• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2701135 หลานฉ นเป นคนด (ละครส น) หน งส นด BSC part2

admin79 by admin79
January 27, 2026
in Uncategorized
0
D2701135 หลานฉ นเป นคนด (ละครส น) หน งส นด BSC part2

วิกฤตเครนถล่ม: ความบกพร่องทางวิศวกรรมโครงสร้างที่สังคมต้องตระหนัก (ปี 2568-2569)

ในฐานะวิศวกรโครงสร้างที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการก่อสร้างมากว่าทศวรรษ ข้าพเจ้าได้เห็นถึงพลวัตและความท้าทายที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของประเทศไทย เหตุการณ์เครนถล่มที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่เป็นเนืองนั้น ไม่ใช่เพียงอุบัติเหตุธรรมดา แต่คือสัญญาณเตือนภัยที่ชี้ให้เห็นถึง “ความบกพร่องทางวิศวกรรมโครงสร้าง” ที่รุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิต ความปลอดภัย และทรัพย์สินของประชาชน

แยกแยะ “โชคร้าย” กับ “ความผิดพลาดที่หลีกเลี่ยงได้”

เมื่อเกิดเหตุการณ์เครนถล่มในโครงการก่อสร้าง โดยเฉพาะในบริบทของประเทศไทย การมองเหตุการณ์ว่าเป็นเพียง “โชคร้าย” นั้น เป็นการมองข้ามประเด็นสำคัญทางวิชาชีพและหลักการทางวิศวกรรมอย่างสิ้นเชิง จากประสบการณ์ตรงของข้าพเจ้าและเพื่อนร่วมวงการ พบว่าเหตุการณ์เหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ เช่น สภาพอากาศแปรปรวน หรือภัยธรรมชาติ แต่เกิดจาก “ความบกพร่อง” ในกระบวนการก่อสร้างที่สามารถป้องกันได้

ลองพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยช่วงปี 2568-2569 ตัวอย่างเช่น เหตุการณ์เครนถล่มซ้ำสองครั้งในโครงการก่อสร้างที่สำคัญ โดยครั้งแรกนั้น “ขารองรับเครน” เกิดการร่วงหล่นลงมา ซึ่งในหลักการทางวิศวกรรมที่ถูกต้อง ขารองรับที่ติดตั้งตามแบบมาตรฐานและคำนวณแรงอย่างแม่นยำ ไม่ควรจะเกิดการหลุดร่วงได้ง่ายดายเช่นนั้น การหลุดร่วงนี้ทำให้เกิดคำถามถึง “จุดยึด” (Anchoring) ว่ามีความแข็งแรงเพียงพอตามการออกแบบหรือไม่ หรือมีขั้นตอนการติดตั้งที่ถูกละเลยหรือไม่

สำหรับเหตุการณ์ที่สอง ซึ่งเกิดขึ้นบนถนนพระราม 2 ภาพหลักฐานที่ปรากฏชัดเจนยิ่งกว่า คือ “ขารองรับเครน” เกิดการทรุดตัว อันเป็นผลมาจากการวางฐานรากในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม หรือบนพื้นผิวที่ไม่สามารถรับน้ำหนักของเครนขนาดใหญ่ได้ เมื่อโครงสร้างรับน้ำหนักไม่ไหว การยุบตัวจึงเกิดขึ้น และนำไปสู่การหักโค่นของเครนในที่สุด จากการวิเคราะห์ของวิศวกรโครงสร้างหลายท่าน สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม วิศวกรรมโครงสร้าง การเกิดขึ้นของเหตุการณ์เหล่านี้มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดจาก “ความบกพร่องในขั้นตอนการก่อสร้าง” มากกว่าจะเป็นอุบัติเหตุสุดวิสัย

โครงการยักษ์ใหญ่: เขตอันตรายที่รัฐต้องใส่ใจ

สิ่งที่น่าตกใจและเป็นข้อกังวลอย่างยิ่งคือ ความถี่ของการเกิดอุบัติการณ์ซ้ำซากที่มักเกิดขึ้นในโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของภาครัฐ ปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสูญเสีย แต่ยังชี้ให้เห็นถึง “วิกฤตเชิงนโยบาย” ที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถมองข้ามได้

