• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2701116 สารพ ดล กค าน ยเส านบ ฟเฟต ชาบ นะไม ใช โรงทา part2

admin79 by admin79
January 27, 2026
in Uncategorized
0
D2701116 สารพ ดล กค าน ยเส านบ ฟเฟต ชาบ นะไม ใช โรงทา part2

วิศวกรโครงสร้าง ชี้ชัด! เครนล้มซ้ำ ‘ไม่ใช่โชคร้าย’ แต่คือ “ความบกพร่องรุนแรง” ในการบริหารจัดการโครงการใหญ่

บทนำ

เหตุการณ์เครนถล่มซ้ำแล้วซ้ำเล่าในโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของประเทศไทย ได้สร้างความกังวลใจและความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อไม่นานมานี้ เหตุการณ์เครนล้มสองครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน ได้จุดประกายการตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยในวงการก่อสร้างอีกครั้ง “ประชาชาติธุรกิจ” ได้รับเกียรติสัมภาษณ์ ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ผู้คร่ำหวอดในวงการมากว่า 10 ปี เพื่อเจาะลึกถึงสาเหตุทางวิศวกรรม ข้อเสนอแนะเชิงวิชาชีพ และแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เพื่อป้องกันไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นอีก

ถอดรหัส “ความบกพร่อง” ยิ่งกว่า “อุบัติเหตุ”

ศาสตราจารย์ ดร.อมร ได้เน้นย้ำว่า การทำความเข้าใจเหตุการณ์ลักษณะนี้ต้องแยกแยะให้ชัดเจนระหว่าง “เคราะห์กรรม” กับ “ความจริงทางวิศวกรรม” เหตุการณ์เครนล้มทั้งสองครั้งที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีปัจจัยจากภัยธรรมชาติ เช่น พายุ ฝนฟ้าคะนอง หรือแผ่นดินไหว ดังนั้น คำอธิบายที่เหลืออยู่คือ “อุบัติเหตุ” หรือ “ความบกพร่อง”

“ในนิยามทางวิศวกรรมศาสตร์ อุบัติเหตุคือสิ่งที่เกิดขึ้นแม้เราจะทำงานตามมาตรฐานที่กำหนด ตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้วก็ตาม แต่ยังมีปัจจัยที่เหนือการคาดหมาย แต่กรณีที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่ ลักษณะนั้น” ศาสตราจารย์ ดร.อมร กล่าวอย่างหนักแน่น “ผมยืนยันว่านี่คือ ความบกพร่องในการดำเนินงานก่อสร้างอย่างรุนแรง ไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย”

เมื่อพิจารณาในรายละเอียดทางเทคนิค เคสแรกที่ “ขารับเครน” หลุดออกจากฐาน เป็นสิ่งที่วิศวกรรมไม่ควรรอให้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ สิ่งนี้ก่อให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับ “จุดยึด” (Anchoring) ว่ามีความแข็งแรงตามที่คำนวณไว้ในแบบหรือไม่ หรือมีขั้นตอนใดถูกละเลยไป

“สำหรับเคสที่สอง บนถนนพระราม 2 เราเห็นหลักฐานที่ชัดเจนมาก นั่นคือ “ฐานรองรับเครน” เกิดการทรุดตัวลงไป สาเหตุเกิดจากการวางฐานในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม โดยไปวางบนพื้นที่ที่ไม่สามารถรองรับน้ำหนักมหาศาลได้ ทำให้โครงสร้างรับน้ำหนักไม่ไหว เกิดการยุบตัว นำไปสู่การหักกลางของเครน”

จากหลักฐานที่ปรากฏและการตรวจสอบเบื้องต้นของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน รวมถึงทางสมาคมฯ เห็นตรงกันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มที่จะมาจาก ความบกพร่องในกระบวนการก่อสร้าง มากกว่าจะเป็นอุบัติเหตุที่ควบคุมไม่ได้

โครงการยักษ์ใหญ่: เขตอันตรายที่รัฐละเลย?

สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือ ความถี่ของการเกิดอุบัติเหตุซ้ำๆ ที่มักเกิดขึ้นกับ โครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึง “วิกฤตเชิงนโยบาย” ที่รัฐบาลไม่สามารถมองข้ามได้

“หากเกิดเหตุการณ์ผิดพลาดเพียงครั้งเดียว เราอาจมองว่าเป็นความผิดพลาดเฉพาะจุด แต่การที่เหตุการณ์ใหญ่ๆ เกิดขึ้นซ้ำถึง 4 ครั้งภายในเวลาไม่นาน ตั้งแต่การถล่มของอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถนนทรุดจากการก่อสร้างรถไฟฟ้า การถล่มของเครนในโครงการรถไฟความเร็วสูงที่สีคิ้ว และล่าสุดคือเหตุการณ์บนถนนพระราม 2 นี้ ล้วนมีจุดร่วมที่น่าประหลาดใจคือ เป็นโครงการก่อสร้างของภาครัฐทั้งสิ้น”

ศาสตราจารย์ ดร.อมร กล่าวเสริมว่า “นี่คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนถึงมาตรฐานการก่อสร้างและความปลอดภัยในโครงการใหญ่ๆ ซึ่งควรจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล”

วิเคราะห์ 3 ปัจจัยวิกฤต: รากเหง้าแห่งหายนะในไซต์งาน

ศาสตราจารย์ ดร.อมร ได้จำแนกสาเหตุที่ทำให้มาตรฐานวิศวกรรมในประเทศไทยมีแนวโน้มตกต่ำลง จนเข้าขั้นวิกฤต โดยชี้ให้เห็นถึง 3 ปัจจัยหลักที่เปรียบเสมือน “สามเหลี่ยมแห่งหายนะ” ที่เกื้อหนุนกัน

ปัจจัยด้านบุคลากร: ปัญหานี้เริ่มต้นตั้งแต่ระดับบนสุด คือ วิศวกรผู้ออกแบบและควบคุมงาน ไปจนถึงผู้ปฏิบัติงานหน้างาน เช่น พนักงานขับเครน และคนงานทั่วไป เครน Launcher ไม่ใช่เครื่องจักรที่ติดตั้งอยู่กับที่เหมือนปั้นจั่นทั่วไป แต่เป็นเครื่องจักรที่ต้องเคลื่อนที่ ทำงานในที่สูง และมีความซับซ้อนของสมดุลและน้ำหนักอย่างมาก การควบคุมต้องอาศัย “ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง” อย่างแท้จริง

“แต่สิ่งที่เราพบเห็นหน้างานบ่อยครั้งคือ ผู้ปฏิบัติงานขาดความรู้ความเข้าใจในหลักสถิตยศาสตร์และพลศาสตร์อย่างเพียงพอ ทำงานตามความเคยชิน ซึ่งอันตรายอย่างยิ่ง”

ปัจจัยด้านวัสดุอุปกรณ์: ชิ้นส่วนสำคัญอย่าง สลิง รอก นอตยึด คือหัวใจสำคัญของความปลอดภัย ศาสตราจารย์ ดร.อมร เล่าประสบการณ์จากการลงพื้นที่ว่า พบเห็นการนำเครื่องจักรเก่ามาใช้งานซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำให้ขาดความมั่นใจในมาตรฐาน สภาพของนอตบางตัวเกลียวหวานจนหมดสภาพ หรือนอตที่คดงอแต่ยังถูกนำมาใช้งานต่อ ถือเป็นความเสี่ยงที่เกิดจากการละเลยอย่างชัดเจน

ปัจจัยด้านเครื่องจักร: เป็นที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือ “ระเบิดเวลา” อย่างเครื่องจักรมือสองที่ขาดมาตรฐานสากล สังคมอาจไม่ทราบว่าเครน Launcher จำนวนมากที่ใช้งานในประเทศไทยนั้น เป็นเครนมือสองที่ซื้อจากต่างประเทศ ไม่ใช่ของใหม่เอี่ยม เมื่อโครงการหนึ่งเสร็จสิ้น ก็มีการขายต่อและนำมาดัดแปลงต่อเติม โดยไม่ได้ผ่านการออกแบบคำนวณใหม่ที่ครอบคลุม นอกจากนี้ เรายังขาดระบบการขึ้นทะเบียนเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ

