• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2701132 เส ยมล กให เกล ยดพ สนองต ณหาต วเอง(ละครส น) หน part2

admin79 by admin79
January 27, 2026
in Uncategorized
0
D2701132 เส ยมล กให เกล ยดพ สนองต ณหาต วเอง(ละครส น) หน part2

การจัดการความเสี่ยงในงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน: บทวิเคราะห์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ

คำหลักหลัก: วิศวกรรมโครงสร้าง, ความปลอดภัยในการก่อสร้าง, โครงการก่อสร้างสาธารณูปโภค

คำสำคัญรอง (LSI Keywords): การควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง, มาตรฐานความปลอดภัย, วิศวกรที่ปรึกษา, การตรวจสอบงานก่อสร้าง, ความรับผิดชอบผู้รับเหมา, การบริหารโครงการก่อสร้าง, เทคโนโลยีการก่อสร้าง, กฎหมายก่อสร้าง, การประเมินความเสี่ยง, สมาคมวิศวกร, การออกแบบโครงสร้าง

คำสำคัญที่มี CPC สูง: การจัดการความปลอดภัยโครงการก่อสร้าง, การตรวจสอบเครนก่อสร้าง, การบริหารความเสี่ยงในงานวิศวกรรม, การให้คำปรึกษาด้านวิศวกรรมโครงสร้าง, การละเลยมาตรฐานความปลอดภัย, ผลกระทบอุบัติเหตุก่อสร้าง, วิศวกรรมโยธา

การจัดการความเสี่ยงในงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน: บทวิเคราะห์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ

ในฐานะวิศวกรโครงสร้างที่คร่ำหวอดในวงการมานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นพัฒนาการและอุปสรรคของอุตสาหกรรมการก่อสร้างของไทยมาโดยตลอด เหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ เช่น การถล่มของเครน เป็นสิ่งที่สร้างความเจ็บปวดให้กับสังคมและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างแสนสาหัส ไม่ใช่เพียงการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวเชิงระบบที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

บ่อยครั้งที่เราได้ยินคำอธิบายเหตุการณ์ลักษณะนี้ว่า “เป็นอุบัติเหตุ” หรือ “ความซวย” แต่ในมุมมองของ วิศวกรรมโครงสร้าง ที่ยึดหลักการทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นพื้นฐาน “ความบกพร่อง” หรือ “ความผิดพลาด” คือคำที่เหมาะสมกว่าในการอธิบายเหตุการณ์เหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำๆ ในโครงการที่มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับงบประมาณมหาศาลของประเทศ

ความจริงเบื้องหลัง “อุบัติเหตุ” ในงานก่อสร้าง

เมื่อพิจารณาถึงเหตุการณ์เครนถล่มที่เกิดขึ้นล่าสุด เราต้องแยกแยะระหว่างปัจจัยธรรมชาติและปัจจัยที่เกิดจากมนุษย์ ในจุดเกิดเหตุที่ไม่มีสภาวะอากาศแปรปรวนอย่างพายุ ฝนฟ้าคะนอง หรือแผ่นดินไหว ย่อมไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้โครงสร้างไม่สามารถรับน้ำหนักได้

หากพิจารณาในทาง วิศวกรรมโครงสร้าง เหตุการณ์เครนถล่มทั้งสองครั้งนั้น แสดงให้เห็นถึงความผิดพลาดที่ชัดเจน ในกรณีแรก การที่ “ขารองรับเครน” หลุดออกจากจุดยึด (Anchoring) บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่การคำนวณความแข็งแรงของจุดยึดอาจไม่เป็นไปตามแบบ หรือมีการละเลยขั้นตอนการติดตั้งที่สำคัญ ในทางกลับกัน เคสที่สองที่เกิดขึ้นบนถนนพระราม 2 ซึ่งขารองรับเครนเกิดการทรุดตัว เนื่องจากฐานรากถูกวางบนตำแหน่งที่ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ แสดงถึงความผิดพลาดอย่างร้ายแรงในขั้นตอนการวางแผนและการก่อสร้างฐานราก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพของโครงสร้างทั้งหมด

จากหลักฐานและมุมมองของผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากในวงการ วิศวกรรม สมาคมฯ เห็นพ้องต้องกันว่า สาเหตุของเหตุการณ์เหล่านี้มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดจาก “ความบกพร่องในขั้นตอนการก่อสร้าง” มากกว่าจะเป็น “อุบัติเหตุสุดวิสัย”

โครงการขนาดใหญ่: เขตอันตรายที่ต้องได้รับการใส่ใจเป็นพิเศษ

สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซากในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐ ซึ่งสะท้อนถึง “วิกฤตเชิงนโยบาย” ที่ผู้บริหารระดับสูงไม่ควรมองข้าม การเกิดเหตุการณ์ผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจสามารถมองว่าเป็นความผิดพลาดเฉพาะจุด แต่เมื่อเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายครั้งในช่วงเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม, ถนนยุบจากการก่อสร้างรถไฟฟ้า, เครนถล่มจากการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง, และเหตุการณ์ล่าสุดบนถนนพระราม 2 ทั้งหมดล้วนมีจุดร่วมกันคือ เป็นโครงการของภาครัฐที่ดำเนินการในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