หากพิจารณาเหตุการณ์สำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การถล่มของอาคารสำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) การยุบตัวของถนนในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า การที่เครนถล่มทับขบวนรถไฟในจังหวัดนครราชสีมา และเหตุการณ์เครนถล่มบนทางด่วนพระราม 2 สิ่งที่เชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาดใจคือ โครงการเหล่านี้ล้วนเป็น โครงการก่อสร้างภาครัฐขนาดใหญ่ และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน

เหตุการณ์เหล่านี้เป็น “สัญญาณเตือน” ที่ชัดเจนบ่งชี้ถึงความหย่อนยานของ มาตรฐานความปลอดภัยงานก่อสร้าง และ การควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง ในระดับสากลสำหรับโครงการใหญ่ ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพ วิศวกรโครงสร้าง ไม่ควรมองข้าม

ปัจจัย 3 ประการ: ต้นตอแห่งหายนะในไซต์งาน

จากการวิเคราะห์เชิงลึกของข้าพเจ้าและผู้เชี่ยวชาญในสมาคมฯ ปัญหาที่ทำให้ มาตรฐานวิศวกรรมไทย ในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่เสื่อมถอยลงจนถึงขั้นวิกฤต สามารถจำแนกออกเป็น 3 ปัจจัยหลัก ที่เปรียบเสมือน “สามเหลี่ยมแห่งหายนะ”

ปัจจัยด้านบุคลากร: ปัญหานี้เกิดขึ้นตั้งแต่ระดับบนสุดของสายงาน คือวิศวกรผู้ออกแบบและควบคุมงาน ไปจนถึงผู้ปฏิบัติงานหน้างาน เช่น ผู้ควบคุมเครน และแรงงานทั่วไป เครื่องจักรที่ซับซ้อนอย่างเครน Launcher หรือเครนยกของขนาดใหญ่ ไม่ใช่เครื่องจักรที่ตั้งอยู่กับที่เหมือนปั้นจั่นทั่วไป แต่เป็นเครื่องจักรที่ต้องเคลื่อนที่ ทำงานในที่สูง และมีความต้องการความสมดุลและน้ำหนักที่ซับซ้อน การควบคุมเครนเหล่านี้ต้องการ “ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง” ที่มีความเข้าใจในหลักสถิตยศาสตร์ (Statics) และพลศาสตร์ (Dynamics) อย่างแท้จริง ทว่าสิ่งที่พบเห็นในหลาย ๆ ไซต์งาน คือ การใช้ผู้ปฏิบัติงานที่ขาดความรู้ความเข้าใจ หรือทำงานตามความเคยชิน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

ปัจจัยด้านวัสดุและอุปกรณ์: สลิง, รอก, นอตยึด คือหัวใจสำคัญของความปลอดภัยในการทำงานกับเครน ข้าพเจ้าเคยลงพื้นที่ตรวจสอบและพบเห็นการนำเครื่องจักรเก่าที่เสื่อมสภาพมาใช้งานซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ขาดความมั่นใจใน มาตรฐานวัสดุก่อสร้าง หรือพบเห็นนอตที่ “เกลียวหวาน” จนไม่เหลือสภาพ หรือนอตที่บิดเบี้ยวแต่ยังถูกนำมาใช้งานต่อ นี่คือ ความเสี่ยงงานก่อสร้าง ที่เกิดจากการละเลยและการมองข้ามความสำคัญของรายละเอียด