“หน่วยงานรัฐในฐานะเจ้าของโครงการต้องมีความเข้มงวดในการตรวจสอบอย่างจริงจัง”

ช่องโหว่ทางกฎหมายและการรับเหมาช่วง: วงจรแห่งความเสี่ยง

ศาสตราจารย์ ดร.อมร ชี้แจงว่า ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ตัวบทกฎหมายโดยตรง แต่อยู่ที่ การบังคับใช้กฎหมายที่หย่อนยาน การตรวจสอบที่ขาดประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น กฎหมายบังคับให้ต้องมีวิศวกรควบคุมงาน แต่ในความเป็นจริงมีวิศวกรดังกล่าวอยู่จริงหรือไม่? และหากมี วิศวกรท่านนั้นมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเครน Launcher จริงหรือไม่?

“แต่กฎหมายที่ยังขาดไปอย่างแท้จริงคือ การขึ้นทะเบียนเครน และ การควบคุมการจ้างเหมาช่วง (Subcontracting) ปัจจุบันบริษัทใหญ่ที่ชนะการประมูลงาน มักจะไม่ได้ลงมือทำเองทั้งหมด แต่จะจ้างเหมาช่วงต่อให้กับผู้รับเหมาอื่นๆ ทำให้งานกระจายไปเป็นทอดๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด หากกลุ่มผู้รับเหมาช่วงเหล่านั้นมีความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ และยึดมั่นในความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลเป็นอันดับแรก”

การตรวจไซต์งานก่อสร้างจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากวิศวกรเป็นวิชาชีพที่มีใบอนุญาต และลายเซ็นในเอกสารรับรองความถูกต้องของแบบ แต่อย่างไรก็ตาม ภาคปฏิบัติมักสวนทางกับสิ่งที่ควรจะเป็น

บทลงโทษต้องเข้มข้น: “เชือดไก่ให้ลิงดู”

การแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ต้องเริ่มจากการยกระดับ “มาตรฐาน” ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับเครน ให้มีความเข้มงวดเทียบเท่าวิศวกร โดยใช้หลักการ “4 ผู้” ที่ต้องผ่านการรับรองอย่างเข้มงวด ประกอบด้วย

ผู้ให้สัญญาณเครน
ผู้ยึดเกาะวัสดุ (Riggers)
ผู้บังคับรถเครน (Crane Operators)
ผู้ควบคุมเครน (Crane Supervisors)

“ในหน้างานจริง เรามักพบว่ามีการใช้แรงงานที่ขาดทักษะมาทำหน้าที่เหล่านี้แทน คำถามคือ หน่วยงานเจ้าของโครงการได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนหรือไม่?”

ศาสตราจารย์ ดร.อมร ย้ำว่า บทลงโทษต้องมีความหนักหน่วงและจริงจัง เมื่อเกิดความบกพร่องอย่างรุนแรง กฎหมายต้องมีความศักดิ์สิทธิ์ “เรายังไม่มีระบบ Blacklist ที่เข้มข้นเท่าที่ควร ที่ผ่านมาเป็นการจัดชั้นผู้รับเหมา ซึ่งไม่ใช่การลงโทษที่แท้จริง การลดชั้นหรือตัดแต้มเพิ่งจะมีการออกกฎกระทรวงเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ถือว่าล่าช้ามาก”

“แม้จะมีกฎหมาย แต่ก็ยังมีช่องทางในการหลีกเลี่ยง เช่น การปิดบริษัทที่มีปัญหา แล้วไปเปิดใหม่ภายใต้ชื่อใหม่ หรือประมูลงานอีกครั้ง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปัญหาเหล่านี้คือสิ่งที่รัฐต้องจัดการอย่างจริงจัง”

กังวลทุนต่างชาติแฝง: นอมินีและสงครามราคา

อีกประเด็นที่นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ แสดงความกังวลอย่างมาก คือ การเข้ามาของ ทุนต่างชาติ ที่แฝงตัวในรูปแบบ “นอมินี” เพื่อเข้าประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยใช้กลยุทธ์ Joint Venture (JV) กับผู้รับเหมาไทย และให้บริษัทไทยเป็นผู้ “ออกหน้า”

