• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2701130 เบบ กบอลล น(ละครส น) หน งส นด BSC part2

admin79 by admin79
January 27, 2026
in Uncategorized
0
D2701130 เบบ กบอลล น(ละครส น) หน งส นด BSC part2

เครนถล่มซ้ำ! ความบกพร่องเชิงวิศวกรรม หรือแค่อุบัติเหตุ? สมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ ชี้ชัดสาเหตุวิกฤตงานก่อสร้างไทย

บทนำ: ความสูญเสียที่ไม่อาจละเลยในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่

อุบัติเหตุในงานก่อสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ที่มักเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ได้กลายเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สร้างความเจ็บปวดและความหวาดกลัวให้กับประชาชนและผู้ประสบภัยมาอย่างต่อเนื่อง การสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน และความเชื่อมั่นในระบบการก่อสร้างของประเทศ เป็นปัญหาที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและจริงจัง วันนี้เราจะพาลงลึกไปกับมุมมองของผู้เชี่ยวชาญอย่าง ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ที่จะมาเผยถึงสาเหตุเชิงลึก ปัญหา และข้อเสนอแนะทางวิชาการ เพื่อป้องกันไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นอีก

ไม่ใช่โชคร้าย แต่คือ “ความบกพร่อง” ครั้งแล้วครั้งเล่า

เมื่อเกิดเหตุการณ์เครนถล่มซ้ำซ้อนหลายครั้ง ศ.ดร.อมร พิมานมาศ ได้เน้นย้ำให้แยกแยะระหว่าง “โชคชะตา” และ “ความเป็นจริงทางวิศวกรรม” อย่างชัดเจน ท่านกล่าวว่า สภาพแวดล้อมในจุดเกิดเหตุในหลายกรณี ไม่ได้เผชิญกับภัยธรรมชาติที่คาดไม่ถึง เช่น พายุ ฝนฟ้าคะนอง หรือแผ่นดินไหว ดังนั้น การจะสรุปว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นเพียงอุบัติเหตุ หรือ “ความบังเอิญ” จึงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

“ในมุมมองของวิศวกรรม คำว่า ‘อุบัติเหตุ’ มีนิยามที่เฉพาะเจาะจงกว่านั้น คือการทำงานภายใต้มาตรฐานที่ถูกต้อง มีการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้ว แต่ยังมีปัจจัยภายนอกที่เหนือการควบคุมและคาดการณ์เกิดขึ้น” ศ.ดร.อมร อธิบาย “แต่กรณีที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ นี้ ผมขอยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย แต่คือ ความบกพร่องในการดำเนินงานก่อสร้างอย่างรุนแรง”

การวิเคราะห์เชิงเทคนิคในกรณีที่ “ขารองรับเครน” หลุดออกจากตำแหน่ง ทำให้เกิดคำถามสำคัญถึงความแข็งแรงของจุดยึด (Anchoring) ว่าเป็นไปตามการคำนวณในแบบวิศวกรรมหรือไม่ หรือมีการละเลยขั้นตอนที่สำคัญไป หรือในอีกกรณีหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือการที่ “ฐานรองรับเครน” เกิดการทรุดตัว เนื่องจากถูกวางในตำแหน่งที่ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ตามที่ควรจะเป็น ส่งผลให้โครงสร้างรับน้ำหนักไม่ไหว จนเกิดการยุบตัวและเครนหักกลาง สิ่งเหล่านี้ ล้วนชี้ให้เห็นถึง ความบกพร่องที่เกิดขึ้นในกระบวนการก่อสร้าง ซึ่งสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ และวิศวกรผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน มีความเห็นสอดคล้องกันว่า ปัญหาเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเกิดจาก ความผิดพลาดในการก่อสร้าง มากกว่าจะเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้

