• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2701055 อผ กได ไอโฟน(ละครส น) หน งส นด BSC part2

admin79 by admin79
January 28, 2026
in Uncategorized
0
D2701055 อผ กได ไอโฟน(ละครส น) หน งส นด BSC part2

วิศวกรโครงสร้าง ชี้สาเหตุเครนถล่ม: ไม่ใช่โชคร้าย แต่คือ “ความบกพร่องเชิงวิศวกรรม”

ในฐานะวิศวกรโครงสร้างที่มีประสบการณ์กว่าทศวรรษ ผมได้เห็นความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมการก่อสร้างในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกัน เหตุการณ์ความสูญเสียจากอุบัติเหตุในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์เครนถล่มที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยังคงเป็นประเด็นที่สร้างความวิตกกังวลและสูญเสียอย่างมหาศาล ไม่เพียงแต่ทรัพย์สิน แต่รวมถึงชีวิตของผู้คน เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของโชคร้ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากแต่เป็นสัญญาณเตือนถึง “ความบกพร่องเชิงวิศวกรรม” ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

บทสัมภาษณ์ของ “ประชาชาติธุรกิจ” กับ ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ได้สะท้อนภาพปัญหาที่ซับซ้อนและเสนอแนะแนวทางแก้ไขที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ในมุมมองของผม ซึ่งคลุกคลีอยู่ในวงการ รับเหมาโครงสร้าง และ วิศวกรรมโยธา มานาน ผมขอขยายความและเติมเต็มมุมมองจากประสบการณ์จริง เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

“ความบกพร่อง” ไม่ใช่ “อุบัติเหตุสุดวิสัย” ในโลกวิศวกรรม

ประเด็นสำคัญที่ ศ.ดร.อมร ได้เน้นย้ำ คือการแยกแยะระหว่าง “โชคชะตา” และ “ความจริงทางวิศวกรรม” เหตุการณ์เครนถล่มที่เกิดขึ้นในพื้นที่ซึ่งไม่มีปัจจัยทางธรรมชาติที่รุนแรง เช่น พายุ แผ่นดินไหว หรือฝนตกหนัก แสดงให้เห็นว่าสาเหตุไม่ได้มาจากสภาพอากาศ แต่เกิดจากปัจจัยภายในกระบวนการก่อสร้างเอง

ในวงการ วิศวกรรมโครงสร้าง คำว่า “อุบัติเหตุ” มีนิยามที่จำกัด ซึ่งหมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้จะมีการปฏิบัติตามมาตรฐานสูงสุด มีการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้วก็ตาม แต่ยังมีปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุมและคาดการณ์ได้ แต่กรณีเครนถล่มที่เกิดขึ้นนั้น เข้าข่าย “ความบกพร่อง” อย่างชัดเจน

จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค เหตุการณ์แรกที่ “ขารองรับเครน” หลุดร่วงลงมานั้น ในทางวิศวกรรมไม่ควรจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ สิ่งนี้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่จุดยึด (Anchoring) ว่ามีความแข็งแรงตามที่ออกแบบไว้หรือไม่ หรือมีการละเลยขั้นตอนสำคัญไป

ส่วนเหตุการณ์ที่สอง ซึ่งเกิดบนถนนพระราม 2 หลักฐานปรากฏชัดเจนว่า “ขารองรับเครน” เกิดการทรุดตัวอันเนื่องมาจากฐานรากที่วางผิดตำแหน่ง ไม่สามารถรองรับน้ำหนักที่กระทำได้ โครงสร้างจึงรับไม่ไหวและเกิดการยุบตัวตามมา ส่งผลให้เครนหักโค่น การวิเคราะห์จากวิศวกรหลายท่านและสมาคมฯ ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ความบกพร่องในขั้นตอนการก่อสร้างเป็นสาเหตุหลัก มากกว่าจะเป็นอุบัติเหตุ