ปัจจัยด้านเครื่องจักร: หนึ่งใน “ระเบิดเวลา” ที่น่าจับตามองคือ เครื่องจักรมือสอง ที่ขาดมาตรฐานสากล เป็นที่น่าสังเกตว่าเครน Launcher จำนวนมากที่ใช้งานในประเทศไทยเป็นเครนมือสองที่นำเข้าจากต่างประเทศ เมื่อหมดอายุการใช้งานในโครงการหนึ่ง ก็จะถูกขายต่อและนำมาดัดแปลง หรือต่อเติม โดยไม่ผ่านกระบวนการออกแบบคำนวณใหม่ตามหลักวิศวกรรม และที่สำคัญ เรายังขาดระบบการขึ้นทะเบียนและการตรวจสอบ เครื่องจักรกลหนัก ที่มีประสิทธิภาพและชัดเจน หน่วยงานรัฐในฐานะเจ้าของโครงการจึงต้องเข้มงวดกวดขันในการตรวจสอบ การใช้อุปกรณ์ก่อสร้าง อย่างจริงจัง

ช่องโหว่ด้านกฎหมายและการรับเหมาช่วง: ปัญหาเชิงโครงสร้าง

ปัญหาที่เกิดขึ้นหลายครั้ง ไม่ได้อยู่ที่ตัวบทกฎหมายเป็นหลัก แต่อยู่ที่ “การบังคับใช้กฎหมาย” ซึ่งมักมีความหย่อนยานในการตรวจสอบ ตัวอย่างเช่น กฎหมายอาจกำหนดให้ต้องมีวิศวกรควบคุมงาน แต่ในทางปฏิบัติจริง ๆ แล้ว การมีวิศวกรประจำไซต์งานนั้นมีอยู่จริงหรือไม่? และหากมี วิศวกรคนนั้นมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเครน Launcher เป็นพิเศษหรือไม่?

อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องว่างที่ชัดเจนในกฎหมายที่ต้องเร่งดำเนินการ นั่นคือ การขึ้นทะเบียนเครน และการควบคุม การรับเหมาช่วง (Subcontracting) ปัจจุบัน บริษัทผู้รับเหมาหลักที่ชนะการประมูลมักไม่ทำงานเองทั้งหมด แต่จะกระจายงานต่อให้ผู้รับเหมาช่วงอีกทอด ๆ ซึ่งโดยตัวมันเองนั้นไม่ผิด หากผู้รับเหมาช่วงมีความซื่อสัตย์ในวิชาชีพ และให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัยในงานก่อสร้าง และ มาตรฐานการก่อสร้างสากล เป็นอันดับแรก

การตรวจไซต์งานก่อสร้างจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เนื่องจากวิศวกรเป็นวิชาชีพที่มีใบอนุญาต และลายเซ็นของพวกเขากล่าวรับรองความถูกต้องของแบบและกระบวนการทำงาน สังคมมักจะวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นนี้ เพราะภาคปฏิบัติจริงมักแตกต่างจากหลักการที่ควรจะเป็น

บทลงโทษที่เด็ดขาด: สร้างบรรทัดฐานใหม่

การแก้ปัญหาเหล่านี้ต้องทำอย่างจริงจังและเด็ดขาด ต้องยกระดับ “มาตรฐานผู้ปฏิบัติงานเครน” ให้ทัดเทียมกับวิศวกร โดยการนำสูตร “4 ผู้” มาใช้ ซึ่งหมายถึงผู้ที่ผ่านการรับรองอย่างเข้มงวด ได้แก่ 1. ผู้ให้สัญญาณเครน 2. ผู้ยึดเกาะวัสดุ 3. ผู้บังคับรถเครน และ 4. ผู้ควบคุมเครน

ในความเป็นจริง หน้างานหลายแห่งมักพบว่าใช้แรงงานที่ขาดทักษะมาทำหน้าที่แทนคำถามที่ตามมาคือ หน่วยงานเจ้าของโครงการได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานเหล่านี้อย่างถี่ถ้วนหรือไม่?