โครงการยักษ์ของรัฐ: เขตอันตรายที่รัฐต้องเร่งแก้ไข

สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซากที่มักเกิดขึ้นกับโครงการขนาดใหญ่ที่ดำเนินงานโดยภาครัฐ ปรากฏการณ์นี้ได้กลายเป็นสถิติที่บ่งชี้ถึง “วิกฤตเชิงนโยบาย” ที่ภาครัฐไม่ควรมองข้าม การเกิดอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียว อาจถูกมองว่าเป็นความผิดพลาดเฉพาะจุด แต่การเกิดอุบัติเหตุใหญ่หลายครั้งในระยะเวลาอันสั้น ตั้งแต่การถล่มของอาคาร การยุบตัวของถนนจากการสร้างรถไฟฟ้า การถล่มของเครนในการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง และการถล่มของเครนจากการสร้างทางด่วน ล้วนมีจุดร่วมที่น่ากังวล คือ โครงการเหล่านี้เป็นโครงการของภาครัฐทั้งสิ้น

“เหตุการณ์เหล่านี้ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนถึงมาตรฐานการก่อสร้างและความปลอดภัยในโครงการขนาดใหญ่ของประเทศ ที่ต้องได้รับการยกระดับสู่มาตรฐานสากลอย่างเร่งด่วน” ศ.ดร.อมร กล่าวเพิ่มเติม

สามเหลี่ยมแห่งหายนะ: 3 ปัจจัยหลักที่บั่นทอนมาตรฐานงานก่อสร้าง

ศ.ดร.อมร ได้จำแนกสาเหตุที่ทำให้มาตรฐานวิศวกรรมของไทยในงานก่อสร้างขนาดใหญ่หย่อนยานลงสู่ภาวะวิกฤต ออกเป็น 3 ปัจจัยหลัก ที่เปรียบเสมือน “สามเหลี่ยมแห่งหายนะ” ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด

ปัจจัยด้านบุคลากร: ปัญหาเริ่มต้นตั้งแต่ระดับบนสุด คือวิศวกรควบคุมงาน ไปจนถึงผู้ปฏิบัติงานหน้างานโดยตรง เช่น พนักงานขับเครน และแรงงานทั่วไป เครน Launcher หรือปั้นจั่นชนิดพิเศษ เป็นเครื่องจักรที่มีความซับซ้อนในการทำงานสูง แตกต่างจากปั้นจั่นทั่วไปที่อยู่กับที่ เนื่องจากต้องเคลื่อนที่และทำงานในที่สูง ซึ่งต้องอาศัยความสมดุลของน้ำหนักและโครงสร้างที่แม่นยำ
“เราพบเห็นบ่อยครั้งที่ผู้ควบคุมเครื่องจักรขาดความรู้ความเข้าใจในหลักสถิตยศาสตร์และพลศาสตร์เพียงพอ การทำงานอาศัยเพียงความเคยชินเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง” ศ.ดร.อมร ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการใช้ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่ได้รับการอบรมและประเมินสมรรถนะอย่างเข้มงวด

ปัจจัยด้านวัสดุและอุปกรณ์: ส่วนประกอบสำคัญอย่างสลิง รอก และนอตยึด คือหัวใจหลักของความปลอดภัย การลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า มีการนำเครื่องจักรเก่าที่ผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนานกลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งลดทอนความมั่นใจในมาตรฐาน นอกจากนี้ ยังพบเห็นการใช้นอตที่มีสภาพเกลียวหวาน หรือแม้แต่นอตที่บิดงอแต่ยังคงถูกนำมาใช้งานต่อ ซึ่งล้วนเป็น ความเสี่ยงที่เกิดจากการละเลย ในการจัดหาและตรวจสอบคุณภาพวัสดุ

ปัจจัยด้านเครื่องจักร: การใช้ เครื่องจักรมือสองที่ขาดมาตรฐานสากล เป็นอีกหนึ่ง “ระเบิดเวลา” ที่สังคมอาจไม่ทราบ โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในไทยหลายแห่งมีการใช้เครน Launcher มือสองที่นำเข้าจากต่างประเทศ เมื่อโครงการหนึ่งเสร็จสิ้น เครื่องจักรเหล่านี้จะถูกขายต่อ และมีการดัดแปลงหรือต่อเติม โดยที่อาจไม่ได้ผ่านการออกแบบและคำนวณใหม่ตามหลักวิศวกรรม
“เรายังขาดระบบการขึ้นทะเบียนและการตรวจสอบเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส ซึ่งเป็นช่องโหว่สำคัญที่ทำให้ผู้รับเหมาสามารถหลีกเลี่ยงมาตรฐานความปลอดภัยได้” ศ.ดร.อมร กล่าวเน้นย้ำถึงบทบาทของหน่วยงานรัฐในฐานะเจ้าของโครงการ ที่ต้องมี การตรวจสอบที่เข้มงวดและจริงจัง