โครงการยักษ์ใหญ่: เขตอันตรายที่รัฐต้องใส่ใจ

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ความถี่ของอุบัติเหตุเหล่านี้ที่มักเกิดขึ้นกับ “โครงการก่อสร้างภาครัฐขนาดใหญ่” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง “วิกฤตเชิงนโยบาย” ที่หน่วยงานภาครัฐไม่ควรมองข้าม หากเกิดความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจพิจารณาว่าเป็นความผิดพลาดเฉพาะจุด แต่เมื่อพิจารณาถึงอุบัติเหตุครั้งใหญ่หลายครั้งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่นาน เช่น อาคาร สตง. ถล่ม, ถนนทรุดจากการก่อสร้างรถไฟฟ้า, เครนถล่มจากการสร้างรถไฟไฮสปีดที่สีคิ้ว, และเครนถล่มขณะก่อสร้างทางด่วนคร่อมถนนพระราม 2 ทุกเหตุการณ์ล้วนมีจุดร่วมที่น่าตกใจ คือเป็นโครงการของภาครัฐทั้งสิ้น

นี่คือ “สัญญาณเตือน” ถึงมาตรฐานความปลอดภัยในโครงการขนาดใหญ่ที่ควรจะเป็นไปตามมาตรฐานสากล กำลังเผชิญกับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และยิ่งไปกว่านั้นคือความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน

3 ปัจจัยเสี่ยง “สามเหลี่ยมแห่งหายนะ” ในไซต์งาน

ศ.ดร.อมร ได้จำแนกสาเหตุที่ทำให้มาตรฐานวิศวกรรมในประเทศไทยหย่อนยานอย่างน่าเป็นห่วง ออกเป็น 3 ปัจจัยหลัก ที่เปรียบเสมือน “สามเหลี่ยมแห่งหายนะ” ที่ส่งผลต่อความปลอดภัยในไซต์งาน

ปัจจัยด้านบุคลากร: ตั้งแต่ระดับวิศวกรผู้ออกแบบ, ผู้ควบคุมงาน, ไปจนถึงผู้ปฏิบัติงานหน้างาน เช่น คนขับเครน, แรงงาน, และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ เครนประเภท Launcher หรือเครนยกวัสดุขนาดใหญ่ มีความซับซ้อนในการทำงานสูง ต้องอาศัยความเข้าใจในหลักสถิตยศาสตร์และพลศาสตร์อย่างถ่องแท้ ไม่ใช่เพียงการทำงานตามความเคยชิน แต่สิ่งที่พบเห็นได้บ่อยครั้งคือ บุคลากรที่ปฏิบัติงานขาดความรู้ความเข้าใจที่เพียงพอ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่อันตรายอย่างยิ่ง

ปัจจัยด้านวัสดุและอุปกรณ์: ส่วนประกอบสำคัญ เช่น สลิง, รอก, นอตยึด คือหัวใจสำคัญของความปลอดภัย แต่ในบางครั้งกลับพบเห็นการใช้อุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพ หรือมีการนำเครื่องจักรเก่ามาใช้งานซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ขาดความมั่นใจในมาตรฐาน ตัวอย่างเช่น นอตที่มีเกลียวเสียหาย หรือคดงอก็ยังคงถูกนำมาใช้งาน ซึ่งเป็นการละเลยความปลอดภัยอย่างร้ายแรง

ปัจจัยด้านเครื่องจักร: ปัญหาที่น่าจับตามองคือ “เครื่องจักรมือสอง” ที่อาจขาดมาตรฐานสากล เครน Launcher จำนวนมากที่ใช้ในประเทศไทยนำเข้าจากต่างประเทศ และเมื่อหมดอายุการใช้งานในโครงการหนึ่ง ก็มักถูกขายต่อและนำมาดัดแปลงต่อเติม โดยขาดการคำนวณออกแบบใหม่ ซึ่งประเทศไทยยังขาดระบบการขึ้นทะเบียนและตรวจสอบเครื่องจักรกลหนักอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ยากต่อการควบคุมมาตรฐาน