ในส่วนของบทลงโทษนั้น ต้องมีความเด็ดขาดและมีน้ำหนัก เพราะความบกพร่องที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรง กฎหมายต้องมีศักดิ์สิทธิ์ ปัจจุบันเรายังขาดระบบ “Blacklist” ที่เข้มข้น การจัดชั้นผู้รับเหมา หรือการหักแต้มนั้นยังไม่เพียงพอ การออกกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องเมื่อช่วงต้นปี 2569 นั้นถือว่าล่าช้าไปมาก

ยิ่งไปกว่านั้น แม้จะมีกฎหมาย การเลี่ยงกฎหมายก็เป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อย บริษัทที่มีปัญหาอาจปิดตัวลง เปลี่ยนชื่อ และกลับมาประมูลงานใหม่ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปัญหาเหล่านี้คือสิ่งที่ภาครัฐต้องจัดการอย่างจริงจัง

กังวลทุนต่างชาติและการใช้ “นอมินี” ในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน

อีกประเด็นที่ข้าพเจ้าและเพื่อนร่วมวงการวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยมีความกังวลอย่างยิ่ง คือ การที่ ทุนต่างชาติ เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของไทย โดยมักใช้ช่องทาง “นอมินี” หรือการร่วมทุน (Joint Venture) กับผู้รับเหมาไทย เพื่อให้บริษัทไทยเป็นผู้ถือหน้างาน

ปัญหาที่ตามมาคือการตัดราคาประมูลที่ต่ำเกินจริง เพื่อชิงงาน ซึ่งผู้รับเหมาไทยบางรายอาจยอมรับได้ เพราะหวังเพียงส่วนแบ่งกำไร โดยไม่ต้องลงมือทำงานเองทั้งหมด

ผลเสียที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ ผลกระทบต่อความปลอดภัย และ มาตรฐานงานก่อสร้าง ที่ลดต่ำลง เนื่องจากต้นทุนที่ถูกกดให้ต่ำสุดย่อมส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของแรงงาน อุปกรณ์ และเครื่องจักรที่ใช้

ข้อเสนอ “กระดุม 3 เม็ด” เพื่อยุติวิกฤต

หากรัฐบาลต้องการยุติฝันร้ายที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนถนนพระราม 2 และไซต์งานก่อสร้างทั่วประเทศ สมาคมฯ ขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่เปรียบเสมือน “กระดุม 3 เม็ด”

ค้นหาความจริงโดยคนกลาง: การตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลางอย่างแท้จริง เพื่อสืบสวนและค้นหาสาเหตุเชิงลึกทางวิศวกรรมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากจุดเริ่มต้นของการวิเคราะห์สาเหตุเกิดความบิดเบือน เราจะไม่มีทางแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด
บทลงโทษที่เด็ดขาด: ต้องมีการ “เชือดไก่ให้ลิงดู” บริษัทที่กระทำผิดซ้ำซาก ควรถูกพักใบอนุญาต หรือตัดสิทธิการเข้าร่วมประมูลงานภาครัฐอย่างถาวร เพื่อเป็นบรรทัดฐานและยับยั้งการกระทำผิดซ้ำ
เร่งปิดช่องโหว่กฎหมาย: รัฐต้องมีความเท่าทันเทคนิคการลดต้นทุนของผู้รับเหมา และออกกฎกระทรวงที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน กระทรวงคมนาคมสามารถออกกฎบังคับการขึ้นทะเบียนเครื่องจักรและการควบคุมการรับเหมาช่วงให้มีประสิทธิภาพได้ภายในระยะเวลาอันสั้น หากมีความตั้งใจจริง

อย่าปล่อยให้ขั้นตอนทางราชการอันซับซ้อน กลายเป็นอุปสรรค หรือเป็นข้ออ้างในการแก้ปัญหาความปลอดภัยของประชาชนอีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมมือกันยกระดับ การจัดการความเสี่ยงในงานก่อสร้าง และ ความปลอดภัยของวิศวกรรมโครงสร้าง เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงและปลอดภัยให้กับประเทศไทย.

Previous Post

D2701129 จะเซอร ไพร สเม แต โดนเซอร ไพร สกล บ(ละครส น) หน part2

Next Post

D2701131 เหล ยมมาเหล ยมกล บโจรขโมยน ำม น(ละครส น) หน part2

Next Post
D2701131 เหล ยมมาเหล ยมกล บโจรขโมยน ำม น(ละครส น) หน part2

D2701131 เหล ยมมาเหล ยมกล บโจรขโมยน ำม น(ละครส น) หน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.