ช่องโหว่กฎหมาย: การบังคับใช้และการรับเหมาช่วงที่ต้องจับตา

ศ.ดร.อมร ได้ชี้แจงว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวกฎหมายเป็นหลัก แต่อยู่ที่ การบังคับใช้กฎหมาย ที่ยังมีความหย่อนยาน เช่น กฎหมายที่กำหนดให้ต้องมีวิศวกรควบคุมงาน แต่ในทางปฏิบัติ ยังมีคำถามว่าวิศวกรเหล่านั้นมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเครน Launcher หรือไม่ และมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพียงใด

ประเด็นที่กฎหมายยังคงมีช่องโหว่ที่ชัดเจน คือ การขึ้นทะเบียนเครน และ ระบบการจ้างเหมาช่วง (Subcontract) ในปัจจุบัน บริษัทขนาดใหญ่ที่ชนะการประมูลงานมักจะกระจายงานให้กับผู้รับเหมาช่วงเป็นทอดๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดหากผู้รับเหมาช่วงเหล่านั้นมีมาตรฐานและยึดมั่นในความปลอดภัย แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อการรับงานแบบทอดๆ ทำให้ขาดการควบคุมคุณภาพอย่างทั่วถึง
“การตรวจสอบหน้างานก่อสร้างเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง วิศวกรในฐานะวิชาชีพที่มีใบอนุญาต และลายเซ็นที่รับรองความถูกต้องของแบบ มีบทบาทสำคัญ แต่ในภาคปฏิบัติ สิ่งที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างจากที่ระบุในเอกสาร” ศ.ดร.อมร กล่าว

บทลงโทษต้องจริงจัง: เชือดไก่ให้ลิงดูเพื่อยกระดับความปลอดภัย

เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ศ.ดร.อมร เสนอให้มีการยกระดับ “มาตรฐานผู้ปฏิบัติงานเครน” ให้ทัดเทียมกับวิศวกร โดยใช้หลักการ “4 ผู้” ที่ผ่านการรับรองอย่างเข้มงวด ได้แก่
ผู้ให้สัญญาณเครน
ผู้ยึดเกาะวัสดุ
ผู้บังคับรถเครน
ผู้ควบคุมเครน

“ในหน้างานจริง เรามักพบว่ามีการนำแรงงานที่ขาดทักษะมาทำหน้าที่เหล่านี้แทน ซึ่งหน่วยงานเจ้าของโครงการได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจริงจังหรือไม่ เป็นคำถามที่ต้องตอบ”

สำหรับ บทลงโทษ ศ.ดร.อมร ย้ำว่าต้อง จริงจังและหนักหน่วง เนื่องจากเป็นความบกพร่องที่รุนแรง กฎหมายต้องมีความศักดิ์สิทธิ์ ระบบ Blacklist ที่เข้มข้นยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร การจัดชั้นผู้รับเหมา หรือการลดแต้ม เป็นเพียงมาตรการที่ไม่เพียงพอ แม้จะมีการออกกฎกระทรวงเกี่ยวกับการจัดชั้นผู้รับเหมาเมื่อไม่นานมานี้ (13 มกราคม 2569) ก็ยังถือว่าล่าช้า
“ผู้รับเหมาที่กระทำผิดซ้ำ อาจใช้วิธีการเปลี่ยนชื่อบริษัท หรือปิดบริษัทเดิมแล้วมาประมูลงานใหม่ ทำให้ปัญหาเดิมยังคงอยู่ รัฐบาลต้องเข้ามาจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง”