หน่วยงานภาครัฐในฐานะเจ้าของโครงการ จำเป็นต้องมีบทบาทในการตรวจสอบและกำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น

ช่องโหว่ในกฎหมายและการบริหารสัญญา: การรับเหมาช่วงที่ไร้การควบคุม

ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่การขาดกฎหมายเสียทีเดียว แต่อยู่ที่ “การบังคับใช้” ที่ยังคงหย่อนยาน เช่น กฎหมายกำหนดให้มีวิศวกรควบคุมงาน แต่ในความเป็นจริง การปรากฏตัวของวิศวกรในไซต์งานนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ และวิศวกรคนนั้นมีความเชี่ยวชาญในเครื่องจักรกลหนักประเภทเครน Launcher หรือไม่

สิ่งที่กฎหมายยังคงมีช่องโหว่ คือการขึ้นทะเบียนเครน และการควบคุม “การรับเหมาช่วง” (Subcontracting) บริษัทผู้รับเหมาหลักที่ประมูลงานได้มักจะกระจายงานต่อให้ผู้รับเหมารายย่อย ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาหากผู้รับเหมาช่วงเหล่านั้นยังคงยึดมั่นในมาตรฐานวิชาชีพและให้ความสำคัญกับความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบไซต์งานก่อสร้างเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ในฐานะ “วิชาชีพที่มีใบอนุญาต” ลายเซ็นของวิศวกรบนเอกสารรับรองความถูกต้องของแบบ คือสิ่งที่สังคมคาดหวัง แต่ภาคปฏิบัติกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

บทลงโทษต้องหนักแน่น: “ลงดาบ” ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง การยกระดับ “มาตรฐานผู้ปฏิบัติงานเครน” ให้เทียบเท่าวิศวกร เป็นสิ่งจำเป็น โดยใช้หลักการ “4 ผู้” ที่ต้องผ่านการรับรองอย่างเข้มงวด ได้แก่ ผู้ให้สัญญาณเครน, ผู้ยึดเกาะวัสดุ, ผู้บังคับรถเครน, และผู้ควบคุมเครน

ในทางปฏิบัติ มักพบว่ามีการใช้แรงงานที่ขาดทักษะมาปฏิบัติหน้าที่แทน คำถามคือหน่วยงานเจ้าของโครงการได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนหรือไม่

บทลงโทษสำหรับความบกพร่องรุนแรง ควรจะต้องมีความหนักหน่วง เพื่อให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ การจัดทำ “บัญชีดำ” (Blacklist) ที่เข้มข้น ยังไม่ปรากฏอย่างชัดเจน การจัดชั้นผู้รับเหมาหรือการตัดแต้มเป็นเพียงมาตรการเบื้องต้นเท่านั้น แม้จะมีกฎกระทรวงออกมาเมื่อไม่นานมานี้ (13 มกราคม 2569) แต่ก็ถือว่าล่าช้า

หากไม่มีการบังคับใช้ที่จริงจัง บริษัทที่ประสบปัญหาอาจใช้วิธีปิดบริษัท เปลี่ยนชื่อ แล้วกลับมาประมูลงานใหม่ ทำให้ปัญหาเดิมยังคงอยู่ รัฐบาลต้องเข้ามาจัดการปัญหานี้อย่างจริงจัง

ความกังวลต่อ “นอมินีทุนต่างชาติ” ในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน

อีกหนึ่งประเด็นที่ผมในฐานะวิศวกรโครงสร้างมีความกังวลเป็นอย่างยิ่ง คือการเข้ามาของ “ทุนต่างชาติ” ที่แฝงตัวมาในรูปแบบ “นอมินี” เพื่อเข้าประมูลงาน “โครงสร้างพื้นฐาน” ในประเทศไทย โดยใช้กลยุทธ์การร่วมทุน (Joint Venture) กับผู้รับเหมาไทย และให้บริษัทไทยเป็นผู้ดำเนินการหลัก

