้จะสร้างรายได้และกระแสเงินสดเพิ่มเติมให้กับบริษัทฯ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการบริหารสภาพคล่องและการชำระคืนภาระหนี้สิน
ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ: ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ORI ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการ การตลาด และการขายที่แข็งแกร่ง การบริหารทีมงานที่มีคุณภาพ และความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม
การกระจายการลงทุน: การเสนอขายผ่านสถาบันการเงิน 10 แห่งทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ ORI ในการเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงการลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทฯ ได้อย่างกว้างขวาง โดยนักลงทุนสามารถติดต่อผ่านช่องทางต่างๆ ที่ระบุไว้ เช่น บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำอื่นๆ อีกมากมาย
แนวโน้มเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2569
การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ย่อมมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับภาพรวมเศรษฐกิจ ในปี 2569 นี้ มีหลายปัจจัยที่น่าจับตามอง:
อัตราดอกเบี้ย: สภาพคล่องในระบบและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงความน่าสนใจของตราสารหนี้ประเภทต่างๆ
กำลังซื้อของผู้บริโภค: การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการจ้างงาน จะส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการซื้อที่อยู่อาศัย
นโยบายภาครัฐ: มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับภาคอสังหาริมทรัพย์ เช่น การผ่อนคลายมาตรการ LTV (Loan-to-Value) หรือมาตรการสนับสนุนการซื้อบ้านหลังแรก อาจมีผลต่อตลาด
ความผันผวนของตลาดทุน: แม้ว่า ORI จะได้รับการจัดอันดับที่ดี แต่ตลาดหุ้นโดยรวมยังคงมีความผันผวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตราสารหนี้ อย่างไรก็ตาม การมี Backlog ที่ชัดเจนช่วยลดความเสี่ยงส่วนนี้ได้
การประเมินความเสี่ยงและข้อควรพิจารณาสำหรับนักลงทุน
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ข้าพเจ้าขอเน้นย้ำว่าทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง แม้ว่า ORI จะมีปัจจัยบวกหลายประการ แต่นักลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน:
ความเสี่ยงด้านเครดิต: แม้จะได้รับการจัดอันดับเครดิต “BBB” แต่แนวโน้ม “Negative” จากทริสเรทติ้ง ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่อันดับเครดิตอาจถูกปรับลดลง หากบริษัทฯ ไม่สามารถบริหารจัดการหนี้สินหรือสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดของบริษัทฯ การชำระหนี้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ก็อาจได้รับผลกระทบ
ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย: หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจทำให้อัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้ ORI ที่ตรึงไว้มีความน่าสนใจน้อยลงเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ที่ออกใหม่
ความเสี่ยงด้านอสังหาริมทรัพย์: ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การแข่งขันที่สูงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ หรือการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ อาจส่งผลต่อยอดขายและรายได้ของบริษัทฯ
คำแนะนำสำหรับนักลงทุน
สำหรับนักลงทุนที่สนใจหุ้นกู้ ORI ข้าพเจ้าขอแนะนำให้ดำเนินการดังนี้:
ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด: อ่านหนังสือชี้ชวน (ไฟลิ่ง) และเอกสารประกอบอื่นๆ อย่างรอบคอบ ทำความเข้าใจเงื่อนไข อัตราดอกเบี้ย สิทธิประโยชน์ และความเสี่ยงต่างๆ
ประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้: พิจารณาว่าระดับความเสี่ยงของหุ้นกู้ “BBB” เหมาะสมกับพอร์ตการลงทุนและระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้หรือไม่
เปรียบเทียบทางเลือก: เปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงของหุ้นกู้ ORI กับตราสารหนี้อื่นๆ หรือการลงทุนประเภทอื่นในตลาด
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินที่มีใบอนุญาต เพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของคุณ
พิจารณาวัตถุประสงค์การลงทุน: หุ้นกู้ ORI อาจเหมาะสมสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยง ต้องการกระแสเงินสดจากดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ และมีความเข้าใจในความเสี่ยงของตราสารหนี้
สรุป
การเสนอขายหุ้นกู้ของ Origin Property ในปี 2569 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ด้วยปัจจัยสนับสนุนจาก Backlog ที่แข็งแกร่ง การดำเนินงานที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และอัตราดอกเบี้ยที่น่าดึงดูด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน ประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และพิจารณาทางเลือกการลงทุนอื่นๆ ก่อนตัดสินใจ
ในฐานะนักลงทุนที่มองหาโอกาสในการเติบโตอย่างมั่นคง การทำความเข้าใจในภาพรวมของบริษัทฯ ตลาดอุตสาหกรรม และปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค จะเป็นกุญแจสำคัญสู่การตัดสินใจลงทุนที่ชาญฉลาดและประสบความสำเร็จ
หากท่านพร้อมที่จะสำรวจโอกาสการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพ หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารพอร์ตการลงทุนของท่าน ติดต่อทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราวันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาที่ตรงจุดและเป็นประโยชน์สูงสุด.