กังวลทุนต่างชาติ: เทคนิค “นอมินี” ที่บั่นทอนความปลอดภัย

อีกประเด็นที่นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ แสดงความกังวลอย่างยิ่ง คือการเข้ามาของ ทุนต่างชาติ ที่แฝงตัวมาในรูปแบบ “นอมินี” หรือการร่วมทุน (Joint Venture) กับผู้รับเหมาไทย โดยใช้บริษัทไทยเป็นผู้ดำเนินการหลัก
“ปัญหาที่ตามมาคือการเสนอราคาประมูลที่ต่ำเกินจริง เพื่อแย่งชิงงาน ผู้รับเหมาไทยบางรายอาจยอมรับข้อเสนอนี้เพื่อหวังส่วนแบ่งกำไร โดยไม่ต้องลงมาทำงานเอง” ศ.ดร.อมร กล่าว
ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากกลยุทธ์นี้ คือการ ลดทอนมาตรฐานด้านความปลอดภัย และคุณภาพของงาน เนื่องจากต้นทุนแรงงาน วัสดุ และเครื่องจักร ถูกกดให้ต่ำที่สุด เพื่อให้สามารถเสนอราคาที่แข่งขันได้

กระดุม 3 เม็ด: ทางออกเร่งด่วนสำหรับวิกฤตงานก่อสร้างไทย

หากรัฐบาลต้องการยุติ “ฝันร้าย” บนท้องถนนพระราม 2 และไซต์งานก่อสร้างทั่วประเทศ สมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ ได้เสนอ “กระดุม 3 เม็ด” ซึ่งเป็นทางออกเร่งด่วน ดังนี้

เม็ดแรก: การค้นหาความจริงโดยคนกลาง: ต้องจัดตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลางและมีความเชี่ยวชาญจริง ๆ เพื่อสืบหา สาเหตุเชิงลึกทางวิศวกรรม อย่างตรงไปตรงมา หากจุดเริ่มต้นของกระบวนการสืบสวนบิดเบี้ยว การแก้ไขปัญหาจะไม่สามารถบรรลุผลได้
เม็ดที่สอง: บทลงโทษที่เด็ดขาด: ต้องมีการ “เชือดไก่ให้ลิงดู” บริษัทที่กระทำผิดซ้ำซาก ควรถูก พักใบอนุญาต หรือตัดสิทธิ์ในการประมูลงานอย่างถาวร เพื่อเป็นบรรทัดฐานและสร้างความเข้มงวด
เม็ดที่สาม: เร่งปิดช่องโหว่กฎหมาย: รัฐต้อง เท่าทันเทคนิคการลดต้นทุนของผู้รับเหมา โดยเฉพาะในเรื่องการขึ้นทะเบียนเครื่องจักร และการควบคุมการจ้างช่วงให้มีประสิทธิภาพ กระทรวงคมนาคมสามารถออกกฎกระทรวงที่เหมาะสมและบังคับใช้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น หากมีความตั้งใจจริง

“อย่าให้ขั้นตอนทางราชการ หรือข้ออ้างเรื่องระเบียบปฏิบัติ กลายเป็นอุปสรรคในการสร้างความปลอดภัยให้กับประเทศชาติของเราอีกต่อไป” ศ.ดร.อมร ทิ้งท้าย

สรุป: ก้าวต่อไปเพื่อความปลอดภัยที่ยั่งยืนในงานก่อสร้าง

อุบัติเหตุเครนถล่มที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นเครื่องเตือนใจที่ชัดเจนว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องหันกลับมาพิจารณาถึงรากเหง้าของปัญหาในอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทย โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน การที่วิศวกรผู้ทรงคุณวุฒิอย่าง ศ.ดร.อมร พิมานมาศ ได้ออกมาให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะเชิงลึกเช่นนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่เราทุกคนในฐานะผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือประชาชนทั่วไป จะต้องร่วมมือกันผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

ถึงเวลาแล้วที่มาตรฐานความปลอดภัยต้องมาก่อนผลกำไร การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การยกระดับความรู้ความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน และการตรวจสอบที่โปร่งใส คือหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่อุตสาหกรรมก่อสร้างที่มั่นคงและปลอดภัยสำหรับอนาคตของประเทศไทย

หากคุณคือผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมก่อสร้าง หรือผู้ที่ใส่ใจในความปลอดภัยของโครงการสาธารณูปโภค การทำความเข้าใจถึงสาเหตุของปัญหา และการสนับสนุนข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญยิ่งในการร่วมสร้างอนาคตการก่อสร้างที่ปราศจากอุบัติเหตุร้ายแรง

ไม่ใช่โชคร้าย แต่คือ “ความบกพร่อง” ครั้งแล้วครั้งเล่า

เมื่อเกิดเหตุการณ์เครนถล่มซ้ำซ้อนหลายครั้ง ศ.ดร.อมร พิมานมาศ ได้เน้นย้ำให้แยกแยะระหว่าง “โชคชะตา” และ “ความเป็นจริงทางวิศวกรรม” อย่างชัดเจน ท่านกล่าวว่า สภาพแวดล้อมในจุดเกิดเหตุในหลายกรณี ไม่ได้เผชิญกับภัยธรรมชาติที่คาดไม่ถึง เช่น พายุ ฝนฟ้าคะนอง หรือแผ่นดินไหว ดังนั้น การจะสรุปว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นเพียงอุบัติเหตุ หรือ “ความบังเอิญ” จึงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

“ในมุมมองของวิศวกรรม คำว่า ‘อุบัติเหตุ’ มีนิยามที่เฉพาะเจาะจงกว่านั้น คือการทำงานภายใต้มาตรฐานที่ถูกต้อง มีการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้ว แต่ยังมีปัจจัยภายนอกที่เหนือการควบคุมและคาดการณ์เกิดขึ้น” ศ.ดร.อมร อธิบาย “แต่กรณีที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ นี้ ผมขอยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย แต่คือ ความบกพร่องในการดำเนินงานก่อสร้างอย่างรุนแรง”

การวิเคราะห์เชิงเทคนิคในกรณีที่ “ขารองรับเครน” หลุดออกจากตำแหน่ง ทำให้เกิดคำถามสำคัญถึงความแข็งแรงของจุดยึด (Anchoring) ว่าเป็นไปตามการคำนวณในแบบวิศวกรรมหรือไม่ หรือมีการละเลยขั้นตอนที่สำคัญไป หรือในอีกกรณีหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือการที่ “ฐานรองรับเครน” เกิดการทรุดตัว เนื่องจากถูกวางในตำแหน่งที่ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ตามที่ควรจะเป็น ส่งผลให้โครงสร้างรับน้ำหนักไม่ไหว จนเกิดการยุบตัวและเครนหักกลาง สิ่งเหล่านี้ ล้วนชี้ให้เห็นถึง ความบกพร่องที่เกิดขึ้นในกระบวนการก่อสร้าง ซึ่งสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ และวิศวกรผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน มีความเห็นสอดคล้องกันว่า ปัญหาเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเกิดจาก ความผิดพลาดในการก่อสร้าง มากกว่าจะเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้

โครงการยักษ์ของรัฐ: เขตอันตรายที่รัฐต้องเร่งแก้ไข

สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซากที่มักเกิดขึ้นกับโครงการขนาดใหญ่ที่ดำเนินงานโดยภาครัฐ ปรากฏการณ์นี้ได้กลายเป็นสถิติที่บ่งชี้ถึง “วิกฤตเชิงนโยบาย” ที่ภาครัฐไม่ควรมองข้าม การเกิดอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียว อาจถูกมองว่าเป็นความผิดพลาดเฉพาะจุด แต่การเกิดอุบัติเหตุใหญ่หลายครั้งในระยะเวลาอันสั้น ตั้งแต่การถล่มของอาคาร การยุบตัวของถนนจากการสร้างรถไฟฟ้า การถล่มของเครนในการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง และการถล่มของเครนจากการสร้างทางด่วน ล้วนมีจุดร่วมที่น่ากังวล คือ โครงการเหล่านี้เป็นโครงการของภาครัฐทั้งสิ้น

“เหตุการณ์เหล่านี้ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนถึงมาตรฐานการก่อสร้างและความปลอดภัยในโครงการขนาดใหญ่ของประเทศ ที่ต้องได้รับการยกระดับสู่มาตรฐานสากลอย่างเร่งด่วน” ศ.ดร.อมร กล่าวเพิ่มเติม