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ การเสนอ “ราคาประมูลที่ต่ำกว่าจริง” เพื่อแย่งชิงงาน ทำให้ผู้รับเหมาไทยบางส่วนยอมรับ เพื่อให้ได้ส่วนแบ่งกำไรโดยไม่ต้องลงแรงมากนัก

ความเสียหายที่ตามมาคือ “ความปลอดภัย” และ “มาตรฐานงาน” ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของงานก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับ “ต้นทุน” ที่ถูกกดให้ต่ำที่สุด

ข้อเสนอ “กระดุม 3 เม็ด” สู่การแก้ไขอย่างยั่งยืน

หากรัฐบาลต้องการยุติฝันร้ายบนถนนพระราม 2 และไซต์งานก่อสร้างทั่วประเทศ สมาคมฯ ได้เสนอ “กระดุม 3 เม็ด” ที่เป็นแนวทางแก้ไขเร่งด่วน ดังนี้

การค้นหาความจริงโดยคนกลาง: จัดตั้ง “คณะกรรมการที่เป็นกลาง” อย่างแท้จริง เพื่อทำการตรวจสอบและหาสาเหตุเชิงลึกทางวิศวกรรม หากจุดเริ่มต้นของปัญหาบิดเบี้ยว การแก้ไขปัญหาก็จะไม่สัมฤทธิ์ผล

บทลงโทษที่เด็ดขาด: “เชือดไก่ให้ลิงดู” บริษัทที่กระทำผิดซ้ำซาก ควรถูกพักใบอนุญาต หรือตัดสิทธิในการเข้าร่วมประมูลงานอย่างถาวร

การปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย: รัฐต้องเท่าทัน “เทคนิคการลดต้นทุน” ของผู้รับเหมา โดยออก “กฎกระทรวง” ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน กระทรวงคมนาคมสามารถดำเนินการได้ภายใน 6 เดือน หากมีความตั้งใจจริง ในการบังคับใช้การขึ้นทะเบียนเครื่องจักรและการควบคุมการรับเหมาช่วงให้มีประสิทธิภาพ

อย่าให้ขั้นตอนทางราชการกลายเป็น “อุปสรรค” หรือ “ข้ออ้าง” ในการแก้ไขปัญหาอีกต่อไป

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการ รับสร้างบ้าน และ ผู้รับเหมาต่อเติมบ้าน ผมขอย้ำว่า การให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัย” และ “คุณภาพ” คือหัวใจสำคัญของการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นโครงการขนาดเล็กหรือใหญ่ การลงทุนใน วัสดุก่อสร้าง ที่มีคุณภาพ และการเลือก ผู้รับเหมาที่ได้มาตรฐาน คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อความปลอดภัยในระยะยาว

หากท่านกำลังวางแผน โครงการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว หรือ อาคารพาณิชย์ การปรึกษา วิศวกรที่ปรึกษา และเลือก บริษัทรับเหมาก่อสร้าง ที่น่าเชื่อถือ คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด อย่ามองข้ามความสำคัญของการตรวจสอบ โครงสร้างอาคาร และการทำงานตาม มาตรฐานวิศวกรรม เพื่อหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมที่อาจเกิดขึ้นได้

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการก่อสร้าง หรือกำลังมองหา บริการให้คำปรึกษาด้านการก่อสร้าง ที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพของโครงการของคุณ เราพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์อนาคตที่ปลอดภัยและยั่งยืนยิ่งขึ้นสำหรับวงการก่อสร้างไทย โปรดติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาเฉพาะทางและโซลูชันที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ.

Previous Post

D2701054 นข นมาภรรยาเป นคนแก (ละครส น) หน งส นด BS part2

Next Post

D2701056 สาม เช อคนในบ านมากกว าเม ย(ละครส น) หน งส นด part2

Next Post
D2701056 สาม เช อคนในบ านมากกว าเม ย(ละครส น) หน งส นด part2

D2701056 สาม เช อคนในบ านมากกว าเม ย(ละครส น) หน งส นด part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.