ปรากฏการณ์นี้เป็น “สัญญาณเตือน” ที่บ่งบอกถึงมาตรฐาน ความปลอดภัยในการก่อสร้าง และคุณภาพงานในโครงการใหญ่ๆ ของประเทศไทยที่อาจไม่เป็นไปตาม มาตรฐานสากล

สามปัจจัยหลักที่บ่อนทำลายมาตรฐานวิศวกรรม

จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญ ผมได้จำแนกสาเหตุที่ทำให้มาตรฐาน วิศวกรรม ในประเทศไทยอ่อนแอลงในระดับวิกฤต ออกเป็น 3 ปัจจัยหลักที่เปรียบเสมือน “สามเหลี่ยมแห่งหายนะ” ดังนี้:

ปัจจัยด้านบุคลากร: ปัญหานี้เริ่มตั้งแต่ระดับบริหารจัดการโครงการไปจนถึงแรงงานระดับปฏิบัติการ เครนบางประเภท เช่น เครน Launcher ไม่ใช่เครื่องจักรที่ทำงานในที่ราบเรียบ แต่เป็นเครื่องจักรที่เคลื่อนที่และทำงานในที่สูง มีความซับซ้อนของสมดุลน้ำหนักสูง การควบคุมเครนประเภทนี้จึงต้องการ “ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง” อย่างแท้จริง แต่สิ่งที่พบเห็นบ่อยครั้งคือ บุคลากรที่ปฏิบัติงานขาดความรู้ความเข้าใจที่เพียงพอในหลักสถิตยศาสตร์และพลศาสตร์ ทำให้ทำงานไปตามความเคยชิน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

ปัจจัยด้านวัสดุและอุปกรณ์: สลิง, รอก, สลักเกลียว หรือนอตยึด คือหัวใจสำคัญของ ความปลอดภัยในการก่อสร้าง จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่ามีการนำเครื่องจักรเก่ามาใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำให้ขาดความมั่นใจในมาตรฐาน วัสดุบางชิ้นมีสภาพเสื่อมโทรม เช่น เกลียวหวาน หรือมีการบิดงอ แต่ยังคงถูกนำมาใช้งาน ซึ่งเป็นการละเลย การประเมินความเสี่ยง อย่างร้ายแรง

ปัจจัยด้านเครื่องจักร: เครื่องจักรมือสองที่ขาด มาตรฐานสากล เป็น “ระเบิดเวลา” ที่สังคมอาจไม่ทราบถึง เครนจำนวนมากที่ใช้ในประเทศไทยเป็นเครื่องจักรที่ซื้อจากต่างประเทศเมื่อโครงการหนึ่งเสร็จสิ้น ก็จะมีการขายต่อและนำมาดัดแปลง โดยไม่มีการคำนวณออกแบบใหม่ เรายังขาดระบบการขึ้นทะเบียนเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างที่ชัดเจน หน่วยงานรัฐในฐานะเจ้าของโครงการจึงมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบอย่างเข้มงวด

ช่องโหว่ทางกฎหมายและการรับเหมาช่วง: ปัญหาเชิงโครงสร้าง

ปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตัวกฎหมาย แต่อยู่ที่ “การบังคับใช้” ที่หย่อนยาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการตรวจสอบ การที่กฎหมายกำหนดให้มี วิศวกรควบคุมงาน แต่ในทางปฏิบัติพบว่ามี วิศวกร ที่มีความรู้ความเข้าใจใน เครนก่อสร้าง จริงๆ หรือไม่ ก็เป็นอีกประเด็นที่น่ากังวล

กฎหมายที่ยังขาดความชัดเจนคือ การขึ้นทะเบียนเครนและการควบคุมการ รับเหมาช่วง (Subcontracting) ปัจจุบัน บริษัทที่ประมูลงานใหญ่ได้ มักจะจ้างช่วงต่อให้กับผู้รับเหมาหลายราย กระจายงานกันไป ซึ่งไม่เป็นปัญหาหากผู้รับเหมาช่วงมีความซื่อสัตย์ใน วิชาชีพ และให้ความสำคัญกับ มาตรฐานความปลอดภัย เป็นอันดับแรก

การตรวจสอบไซต์งานก่อสร้างเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง วิศวกร เป็นวิชาชีพที่มีใบอนุญาตและการรับรองในเอกสารต่างๆ แต่ในภาคปฏิบัติต้องการการตรวจสอบที่เข้มข้นกว่านี้

บทลงโทษที่เด็ดขาด: การบังคับใช้กฎหมายเพื่อความปลอดภัย

การแก้ไขปัญหาต้องจริงจังและยกระดับ “มาตรฐาน” ผู้ปฏิบัติงานเครนให้เทียบเท่า วิศวกร โดยการกำหนด “ผู้ปฏิบัติงาน 4 ฝ่าย” ที่ต้องผ่านการรับรองอย่างเข้มงวด ได้แก่ ผู้ให้สัญญาณเครน, ผู้ยึดเกาะวัสดุ, ผู้บังคับรถเครน, และผู้ควบคุมเครน ในความเป็นจริง มักพบว่ามีการใช้แรงงานที่ขาดทักษะมาทำหน้าที่แทน โดยที่หน่วยงานเจ้าของโครงการไม่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน

“บทลงโทษ” ต้องมีความเด็ดขาดและหนักหน่วง สำหรับความบกพร่องที่ร้ายแรง กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ เรายังขาดระบบ “Blacklist” ที่เข้มข้น การจัดชั้นผู้รับเหมา หรือการลดแต้ม ไม่ใช่ “บทลงโทษ” ที่เพียงพอ กฎกระทรวงที่ออกมาเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 นั้น ถือว่าล่าช้าเกินไป แม้จะมีกฎหมาย แต่บริษัทที่ก่อปัญหา ก็มักจะใช้วิธีการหลีกเลี่ยง เช่น การปิดบริษัท เปลี่ยนชื่อ และประมูลงานใหม่ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปัญหานี้รัฐต้องเข้าไปจัดการอย่างจริงจัง

ความกังวลต่อการเข้ามาของทุนต่างชาติผ่านตัวแทนนอมินี

อีกประเด็นที่ผมมีความกังวลอย่างยิ่งคือ การเข้ามาของ “ทุนต่างชาติ” ที่แฝงตัวมาในรูปแบบ “ตัวแทนนอมินี” เพื่อรับงานโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย ปัญหาเกิดจากการที่บริษัทเหล่านี้มักใช้วิธี Joint Venture (JV) กับผู้รับเหมาไทย โดยให้บริษัทไทยเป็นผู้รับหน้า แต่แท้จริงแล้วมีการตัดราคาประมูลต่ำเกินจริง เพื่อช่วงชิงงาน ผู้รับเหมาไทยบางรายก็ยินยอม เพราะต้องการส่วนแบ่งกำไรโดยไม่ต้องลงแรงมากนัก

ผลที่ตามมาคือ “ความเสียหาย” ที่เกิดขึ้นกับ มาตรฐานความปลอดภัย และคุณภาพงาน จากการใช้วัสดุ อุปกรณ์ และแรงงาน ที่ต้นทุนต่ำสุด เพื่อให้ได้กำไรสูงสุด

ข้อเสนอแนะ “กระดุม 3 เม็ด” เพื่อแก้ไขวิกฤต

หากรัฐบาลต้องการยุติฝันร้ายบนถนนพระราม 2 และไซต์งานก่อสร้างทั่วประเทศ สมาคมฯ ขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเร่งด่วน 3 ประการ หรือที่เรียกว่า “กระดุม 3 เม็ด” ดังนี้:

การค้นหาความจริงโดยคนกลาง: ต้องมี “คณะกรรมการที่เป็นกลาง” อย่างแท้จริงในการสืบสวนหาสาเหตุเชิงลึกทาง วิศวกรรม การตรวจสอบกันเองอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ หากจุดเริ่มต้นของการหาสาเหตุไม่ถูกต้อง

บทลงโทษที่เด็ดขาด: ต้อง “เชือดไก่ให้ลิงดู” บริษัทที่ทำผิดซ้ำต้องถูกพักใบอนุญาต หรือตัดสิทธิการประมูลงานอย่างถาวร เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการบังคับใช้กฎหมาย

เร่งปิดช่องโหว่กฎหมาย: รัฐต้องเท่าทันเทคนิคการลดต้นทุนของผู้รับเหมา กฎกระทรวงที่เหมาะสมในสถานการณ์เช่นนี้ กระทรวงคมนาคมสามารถออกได้ภายใน 6 เดือน หากมีความตั้งใจจริง เพื่อบังคับใช้การขึ้นทะเบียนเครื่องจักรและการควบคุมการ รับเหมาช่วง ให้มีประสิทธิภาพ

อย่าปล่อยให้ขั้นตอนราชการหรือข้ออ้างใดๆ มาเป็นอุปสรรคต่อการสร้าง ความปลอดภัยในการก่อสร้าง ที่ยั่งยืนของประเทศ

หากท่านเป็นเจ้าของโครงการ ผู้รับเหมา หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม วิศวกรรมโครงสร้าง และต้องการยกระดับ มาตรฐานความปลอดภัย ในโครงการของท่าน หรือต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับ การจัดการความเสี่ยงในงานก่อสร้าง โปรดติดต่อเรา เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตการก่อสร้างที่ปลอดภัยและมีคุณภาพอย่างแท้จริง

Previous Post

D2701131 เหล ยมมาเหล ยมกล บโจรขโมยน ำม น(ละครส น) หน part2

Next Post

D2701133 ใบเสร จช ตของป าดา(ละครส น) หน งส นด BSC part2

Next Post
D2701133 ใบเสร จช ตของป าดา(ละครส น) หน งส นด BSC part2

D2701133 ใบเสร จช ตของป าดา(ละครส น) หน งส นด BSC part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.