สามเหลี่ยมแห่งหายนะ: 3 ปัจจัยหลักที่บั่นทอนมาตรฐานงานก่อสร้าง

ศ.ดร.อมร ได้จำแนกสาเหตุที่ทำให้มาตรฐานวิศวกรรมของไทยในงานก่อสร้างขนาดใหญ่หย่อนยานลงสู่ภาวะวิกฤต ออกเป็น 3 ปัจจัยหลัก ที่เปรียบเสมือน “สามเหลี่ยมแห่งหายนะ” ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด

ปัจจัยด้านบุคลากร: ปัญหาเริ่มต้นตั้งแต่ระดับบนสุด คือวิศวกรควบคุมงาน ไปจนถึงผู้ปฏิบัติงานหน้างานโดยตรง เช่น พนักงานขับเครน และแรงงานทั่วไป เครน Launcher หรือปั้นจั่นชนิดพิเศษ เป็นเครื่องจักรที่มีความซับซ้อนในการทำงานสูง แตกต่างจากปั้นจั่นทั่วไปที่อยู่กับที่ เนื่องจากต้องเคลื่อนที่และทำงานในที่สูง ซึ่งต้องอาศัยความสมดุลของน้ำหนักและโครงสร้างที่แม่นยำ
“เราพบเห็นบ่อยครั้งที่ผู้ควบคุมเครื่องจักรขาดความรู้ความเข้าใจในหลักสถิตยศาสตร์และพลศาสตร์เพียงพอ การทำงานอาศัยเพียงความเคยชินเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง” ศ.ดร.อมร ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการใช้ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่ได้รับการอบรมและประเมินสมรรถนะอย่างเข้มงวด

ปัจจัยด้านวัสดุและอุปกรณ์: ส่วนประกอบสำคัญอย่างสลิง รอก และนอตยึด คือหัวใจหลักของความปลอดภัย การลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า มีการนำเครื่องจักรเก่าที่ผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนานกลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งลดทอนความมั่นใจในมาตรฐาน นอกจากนี้ ยังพบเห็นการใช้นอตที่มีสภาพเกลียวหวาน หรือแม้แต่นอตที่บิดงอแต่ยังคงถูกนำมาใช้งานต่อ ซึ่งล้วนเป็น ความเสี่ยงที่เกิดจากการละเลย ในการจัดหาและตรวจสอบคุณภาพวัสดุ

ปัจจัยด้านเครื่องจักร: การใช้ เครื่องจักรมือสองที่ขาดมาตรฐานสากล เป็นอีกหนึ่ง “ระเบิดเวลา” ที่สังคมอาจไม่ทราบ โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในไทยหลายแห่งมีการใช้เครน Launcher มือสองที่นำเข้าจากต่างประเทศ เมื่อโครงการหนึ่งเสร็จสิ้น เครื่องจักรเหล่านี้จะถูกขายต่อ และมีการดัดแปลงหรือต่อเติม โดยที่อาจไม่ได้ผ่านการออกแบบและคำนวณใหม่ตามหลักวิศวกรรม
“เรายังขาดระบบการขึ้นทะเบียนและการตรวจสอบเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส ซึ่งเป็นช่องโหว่สำคัญที่ทำให้ผู้รับเหมาสามารถหลีกเลี่ยงมาตรฐานความปลอดภัยได้” ศ.ดร.อมร กล่าวเน้นย้ำถึงบทบาทของหน่วยงานรัฐในฐานะเจ้าของโครงการ ที่ต้องมี การตรวจสอบที่เข้มงวดและจริงจัง

ช่องโหว่กฎหมาย: การบังคับใช้และการรับเหมาช่วงที่ต้องจับตา

ศ.ดร.อมร ได้ชี้แจงว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวกฎหมายเป็นหลัก แต่อยู่ที่ การบังคับใช้กฎหมาย ที่ยังมีความหย่อนยาน เช่น กฎหมายที่กำหนดให้ต้องมีวิศวกรควบคุมงาน แต่ในทางปฏิบัติ ยังมีคำถามว่าวิศวกรเหล่านั้นมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเครน Launcher หรือไม่ และมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพียงใด

ประเด็นที่กฎหมายยังคงมีช่องโหว่ที่ชัดเจน คือ การขึ้นทะเบียนเครน และ ระบบการจ้างเหมาช่วง (Subcontract) ในปัจจุบัน บริษัทขนาดใหญ่ที่ชนะการประมูลงานมักจะกระจายงานให้กับผู้รับเหมาช่วงเป็นทอดๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดหากผู้รับเหมาช่วงเหล่านั้นมีมาตรฐานและยึดมั่นในความปลอดภัย แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อการรับงานแบบทอดๆ ทำให้ขาดการควบคุมคุณภาพอย่างทั่วถึง
“การตรวจสอบหน้างานก่อสร้างเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง วิศวกรในฐานะวิชาชีพที่มีใบอนุญาต และลายเซ็นที่รับรองความถูกต้องของแบบ มีบทบาทสำคัญ แต่ในภาคปฏิบัติ สิ่งที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างจากที่ระบุในเอกสาร” ศ.ดร.อมร กล่าว

บทลงโทษต้องจริงจัง: เชือดไก่ให้ลิงดูเพื่อยกระดับความปลอดภัย

เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ศ.ดร.อมร เสนอให้มีการยกระดับ “มาตรฐานผู้ปฏิบัติงานเครน” ให้ทัดเทียมกับวิศวกร โดยใช้หลักการ “4 ผู้” ที่ผ่านการรับรองอย่างเข้มงวด ได้แก่
ผู้ให้สัญญาณเครน
ผู้ยึดเกาะวัสดุ
ผู้บังคับรถเครน
ผู้ควบคุมเครน

“ในหน้างานจริง เรามักพบว่ามีการนำแรงงานที่ขาดทักษะมาทำหน้าที่เหล่านี้แทน ซึ่งหน่วยงานเจ้าของโครงการได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจริงจังหรือไม่ เป็นคำถามที่ต้องตอบ”

สำหรับ บทลงโทษ ศ.ดร.อมร ย้ำว่าต้อง จริงจังและหนักหน่วง เนื่องจากเป็นความบกพร่องที่รุนแรง กฎหมายต้องมีความศักดิ์สิทธิ์ ระบบ Blacklist ที่เข้มข้นยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร การจัดชั้นผู้รับเหมา หรือการลดแต้ม เป็นเพียงมาตรการที่ไม่เพียงพอ แม้จะมีการออกกฎกระทรวงเกี่ยวกับการจัดชั้นผู้รับเหมาเมื่อไม่นานมานี้ (13 มกราคม 2569) ก็ยังถือว่าล่าช้า
“ผู้รับเหมาที่กระทำผิดซ้ำ อาจใช้วิธีการเปลี่ยนชื่อบริษัท หรือปิดบริษัทเดิมแล้วมาประมูลงานใหม่ ทำให้ปัญหาเดิมยังคงอยู่ รัฐบาลต้องเข้ามาจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง”

กังวลทุนต่างชาติ: เทคนิค “นอมินี” ที่บั่นทอนความปลอดภัย

อีกประเด็นที่นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ แสดงความกังวลอย่างยิ่ง คือการเข้ามาของ ทุนต่างชาติ ที่แฝงตัวมาในรูปแบบ “นอมินี” หรือการร่วมทุน (Joint Venture) กับผู้รับเหมาไทย โดยใช้บริษัทไทยเป็นผู้ดำเนินการหลัก
“ปัญหาที่ตามมาคือการเสนอราคาประมูลที่ต่ำเกินจริง เพื่อแย่งชิงงาน ผู้รับเหมาไทยบางรายอาจยอมรับข้อเสนอนี้เพื่อหวังส่วนแบ่งกำไร โดยไม่ต้องลงมาทำงานเอง” ศ.ดร.อมร กล่าว
ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากกลยุทธ์นี้ คือการ ลดทอนมาตรฐานด้านความปลอดภัย และคุณภาพของงาน เนื่องจากต้นทุนแรงงาน วัสดุ และเครื่องจักร ถูกกดให้ต่ำที่สุด เพื่อให้สามารถเสนอราคาที่แข่งขันได้