“ปัญหาที่ตามมาคือ การตัดราคาประมูลที่ต่ำเกินจริงเพื่อแย่งชิงงาน ผู้รับเหมาไทยบางรายยอมเข้าร่วมเพราะต้องการส่วนแบ่งกำไร โดยไม่ต้องลงแรง หรือรับผิดชอบหลัก”

ความเสียหายที่เกิดขึ้นตามมาคือ ความปลอดภัยและมาตรฐานของงาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ อันเป็นผลมาจากต้นทุนที่ถูกกดให้ต่ำที่สุด

ข้อเสนอ “กระดุม 3 เม็ด” สู่การแก้ไขที่ยั่งยืน

หากรัฐบาลต้องการยุติฝันร้ายบนถนนพระราม 2 และไซต์งานก่อสร้างทั่วประเทศ สมาคมฯ ได้เสนอแนวทางแก้ไขเร่งด่วนที่เรียกว่า “กระดุม 3 เม็ด” ซึ่งเป็นแนวทางที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง:

เม็ดที่ 1: ค้นหาความจริงโดยคนกลาง: ต้องมีการตั้ง คณะกรรมการที่เป็นกลางอย่างแท้จริง เพื่อสืบหาสาเหตุเชิงลึกทางวิศวกรรม ไม่ใช่การตรวจสอบกันเอง หากจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาบิดเบี้ยวหรือไม่ถูกต้อง เราจะไม่มีวันสามารถแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุได้อย่างยั่งยืน

เม็ดที่ 2: บทลงโทษที่เด็ดขาด: ต้องมีการ “เชือดไก่ให้ลิงดู” อย่างจริงจัง บริษัทผู้รับเหมาที่ทำผิดซ้ำซาก ควรถูกพักใบอนุญาต หรือตัดสิทธิการเข้าร่วมประมูลงานอย่างถาวร เพื่อเป็นบรรทัดฐานแก่ผู้ประกอบการรายอื่นๆ

เม็ดที่ 3: เร่งปิดช่องโหว่กฎหมาย: รัฐต้อง รู้เท่าทันเทคนิคการลดต้นทุนของผู้รับเหมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน กระทรวงคมนาคมสามารถออกกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้การขึ้นทะเบียนเครื่องจักรและการควบคุมการจ้างเหมาช่วงให้มีประสิทธิภาพได้ภายในระยะเวลา 6 เดือน หากมีความตั้งใจจริง

“อย่าให้ขั้นตอนราชการอันยุ่งยาก หรือการอ้างถึงข้อจำกัดทางระเบียบ กลายเป็นอุปสรรค หรือข้ออ้างในการทำงานล่าช้าอีกต่อไป”

บทสรุป

เหตุการณ์เครนล้มซ้ำซากไม่ใช่เรื่องของโชคร้าย แต่เป็นกระจกสะท้อนให้เห็นถึง ความบกพร่องในการบริหารจัดการโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่ต้องการความใส่ใจในรายละเอียด การควบคุมมาตรฐานที่เข้มงวด และความรับผิดชอบต่อชีวิตของประชาชน สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างของประเทศไทยให้เทียบเท่าระดับสากล

หากคุณเป็นผู้ประกอบการ นักลงทุน หรือประชาชนทั่วไป ที่มีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ การทำความเข้าใจถึงต้นตอของปัญหาและร่วมกันผลักดันแนวทางการแก้ไขที่ยั่งยืน คือก้าวแรกที่สำคัญยิ่งในการสร้างอนาคตการก่อสร้างที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

หากท่านต้องการข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม หรือต้องการปรึกษาเกี่ยวกับมาตรฐานวิศวกรรมและการก่อสร้างที่ปลอดภัย โปรดติดต่อสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ

Previous Post

D2701114 ความล บของเเม (ละครส น) หน งส นด BSC

Next Post

D2701117 แผงผ มหา รวย(ละครส น) หน งส นด BSC part2

Next Post
D2701117 แผงผ มหา รวย(ละครส น) หน งส นด BSC part2

D2701117 แผงผ มหา รวย(ละครส น) หน งส นด BSC part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.