กระดุม 3 เม็ด: ทางออกเร่งด่วนสำหรับวิกฤตงานก่อสร้างไทย

หากรัฐบาลต้องการยุติ “ฝันร้าย” บนท้องถนนพระราม 2 และไซต์งานก่อสร้างทั่วประเทศ สมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ ได้เสนอ “กระดุม 3 เม็ด” ซึ่งเป็นทางออกเร่งด่วน ดังนี้

เม็ดแรก: การค้นหาความจริงโดยคนกลาง: ต้องจัดตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลางและมีความเชี่ยวชาญจริง ๆ เพื่อสืบหา สาเหตุเชิงลึกทางวิศวกรรม อย่างตรงไปตรงมา หากจุดเริ่มต้นของกระบวนการสืบสวนบิดเบี้ยว การแก้ไขปัญหาจะไม่สามารถบรรลุผลได้
เม็ดที่สอง: บทลงโทษที่เด็ดขาด: ต้องมีการ “เชือดไก่ให้ลิงดู” บริษัทที่กระทำผิดซ้ำซาก ควรถูก พักใบอนุญาต หรือตัดสิทธิ์ในการประมูลงานอย่างถาวร เพื่อเป็นบรรทัดฐานและสร้างความเข้มงวด
เม็ดที่สาม: เร่งปิดช่องโหว่กฎหมาย: รัฐต้อง เท่าทันเทคนิคการลดต้นทุนของผู้รับเหมา โดยเฉพาะในเรื่องการขึ้นทะเบียนเครื่องจักร และการควบคุมการจ้างช่วงให้มีประสิทธิภาพ กระทรวงคมนาคมสามารถออกกฎกระทรวงที่เหมาะสมและบังคับใช้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น หากมีความตั้งใจจริง

“อย่าให้ขั้นตอนทางราชการ หรือข้ออ้างเรื่องระเบียบปฏิบัติ กลายเป็นอุปสรรคในการสร้างความปลอดภัยให้กับประเทศชาติของเราอีกต่อไป” ศ.ดร.อมร ทิ้งท้าย

สรุป: ก้าวต่อไปเพื่อความปลอดภัยที่ยั่งยืนในงานก่อสร้าง

อุบัติเหตุเครนถล่มที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นเครื่องเตือนใจที่ชัดเจนว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องหันกลับมาพิจารณาถึงรากเหง้าของปัญหาในอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทย โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน การที่วิศวกรผู้ทรงคุณวุฒิอย่าง ศ.ดร.อมร พิมานมาศ ได้ออกมาให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะเชิงลึกเช่นนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่เราทุกคนในฐานะผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือประชาชนทั่วไป จะต้องร่วมมือกันผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

ถึงเวลาแล้วที่มาตรฐานความปลอดภัยต้องมาก่อนผลกำไร การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การยกระดับความรู้ความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน และการตรวจสอบที่โปร่งใส คือหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่อุตสาหกรรมก่อสร้างที่มั่นคงและปลอดภัยสำหรับอนาคตของประเทศไทย

หากคุณคือผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมก่อสร้าง หรือผู้ที่ใส่ใจในความปลอดภัยของโครงการสาธารณูปโภค การทำความเข้าใจถึงสาเหตุของปัญหา และการสนับสนุนข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญยิ่งในการร่วมสร้างอนาคตการก่อสร้างที่ปราศจากอุบัติเหตุร้ายแรง

Previous Post

D2701128 ครอบคร วมหาภ ให กสาวจ บผ ชายรวย(ละครส น) หน part2

Next Post

D2701129 จะเซอร ไพร สเม แต โดนเซอร ไพร สกล บ(ละครส น) หน part2

Next Post
D2701129 จะเซอร ไพร สเม แต โดนเซอร ไพร สกล บ(ละครส น) หน part2

D2701129 จะเซอร ไพร สเม แต โดนเซอร ไพร สกล บ(ละครส น) หน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.